เลือกตั้งและการเมือง

“พิพัฒน์” ลั่น ภาคใต้เป็นไปตามเป้า มองเป้าหมายเก้าอี้นโยบายพรรคต้องไม่ขัดแย้งภูมิใจไทย

5 ชั่วโมงที่แล้ว

5 views

“พิพัฒน์” แกนนำพรรคภูมิใจไทย มอง จับขั้วสร้างเสถียรรัฐบาล ล็อกเป้าหมายเก้าอี้ ย้ำ นโยบายพรรคร่วมต้องไม่ขัดแย้งภูมิใจไทย ลั่น ภาคใต้เป็นไปตามเป้าหมาย 31 เก้าอี้ แต่ก็มีบางส่วนที่น่าเสียดาย

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยกำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าว ถึงทิศทางการตั้งรัฐบาลว่า ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งทางคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. นับคะแนนได้แล้ว 95% จึงอยากให้รอให้เกิดความชัดเจนทั้งหมดก่อน จึงจะเริ่มหารือ เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ ขึ้นอยู่กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค

ส่วนมองว่าความเหมาะสมของพรรคร่วมรัฐบาลยิ่งน้อยยิ่งดีหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์กล่าวว่าไม่จำเป็น แต่ต้องดูว่าอะไรที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานต่อ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และมองว่าตัวเลขที่เหมาะสมอยู่ที่ใกล้เคียงจำนวน 300 เก้าอี้

เมื่อถามว่าคำว่าเสถียรภาพนอกจากตัวเลขจำเป็นต้องดูที่รายชื่อของพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ไม่จำเป็น ตนมองว่าไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะสุดท้ายแล้วเราต้องไม่ดูเรื่องของนโยบายในการหาเสียงที่ผ่านมาของแต่ละพรรคเป็นอย่างไร และมีนโยบายที่ขัดแย้งกับภูมิใจไทยหรือไม่ หากไม่ขัดแย้งเราก็จะคุยและหารือกัน

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะนานหรือไม่นั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่าขึ้นอยู่กับว่ากกต.จะรับรองสส.เขตให้เกิดความเรียบร้อย และหลังจากนั้นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้เจรจา

เมื่อถามว่ามีความกังวลอะไรหรือไม่ เนื่องจากบางพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนที่นับใหม่อาจจะเกิดความผิดพลาดภายในหน่วย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับกรรมการประจำหน่วย หรือกองเชียร์ที่ยังไม่มั่นใจ ก็อาจจะมีการเรียกร้องให้นับใหม่ มองไม่เป็นเรื่องปกติ ซึ่งก็ต้องทำให้เคลียร์

เมื่อถามว่า สส.พื้นที่ภาคใต้เป็นไปตามเป้าหรือไม่นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นไปตามเป้าหมาย 31 เก้าอี้ ซึ่งเราพยายามอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางส่วนที่น่าเสียดาย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปตามสถิติ เนื่องจากคนที่เป็นสส.เดิมหายไปทั้งหมด 8 คน แต่ก็มีสส.หน้าใหม่มาชดเชยในส่วนที่ขาด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่คนภาคใต้ลงประชามติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายพิพัฒน์กล่าวว่าตนไม่ทราบแต่ที่เห็นการลงประชามติขอให้แก้ประมาณ 19 ล้านคน ส่วนที่ไม่แก้ประมาณ 10 ล้านคน ซึ่งก็มีความชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องแก้ พร้อมขออย่าไปดู ว่าภาคไหนเป็นภาคไหน อยากให้ดูภาพรวมของประเทศมากกว่า

คุณอาจสนใจ

Related News