เลือกตั้งและการเมือง

"กล้าธรรม" รอ "ภูมิใจไทย" เทียบเชิญร่วมรัฐบาล คาดภายในสัปดาห์ ยันพร้อมเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

3 ชั่วโมงที่แล้ว

31 views

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคกล้าธรรม กล่าวถึงตัวเลขคะแนนเลือกตั้งของพรรคกล้าธรรม ขณะนี้ว่า วิ่งอยู่ที่ 57 ถึง 59 ซึ่งต้องรอผลอย่างเป็นทางการจาก กกต.

ส่วนพื้นที่ภาคเหนือที่ตั้งเป้าถือว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ประสบความสำเร็จมาก ต้องขอบคุณประชาชนที่ให้ความไว้วางใจ ซึ่งคาดว่าจะได้ 10 ที่นั่ง ในพื้นที่ภาคเหนือกระจายทุกจังหวัด

เมื่อถามว่าตัวเลข 57 ที่นั่ง ถือว่าเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า จากที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยให้สัมภาษณ์ ตัวเลขของเราก็อยู่ที่ประมาณนี้

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้หลายคนมองว่าพรรคกล้าธรรมไม่มีกระแส แต่รอบนี้ได้ตามเป้า น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมเพิ่งจะส่งผู้สมัคร สส. ลงเลือกตั้งครั้งแรก เราไม่เหมือนพรรคเก่าที่เขาทำงานมานาน ที่มีความนิยมของประชาชนในระดับสูง เราเป็นพรรคน้องใหม่ต้องลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง จึงเป็นข้อดีของเราที่ตัวผู้สมัคร สส. และผู้บริหารพรรค ให้ความสำคัญกับการลงไปสัมผัสกับประชาชน เป็นการสื่อสารตรงไปยังประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจว่าสิ่งที่พรรคกล้าธรรมเสนอนโยบายจะตรงใจประชาชน ซึ่งการทำโพลของสถาบันต่าง ๆ อาจจะไม่ได้เห็นความนิยมในจุดนี้ จึงประเมินให้พรรคกล้าธรรม ต่ำกว่าความเป็นจริงไปเยอะ

เมื่อถามว่ามีสัญญาณติดต่อเชิญร่วมรัฐบาลแล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ต้องรอให้พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีการสื่อสารมายังผู้บริหารของพรรคกล้าธรรม ส่วนสัญญาณคงต้องรอให้ผู้บริหารพรรคมาประชุมกัน แต่เชื่อว่าการร่วมรัฐบาลตรงไปตรงมา พรรคภูมิใจไทยคงประชุมพิจารณากลั่นกรองว่าจะเชิญพรรคใดร่วมรัฐบาล ซึ่งหากมีการเชิญพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาลก็จะแจ้งกับสื่อมวลชนอีกครั้ง

เมื่อถามว่าพรรคกล้าธรรม ยังยืนยันว่าจะขอดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราประกาศไปตอนหาเสียงแล้วว่า ความวุ่นวายของประเทศ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราขอก้าวข้ามความขัดแย้ง ดังนั้น หากมีพรรคใดที่พร้อมทำประโยชน์ให้ประชาชน เราก็ไม่ปฏิเสธ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม คงจะไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อถามว่าเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมคืออะไร น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราไม่เคยมีเงื่อนไข ตราบใดที่พรรคการเมืองนั้น แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าทำประโยชน์ให้ประชาชน

เมื่อถามว่าในส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากรัฐบาลจะเดินหน้าเรื่องนี้ก็พร้อมจะสนับสนุนใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า สนับสนุน เพราะเป็นเสียงส่วนใหญ่ที่ประชาชนสะท้อนมา

เมื่อถามว่ากรณีที่หลายจังหวัด ประชาชนให้ความไว้วางใจและเลือกผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เหตุผลสำคัญยังคงเป็นคำตอบเดิม คือกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคลเป็นหลัก โดยผู้สมัครทุกคนต้องรับนโยบายของพรรค และลงพื้นที่หาเสียง พบปะพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง ตนเองเชื่อว่าผู้สมัครของพรรคกล้าธรรม ก่อนจะได้รับเลือกตั้ง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับประชาชนจำนวนมาก อย่างน้อยประมาณ 50,000–60,000 คน เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอแนวนโยบายที่ชัดเจน ครบถ้วน ในการแก้ไขปัญหาพื้นฐานของประชาชน ซึ่งเป็นปัญหาพื้นฐาน

ขณะที่พรรคการเมืองอื่นนั้น อาจจะมีแนวทางการสื่อสารนโยบายที่แตกต่างกัน โดยพรรคกล้าธรรมเน้นการลงพื้นที่จริง พบประชาชนตัวเป็น ๆ และมีคำตอบที่ชัดเจนในแนวนโยบาย ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขณะที่นโยบายของพรรคการเมืองอื่นก็ถือว่าดีเช่นกัน เพียงแต่พรรคกล้าธรรมเชื่อว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากการทำงานอย่างหนักของผู้สมัครทุกคน

ทั้งนี้ ผู้บริหารและแกนนำพรรคมีแนวคิดตรงกันว่า การทำงานในพื้นที่เป็นหัวใจสำคัญ จึงอาจไม่เห็นพรรคกล้าธรรมปรากฏบนเวทีปราศรัยหรือเวทีดีเบตมากนัก แต่จะเห็นการลงพื้นที่ สัมผัสและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง ซึ่งเชื่อว่านี่คือเบื้องหลังของความไว้วางใจที่ประชาชนมอบความไว้วางใจให้กับผู้สมัครของพรรค

สำหรับการประเมินความนิยมของประชาชนนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีวิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการวิเคราะห์ ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางในการเสริมจุดแข็ง ปิดจุดอ่อน โดยร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ย้ำเสมอว่า หากรู้เขา รู้เรา โอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะสูงขึ้น กว่าที่เราไม่รู้อะไรเลย ยืนยันว่าไม่มีส้มหล่นอย่างแน่นอน เพราะทุกพื้นที่เราทำงานหนักจริงๆ หากดูผลคะแนนอย่างอย่างไม่เป็นทางการ จะเห็นว่ามีหลายเขตที่พรรคกล้าธรรมได้อันดับสอง และมีคะแนนตามหลังผู้ชนะเพียงหลักร้อยในหลายพื้นที่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับพรรคการเมืองน้องใหม่ ที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในระดับประเทศเป็นครั้งแรก

น.อ.อนุดิษฐ์ ยังระบุว่า ยังมีภารกิจและงานอีกจำนวนมากที่ต้องนำผลการเลือกตั้งครั้งนี้มาเป็นบทเรียน เพื่อศึกษา ปรับปรุง และเดินหน้าให้สู่การเป็นพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันต่อไป

ส่วนเมื่อชนะมาแล้วจะรักษาพื้นที่อย่างไร น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นพรรคกล้าธรรม ที่มีผู้สมัครจากพรรคอื่นมารวมกัน ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นคงของพรรค โดยมีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ย้ายมาสังกัดพรรคกล้าธรรม ส่วนใหญ่ยังคงรักษาที่นั่งไว้ได้ มีเพียงไม่กี่รายที่พลาดการเลือกตั้ง

สุดท้าย ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความไว้วางใจพรรคกล้าธรรม และให้โอกาสผู้แทนของพรรคได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภา ยืนยันว่าจะใช้โอกาสนี้อย่างเต็มที่ ทำงานเพื่อประชาชน และยึดถือเป็นสัญญาประชาคม

ส่วนที่ถูกครหาว่าเป็นพรรคการเมืองสีเทา ไม่ได้เป็นสีเขียวอย่างโลโก้พรรค น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า วันนี้พิสูจน์ได้ว่า สีเทาที่พูดไม่มี แต่เป็น “สีเขียว” และเขียวขจี

คุณอาจสนใจ

Related News