เลือกตั้งและการเมือง
“เท้ง-อนุทิน-ยศชนัน” ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย
7 ก.พ. 2569
115 views
ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย โดยชูแคมเปญ “เปลี่ยน” ขนขุนพลขึ้นเวทีคับคั่ง โดยปิดท้ายด้วย 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค , น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ท่ามกลางแฟนคลับด้อมส้มจำนวนมากเข้ามาจับจองที่นั่งฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วง 14.00 น.เป็นต้นมา
เมื่อ 20.05 น. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า 8 ก.พ.นี้ใช้ปากกาตัดสินใจ กาเพื่อยืนยันความเชื่อเดิม ๆ ในอดีต ไม่ว่าจะเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้ ไม่ว่าสีไหนในอดีต บอกว่าฉันรักชาติมากที่สุด หรือว่าแม้แต่ท่านจะเลือกกากบาทลงไปสีเสื้อที่ท่านเคยนิยามตัวเองว่าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ความเชื่อที่ทุกท่านเลือกกาในอดีต ไม่ใช่สิ่งผิด ยืนยันความรักชาติ และความเป็นประชาธิปไตย เดินหน้าไปข้างหน้าพร้อมกันได้ แต่เมื่อกี้ นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เตือนสติพวกเราแล้ว ขอเสียงคนเห็น ‘ช้าง’ ตัวเดียวกันหน่อย ช้างตัวนั้นคือบรรดาชนชั้นนำที่ยึดกุม ถือครองอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้อยู่
ดังนั้นเชิญชวนประชาชนคนไทยทั่วประเทศ 8 ก.พ.นี้ ใช้ปากกาของท่าน กาเพื่อเปลี่ยน เปลี่ยนออกจากการเมืองที่ผูกขาดอยู่กับชนชั้นนำ เป็นการเมืองของประชาชน ดีหรือไม่
การเมืองของประชาชนมันเรียบง่ายมาก เมื่อกี้นายธนาธร เล่าการเดินทาง 8 ปีให้เราฟังแล้ว การเมืองของประชาชนเรียบง่ายมาก หมายถึงแค่ว่า การเมืองที่เสียงของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง การเมืองที่ผ่านมา ทำไมเสียงของพวกเราไม่เคยมีความหมายเลย เพราะนักการเมืองเขามองเสียงของประชาชนเป็นแค่เสียงในคูหา เปลี่ยนเสียงในคูหาเป็นจำนวน สส. แล้วเอาจำนวน สส.ไปต่อรองแลกเก้าอี้รัฐมนตรี เพื่อหาเงินไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่พวกเราจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน
ตนเป็นหนึ่งคนที่ได้รับเกียรติ ได้ร่วมเดินทางมากับพี่น้องทุกคนในฮอลล์แห่งนี้ตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ รู้สึกเป็นเกียรติ ขอบคุณ และภาคภูมิใจไทย ที่เราร่วมเดินทางมาถึงวันนี้ การเมืองของประชาชนเป็นจริงมากขึ้นทุกวัน เมื่อสักครูนายธนาธร มีการพูดถึงกฎหมายที่เราผลักดันได้ร่วมกัน แม้เราจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน การเลือกตั้งครั้งนี้ เราจะได้ผลักดันประเด็นก้าวหน้า ทั้งประกันสังคมโปร่งใส ผลักดันเสรีพลังงาน นี่ใช่หรือไม่ อนาคตใหม่ที่พวกเราอยากได้
นอกจากประชาชนช่วยกันสถาปนาการเมืองของประชาชนให้เป็นจริงมากขึ้นทุกวัน อีกด้านหนึ่ง ทุกท่านช่วยกันทลายการเมืองที่ผูกขาดให้มันผุพังลงทุกวันเช่นเดียวกัน
ที่ผ่านมา เรามีคนธรรมดามาทำงานการเมือง คนธรรมดาหลายคนที่ไม่ได้มีนามสกุลใหญ่โต ห่างไกลจากคำนิยามว่าเป็นนักการเมืองมุ้งใหญ่ ห่างไกลจากคำว่าคนที่เป็นเจ้าของเงินทุน มาซื้อ มายึดครองพรรคการเมืองได้
อยากบอกว่าการเดินทางของพวกเราที่ผ่านมา ตลอด 8 ปีนี้ เป็นการเดินทางที่สวยงาม ที่บอกว่าสวยงาม เพราะการเดินทางของพวกเราแต่ละคนล้วนมีความหมาย ที่วันนี้หล่อหลอมให้ทุกคนรวมกันในวันนี้
ที่ผ่านมาการเดินทางของพวกเราไม่ง่าย มีอุปสรรคขวากหนามหลายคนโดนเล่นงาน หลายคนโดนข่าวปลอมโจมตี หลายคนโดนดำเนินคดีฟ้องร้องปิดปาก ไม่ว่าพวกเรามีบาดแผลสักเท่าไหร่ เกิดเป็นส้มมันต้องอดทน ความอดทน ความมั่นคงในหลักการ ความเชื่อในการเมืองของประชาชน นี่แหละทำให้พวกเรารักและศรัทธากันและกันมาถึงทุกวันนี้
ก่อนไปถึงสถานีปลายทางที่เราเรียกว่าสถานีประชาชนนั้น เรายังต้องเดินทางผ่านอีกหลายสถานี ยกตัวอย่าง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ การจัดการทุจริต การทลายทุนผูกขาด การพัฒนาหัวเมืองรอง การแก้ปัญหารัฐพันลึก เอาทหารออกจากการเมือง เอาตั๋วออกจากตำรวจ ทุกสถานีที่ตนบอกเมื่อสักครู่นี้ ไม่ง่าย แต่เชื่อว่าพวกเราทำได้ ทำได้ด้วยเสียงของประชาชนทุกคน
ก่อนที่เราจะมีโอกาสมุ่งหน้าสู่สถานีถัดไป สถานีแรกที่เรามีนัดหมายกันคือ 8 ก.พ.ใช่หรือไม่ สถานีต่อไปที่พวกเราต้องช่วยกันเปลี่ยน กาเพื่อเปลี่ยน จาก 14 ล้านเสียง เป็น 20 ล้านเสียง กาให้ถล่มทลาย กาให้ถึง 20 ล้านเสียง ให้พวกเขาปฏิเสธอำนาจของประชาชนไม่ได้อีก
การที่เราเดินหน้าสู่ 20 ล้านเสียง พวกเราต้องสื่อสารถึงคนทุกกลุ่มในประเทศนี้ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่ รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตา รุ่นยาย หรือคนในวัยเกษียณ อยากให้พวกท่านเหล่านี้ กาเพื่อจุดไฟในตัวลูกหลานพวกเขาอีกหนึ่งครั้ง จุดไฟแห่งความหวังของพวกเขา ให้กลับมาลุกโชนอีกหนึ่งครั้ง เหมือนที่ไฟของพวกเขาเคยลุกโชนด้วยความหวัง เมื่อไทยเคยอยู่ในสถานะเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย อยากฝากคนวัยทำงาน หรือรุ่นเดียวกับตน ให้กาเพื่อลูกหลาน ให้สังคมไทยดีกว่านี้ ให้ทุกคนเกิดและเติบโตมาในประเทศนี้ มีโอกาสประสบความสำเร็จเท่า ๆ กัน ไม่ต้องจ่ายส่วย สินบน เงินใต้โต๊ะ หรือไม่ต้องเกิดในครอบครัวที่รวยกว่า ถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้
อยากขอคะแนนเสียงจากวัยรุ่น เยาวชนทุกคน หลายคนมีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต อยากขอแรงสนับสนุนจากคนที่เป็นเยาวชนทุกคน กาเพื่ออนาคตของตัวท่านเอง ช่วยกันบอกต่อไปยังคุณพ่อ คุณแม่ ปู่ย่าตายายของพวกเรา ให้ช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลง
การเลือกตั้งครั้งนี้ หมดเวลาแล้วสำหรับการเมืองแบบอดีต แบ่งการเมืองเป็นกลุ่มก้อน ถึงเวลารวมพลังประชาชนให้เป็นหนึ่ง สถาปนาการเมืองประชาชนขึ้นมาใหม่ มีตัวเลือก 2 แบบ ในการเลือกตั้ง 8 ก.พ. แบบแรก ถ้าภารกิจเราไม่สำเร็จ ประชาชนบางกลุ่มบางก้อน ยังรู้สึกลังเล หวาดระแวงในการเมืองแบบที่พวกเราอยากทำ เขาตัดสินใจกาพวกเราให้แค่ครึ่งใจ นั่นคือลงคะแนนบัญชีรายชื่อให้พรรคประชาชนแล้วบัตรแบ่งเขตเลือกแบบเดิม ๆ ถ้าเป็นแบบนี้ บอกได้เลย ว่าหลังวันที่ 8 ก.พ. เราก็คงได้หน้าตารัฐบาลแบบเดิมๆ ไม่ต่างกับ 2 ปี 8 เดือนที่ผ่านมา แบบนี้เอาหรือไม่
กับตัวเลือกอีกแบบ เทคะแนนเสียงให้กับพวกเราหมดใจ ให้เรามี สส.เกินครึ่งสภาฯ ให้พวกเขาปฏิเสธการตั้งรัฐบาลประชาชนไม่ได้อีก ใช่หรือไม่
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในทุกเวทีปราศรัย ต้องบอกตามตรง เคอะเขินเวลาเรียกนายกฯ ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมนะ พร้อมเป็นนายกฯ เพียงแต่ว่าความเชื่อมั่น เครดิตที่ทุกคนมอบให้ในวันนี้ สร้างมาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้ อยากขอเสียงปรบมือให้ทุกคนนิดหนึ่ง ขอปรบมือให้อดีตตัวแทนของพวกเรา พร้อมกรรมการบริหารพรรคก่อนหน้านี้ทุก ๆ คน สัญญาว่าจะไม่เขิน ถ้า 8 ก.พ.ได้เป็นนายกฯ จะไม่เขินอีกเลย
วันนี้ไม่ใช่แค่ตนมีความพร้อม พรรคประชาชนเรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการตั้งรัฐบาลประชาชน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในเรื่องจุดยืนและหลักการ ความพร้อมในส่วนผู้สมัคร และทีมบริหาร รวมถึงความพร้อมในส่วนนโยบาย ที่เปรียบเสมือนเป็นพิมพ์เขียวของไทย ความพร้อมเรื่องจุดยืนและหลักการ เราจะไม่เอารัฐมนตรีทุจริต เราจะไม่เอาการเมืองแบบเดิม ๆ ที่ไปแบ่งโควตา แบ่งงบประมาณกันกิน เราจะไม่เอาวิธีการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ต่างคนต่างทำ แต่เราจะเอาภารกิจนำ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวด้วยว่า ผู้สมัคร สส.ของเราก็มีความพร้อม ทั้ง 498 คน พร้อมกับทีมบริหารพรรค
ความพร้อมด้านนโยบายที่เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของประเทศ 200 กว่านโยบาย ภายใน 1 ปีแรก ต้องเห็นผลลัพธ์ เราจะเริ่มทำตั้งแต่ 3 เดือนแรก ที่ส่งมอบนโยบายต่าง ๆ และภายใน 4 ปี ภายใน 1 สมัยขอให้คำมั่นสัญญา ว่าเราจะมุ่งปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน กู้คืนเงินของพี่น้องประชาชนกว่าแสนล้านบาท มาทำสวัสดิการที่ก้าวหน้า คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคน
นอกจากกาส้มทั้ง 2 ใบ อย่าลืมเรายังเหลือบัตรอีก 1 ใบ กาเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ศาลรัฐธรรมนูญ กกต. องค์กรอิสระ ปล้นอำนาจของประชาชนไปอีก
“8 ก.พ.ย้ำอีกครั้ง อำนาจในปลายปากกาของทุกคน เป็นตัวกำหนดว่าคุณจะอยู่ในไทยที่มีอนาคตแบบไหน อนาคตที่การเมืองถูกผูกขาด เศรษฐกิจถูกผูกขาด และโอกาสลูกหลานของพวกเราถูกผูกขาด หรือการเมืองที่เป็นของประชาชน เศรษฐกิจ เพื่อคนตัวเล็กตัวน้อย โอกาสเท่าเทียมกันของทุกคน อนาคตที่ดีต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ตนกำหนด อยู่ที่ตัวพวกคุณทุกคนกำหนด อยากให้วันที่ 8 ก.พ. ทุกคนกาพรรคประชาชน 2 ใบ กาเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปลี่ยนอนาคตในวันที่ 9 ก.พ. 2569 ให้เป็นอนาคตใหม่ที่ดีของลูกหลาน สร้างประเทศไทยที่ก้าวหน้า ก้าวไกล กว่าเดิม” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ขณะที่ในการปราศรัยใหญ่ โค้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไท ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกล่าวว่า เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยต้องบอกว่าไม่เคยตื่นเต้นเท่านี้
พรรคภูมิใจไทยรับใช้ประเทศ และบ้านเมืองนี้มา 17 ปีแล้วทราบดีว่าในช่วง 17 ปีที่ผ่านมาปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี ตนจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้พวกเราทุกคนในห้องนี้และประชาชนคนไทยเห็นว่าพวกเราดีพอ คู่ควร ในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้ เชื่อว่าชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคมาในเดือนกันยายน 2555 พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ความพยายามในการพัฒนาตัวเอง และยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในมิติด้านนโยบาย วิธีคิด และการปฎิบัติที่จะจัดวางตัวบุคลากร เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยเห็นว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบ้านของเรา ซึ่งก็คือประเทศไทยให้เป็นบ้านที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจไปด้วยกัน
วันนี้พรรคภูมิใจไทยจึงขอมาพบกับประชาชนอีกครั้งโดยการนำเสนอบนเวทีแห่งนี้ซึ่งอาจเป็นการสรุปสิ่งที่เราได้ทำมา และได้ร่วมกันออกไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อขอความสนับสนุนความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยให้เลือกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอสิ่งที่พรรคภูมิใจไทย จะกระทำเมื่อได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทดลองงานมา 4 เดือนขอทำงานจริงอีก 4 ปี
พรรคภูมิใจไทยได้วางนโยบาย 4 แกนหลัก เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงได้แก่ แกนด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ให้เฟืองจักรสำคัญของแกเหล่านี้มาพบกับประชาชนในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า แกนเหล่านี้จะถูกขับเคลื่อนไปในจังหวะที่พร้อมกัน เพื่อให้เฟืองจักรทุกตัว จะได้ทำงานด้วยประสิทธิภาพที่สูงที่สุด
ก่อนเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ในวันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาบอกกับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปมาก ๆ คือวิธีคิดและวิธีการทำงานของพวกเรา จากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิดแต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่าโครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทยแน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคถูมิใจไทยลงนามแน่นอน
วิศวกรใหญ่ อยู่ตรงนี้จะไม่ให้โครงสร้างมาขย่มขวัญประชาชนความเป็นพรรคบ้านใหญ่ มีคำจำกัดความของคำเป็นพรรคบ้านใหญ่ นั่นคือการดูแลคนในพื้นที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่เคยเป็นเจ้าคนนายคน และต้องมีหน้าที่เอาใจใส่ให้กับชาวบ้านในทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวัน เราอยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เราจะเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยต่อไป โดยการมาทำงานมากขึ้นมีคำว่าพลัส เช่น นโยบายเท็นพลัส และไทยแลนด์พลัส เราจะสร้างทุกช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทุกครอบครัว โดยจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด รถ EV เทคโนโลยี AI รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียวให้ผู้ประกอบการไทยเป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ขายที่ผ่านได้ทุกประตูติดกับจากอุปสรรคทางการค้าและเรากำลังผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก OECD ให้ไทยไปยืนอยู่ในกลุ่มของประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถของ ประกอบการไทยให้ผ่านได้ทุกอย่าง
นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย เด็ก ๆ ของเราต้องได้เรียนฟรีรวมถึงคนไทยที่ยังใฝ่หาความรู้ก็จะได้เพิ่มความรู้ และทักษะในทุกช่วงวัย คนทำงานก็จะได้รับทักษะใหม่ ๆ ให้มีความพร้อมเสมอกับตลาดงานแห่งอนาคต หรือแม้กระทั่งคนที่จะมาเป็นรั้วของชาติ เพื่อการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พรรคภูมิใจไทยก็ได้กำหนดนโยบายทหารอาสาเพื่อให้กำลังพลของกองทัพเราเป็นผู้ที่มีความพร้อมทางด้านทักษะ การปกป้องดินแดน และมีความชำนาญด้านวิชาชีพในการดูแลประชาชน และยังทำให้ประเทศไทยของเรามีทหารที่อยากเป็นทหารไว้ดูแลแผ่นดินของพวกเรา
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย จึงอยากจะบอกว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง"คนป่วยแห่งเอเชีย" เป็นอันขาด และ
นอกจาก จะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว จะเป็นคนที่แข็งแรง มีพลังเป็นประเทศที่ใครๆในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยัน จะไม่ยอมให้ประเทศไทย เป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆ พี่ไม่ก่อประโยชน์และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน
ในระบบของภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็งหลายด้านพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่ก่อประโยชน์ และลดศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน ถ้าประชาชนให้ตนกลับมาบริหารประเทศอีกครั้งเราจะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งอุตสาหกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นมีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่านโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาก็เพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็คบิลก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยมไม่หาโอกาสให้กลับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อใสทฤษฎี “หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน”
สถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันที่ถูกล้อมและถูกกดดัน ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขันหากเลือกผู้บริหารที่มีความพร้อม มีความรู้และเคยทำงานประสบผลสำเร็จมาแล้ว โอกาสที่จะทำงานความสำเร็จต่อไปให้กับประเทศไทย รับรองว่ามีให้มากกว่าคนที่ไม่เคยทำ และไม่มีประสบการณ์
ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงานไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณาการมีผู้บริหารใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ เข้ามาอยู่ในพรรคภูมิใจไทยทั้งมาจากภาคที่มาจากมืออาชีพ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งนี้ มันได้ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น
วันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงานประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลกหรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และอย่าไปเสี่ยงกับผู้บริหารประเทศที่ได้ประสบการณ์ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอรัปชั่น รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้น หากเลือกภูมิใจไทยประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง
ต้องขอย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้วหากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทยประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือความสามัคคีการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตนให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน คือ สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาขอยืนยันว่า หากกัมพูชาไม่รุกรานไทย ไทยก็จะไม่มีปัญหาใดๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามและสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองดันมาเป็นนายกรัฐมนตรี
"แต่ความเป็นนายกฯของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงาน การทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันทำให้เราได้แผ่นดินไทย ที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้สมควรแล้ว สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ภูมิใจไทย แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลของท่านชุดนี้"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนามใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น ห้ามลุกล้ำเข้ามาอีก และยิ่งไปกว่านี้ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่ได้สามารถเลือกตั้งได้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้พวกท่านออกไปเลือกตั้งกันเยอะๆให้การเลือกตั้ง เป็นไปด้วยความราบรื่น ให้ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกเป็นไปด้วยความใสสะอาด
"ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติและรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัวหรือรัฐบาลที่กลัวเขมร ไม่อยากได้สิ่งแรกเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37"
นายอนุทิน ทิ้งท้ายด้วยว่า จะจบแล้ว ขอเปิดข่าวดี ขอประกาศวันนี้ตรงนี้ หากพรรคภูมิใจไทย กลับมาเป็นรัฐบาล อนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ เป็นรองนายกและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทรวงเหล่านี้ ภูมิใจไทยจองแล้ว ใครก็มาไม่ได้ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล มาแพ็ค 4 แน่นอน
"มาแล้วรัฐบาลของผมจะยกเลิก MOU 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50-50 เพราะไอ้นั่นคือนโยบายคนละครึ่งพลัสของเอกนิติเขา ไว้สำหรับคนไทย ไม่ใช่ไว้สำหรับกัมพูชา ดังนั้น เรื่องผลประโยชน์ 50 50 จากการแบ่งทรัพยากรในทะเล ตามที่เคยมีรัฐบาลเสนอไว้ จะไม่มีอีกต่อไป ส่วน MOU 43 จะขอให้นายสีหศักดิ์ ว่าที่รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย และถ้าผมไม่ตกกระป๋องเสียก่อนท่านก็เป็นนายก จะขอให้ท่านได้เร่งดำเนินการให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพนำเสนอแนวทางมาให้รัฐบาลพิจารณาและจะตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ แต่สิ่งที่ยืนยันได้เลยแล้ว พูดได้เลย คือประเทศไทย จะไม่มีวันเสียเปรียบและเสียดินแดน ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569"
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สัญญาครับ สัญญาของผมเชื่อถือได้ ผมสัญญาว่า จะทำให้ท่านได้ภูมิใจกับความเป็นคนไทย การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้ง เพื่อความอยู่รอดและความก้าวหน้าของทุกคน พรรคภูมิใจไทยจะมุ่งมั่นสร้างประโยชน์และนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคงอย่างยั่งยืน วันที่ 8 นี้ วันอาทิตย์เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 และผู้เลือก สส.เขตของพรรคภูมิใจไทย เลือกให้มากพอที่จะนำพาประเทศไทยออกจากความไร้เสถียรภาพทางการเมือง ออกจากความขัดแย้ง ออกจากภัยทางเศรษฐกิจ ออกจากภัยความมั่นคงที่รุมเร้าประเทศมานานแล้ว เลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ประเทศไทยเดินหน้าต่อได้ทันที ไม่เสียเวลาไม่เสียโอกาสแม้แต่วินาทีเดียว เลือกภูมิใจไทย เบอร์ 37 เพื่อเอามืออาชีพ ที่มีความแข็งแกร่งทั้งทางด้านการเมืองและการบริหาร กลับเข้าไปทำงานให้ท่านครับ เลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 เพื่อให้ได้ผู้รับใช้ที่ภักดีต่อประชาชนทุกคน กลับไปเป็นนายกรัฐมนตรี เลือกเบอร์ 37 ความสำเร็จเป็นของประชาชนไทย
ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยมีภรรยาพร้อมลูกชายลูกสาวทั้งสองคนมาเชียร์ติดขอบเวที รวมถึงรวมถึงน้องสาวทั้งสองคนด้วย
ซึ่งนายยศชนัน ได้เดินมาจับมือภรรยาและลูกลูกที่หน้าเวทีก่อนที่จะเดินกลับไปโพเดียมเพื่อปราศรัย ว่า หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะไร้คอรัปชั่น หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า คนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทย จะเป็นเมืองที่อากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับลูกหลานของเรา หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เด็กไทยทุกคนต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่า ครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้ เพียงพอกับรายจ่าย และเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ อีกครั้ง หลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า เราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง และพร้อมที่จะยืนบนลำแข้งตัวเอง มีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ในยุคสงครามทางเทคโนโลยี อย่างสง่างาม และหลายคน อาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่า ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
“ทุกคนครับ เพราะผมเชื่อเสมอว่า สำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกัน ทุกอย่างต้องเป็นไปได้ 8 กุมภาพันธ์ นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้ว ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวัง ของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง”
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ปี 2551 ตนเริ่มเส้นทางการต่อสู้ เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากคำถามที่ว่าทำไมประเทศไทย ไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองเลย ทำไมประเทศไทย ไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ ที่จะใช้รักษาชีวิตของคนไทย ทำไมคนพิการไทย ไม่ได้รับการดูแล อย่างเท่าเทียมกัน 17 ปี บนเส้นทางสู่การต่อสู้ เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยี เพื่อคนไทย ผมได้พิสูจน์แล้วครับว่า หากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยก็ทำได้ คนไทยไม่แพ้ใครครับ !!! คนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้
และปี 2557 ตนเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมือง ด้วยความมุ่งมั่น ที่จะสานต่อ ให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ จากคนไทย แต่ปัญหามีมากกว่าที่ผมคิดครับ ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเค้า คนไทย 3.4 ล้านคน ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ผมเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมือง และนอกเมือง อย่างชัดเจน ตนเห็นหลายครอบครัวล้มลง จากปัญหายาเสพติด ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ผมจะไปไม่ถึงฝั่งฝัน จากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วครับว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ หากปราศจากหัวใจ หากปราศจากความเข้าใจ ในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากผมได้รับโอกาสอีกครั้ง ตนพูดกับตัวเองเสมอว่า พร้อมที่จะทำอีกครั้งด้วยความเข้าใจ ในหัวใจของประชาชน
และปี 2568 ตนก็ได้รับโอกาสอีกครั้ง และครั้งนี้ ตนพร้อมแล้วที่จะบอกกับทุกคนว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทย ทุกคน ให้เป็นความจริง ตนจะทำเพื่อคนไทยทุกคน ให้ดีที่สุด ความหวังของพ่อแม่พี่น้อง เกษตรกร ที่ผลผลิตทางการเกษตรของเค้า จะมีราคาที่ดีขึ้น ความหวังที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ทำการเกษตรแล้วจะได้กำไร ความหวังที่เกษตรกร จะไม่ต้องล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่า จากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ความหวังของคนค้าขาย ที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขาย ที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ความหวังของ SME / Startup ที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ ความหวังของคนทำประมง ความหวังของ ครู ข้าราชการ ที่วันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของพี่น้องประชาชนที่จะเข้าถึง การรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ในราคาที่เหมาะสม ความหวังที่จะมีน้ำประปาที่สะอาด ไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆที่ บนผืนแผ่นดินไทย - ความหวังที่ลูกหลานของเค้า จะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด ความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐ ในวันที่เค้าล้มลง ทุกๆวัน
ในทุกเวทีแห่งความหวัง ทั่วประเทศไทย การเดินทางผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย สายตาที่มาด้วยความห่วงใย มาเพื่อประคับประคอง เพราะเค้าเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจ จากคุณยาย ที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปราม ยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกัน ของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่า เค้ายังอยู่เคียงข้างเราเสมอ สายตาที่มองมาเพื่อในวันกำลังใจ ในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ ให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า วันนี้ลุงยา (คุณลุงจากอำนาจเจริญที่สานกระติบข้าวเหนียวเป็นชื่อยศชนัน) มากับผมด้วย ผมรู้ด้วยซ้ำว่าคุณลุงเขียนชื่อผมอยู่บนกระติ๊บอันนึงและวันนั้นเป็นวันที่ผมหมดแรงไม่อยากจะลุกขึ้นแล้ว พอเห็นกระติ๊บลงเท่านั้นคือคักเลยเพื่อประชาชนคนไทย
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า ตนไม่รู้ว่า จะอยู่บนโลกใบนี้ ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบ ให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย ตนจะทำให้ดีที่สุด เราดึงเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ ประเทศไทยจะยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผย ในเวทีโลก ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลง ให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง แก้หนี้ทั้งระบบ และดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด เพราะเค้าคือคนไทย การขยายฐานเกษตร มูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาด มูลค่าสูง และบริการ มูลค่าสูง ด้วยการยกระดับ เศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจ ฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงิน วางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติ เพื่อคนไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก บริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ
ประเทศไทยต้องไร้คอรัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูและประชาชนด้วยวิทยศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
“แยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วครับ วันที่ 8 กุมภา นี้ ผมขอโอกาสพรรคเพื่อไทย ดูแลคน
แท็กที่เกี่ยวข้อง