เลือกตั้งและการเมือง

3 พรรครุมถก ‘ศุภจี’ นโยบายเศรษฐกิจ ย้ำไม่กังขาความสามารถ แต่ถาม ‘อนุทิน’เอาด้วยหรือไม่

7 ชั่วโมงที่แล้ว

136 views

“เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์-ประชาชน” รุมศุภจี เรื่องนโยบาย ย้ำไม่กังขาความรู้ความสามารถของศุภจี  แต่ถาม “อนุทิน” เอาด้วยหรือไม่

เวทีดีเบตช่อง 3 เลือกตั้ง 69 เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ ที่ลานพาร์คพารากอน  เมื่อวานนี้ (5 ก.พ.69) มีผู้เข้าร่วมเวทีดีเบต ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย   นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกฯ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ


ไฮไลท์ช่วงแรก อยู่ในช่วงการนำเสนอของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่า สิ่งที่ตั้งใจคือความมั่นคง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญมาก ปัจจุบันทุกคนบอกว่าเราถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน  ปัจจัยภายนอกคือสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ส่วนปัจจัยภายในคือเศรษฐกิจที่ไม่โต ดังนั้นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเป็นวาระแห่งชาติ คือทำอย่างไรให้เศรษฐกิจปากท้องของคนไทยทั้ง 77 จังหวัดกระจายทั่วถึง ทั้งชุมชน SME ผู้ประกอบการ ทำอย่างไรให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมนี้ได้


สิ่งที่จะทำ คือ เปลี่ยนในเรื่องของเศรษฐกิจ พรรคภูมิใจไทยตั้งใจทำนโยบายโดยยึดความมั่นคงของอธิปไตย เศรษฐกิจปากท้อง เราทำงานให้ดูเป็นตัวอย่าง เราทำ 3-4 เดือน และยังทำต่อไปได้อีก


หลังจากที่นางศุภจีปราศรัยจบ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้ความเห็นว่า ยกตัวอย่างในกรณีค่าไฟแพง การทำให้พลังงานไฟฟ้าสะอาดและค่าไฟถูกลง ต้องพุ่งเป้าไปที่การเปิดตลาดเสรีพลังงาน คนที่มีอำนาจต้องปรับนโยบายที่ไม่เอื้อต่อกลุ่มทุนพลังงาน แต่ถ้าเราอยากจะผลักดันนโยบาย แต่ติดล็อคในจุดยืนการเมือง ถ้าพรรคการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มทุนพลังงาน จะตัดสินใจอย่างไร


นางศุภจี ชี้แจ้งว่า เรื่องทลายทุนผูกขาดจำเป็นต้องแก้ไข เพราะรายได้กระจุกที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหากดู GDP ดังนั้น นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเน้นการกระจายตัวทางเศรษฐกิจในทุกกลุ่มชน ผูกขาดไม่มี  จุดยืนของเรา คือ ทำเพื่อประเทศชาติและประชาชน เพราะฉะนั้นถ้ามีพรรคใดหรือทุนใดที่ไม่มีจุดยืนเดียวกับประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศชาติตนจะไม่ยอมเด็ดขาด  มันไม่ดีหรือที่คนที่มีความตั้งใจแบบนี้เข้ามาอยู่ในพรรค เราจะได้ช่วยตั้งแต่ข้างใน จะได้เห็นได้ชัดว่าอะไรเป็นอะไร


ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า “ผมหนักใจนิดหน่อย เพราะไม่ค่อยมีคำถามกับคุณศุภจี แต่มีคำถามกับอนุทินเยอะ สิ่งที่คุณศุภจีพูด ไม่มีใครตั้งคำถามถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจที่ดี แต่พอดูนโยบายที่ส่ง กกต. เมื่อกี้คุณณัฐพงษ์บอกว่าของณัฐพงษ์ 200 กว่านโยบาย ประชาธิปัตย์ก็ 200 กว่านโยบาย ปรากฏว่าพอเราไปอ่านของภูมิใจไทยเนี่ย มันมีอยู่น้อยมาก จนทำให้เราไม่สามารถที่จะทราบทิศทางได้ ผมก็เป็นห่วงเท่านั้นเองว่าความตั้งใจที่ดีของคนอย่างคุณศุภจี เราไม่แน่ใจว่าแม้จะพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ แต่ภายใต้โครงสร้างของพรรคการเมือง ที่มีคุณอนุทินเป็นหัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายก แทบจะเรียกได้ว่าชัดเจนว่ากุมอำนาจอยู่ในพรรคในส่วนที่เป็นทางการ”


นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เราไม่ค่อยรู้แนวคิดต่าง ๆ ทำให้วิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามได้ยาก เป็นห่วงว่าเวทีที่จัดแบบนี้ มีหน้าที่ให้คนไปตัดสิน แต่ในอีก 3 วันข้างหน้า เขาต้องรู้ตั้งแต่ต้นว่าเลือกแล้วได้อะไร ตนเข้าใจดีว่าวันนี้พรรคภูมิใจไทยอาจจะชูบอกว่าไว้ใจ “ศุภจี-เอกนิติ-สีหศักดิ์” แต่พอไม่บอกว่าจะทำอะไร ตนจะไว้ใจได้อย่างไรว่าคนที่เป็นหัวหน้าของทั้ง 3 ท่านนี้จะคิดแล้วทำเหมือนกัน


นางศุภจีจึงชี้แจงนายอภิสิทธิ์ว่า ต้องเรียนว่าที่เข้ามาทำงานร่วมกัน 4 เดือนเต็ม นายอนุทินให้อิสระเต็มที่แล้วไม่เคยก้าวก่ายในสิ่งที่ทำ ในเรื่องที่ว่าไว้ใจได้อย่างไร ต้องเรียนว่าท่านนายกฯ ให้โอกาสที่ทำ ในมุมของนโยบายที่นายอภิสิทธิ์บอกว่ายังไม่เห็น ขออนุญาตเรียนว่านโยบายจะมีเป็นร้อยนโยบาย มันก็อยู่ที่ว่าทำได้หรือไม่ได้


“สิ่งที่เราทำเราดูครบทุกแกนไม่ว่าจะแกนความมั่นคง สังคม ภัยพิบัติและเศรษฐกิจปากท้อง ในแต่ละเรื่องมีนโยบายแตกย่อยออกมา ที่เราทำได้จริง ๆ ก็ทำเป็นนโยบายต้นแบบมาแล้ว และตั้งใจจะทำต่อไปโดยที่ทำ 3 เรื่องคือ ทำสั้น กระตุ้นยาว แล้วให้กระจายตัวทั่วถึงในทุกคน”  


ด้านนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริม 2 เรื่อง คือ คนจนและหนี้ ว่า เห็นด้วยที่ให้เศรษฐกิจไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันที่อยู่รากหญ้า การจัดการหนี้ทั้งระบบ การดึงดูดการลงทุนเข้ามาต้องเตรียมคนให้เหมาะสม ประเทศไทยขาดโอกาส  เวลามาลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ  ต่างชาติเข้ามา แต่เราไม่เคยนำวิทยาการเข้ามาด้วย สิ่งสำคัญที่สุดคือบังคับใช้กฎหมายให้ถูกต้องด้วย


วันนี้ชาวต่างชาติมองว่าเราสามารถบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ ได้หรือไม่ แล้วผู้นำรัฐบาลคนนี้ต้องเฉียบขาดในการบังคับใช้ การที่คนอื่นเข้ามาลงทุน ต้องดูว่าเราตรงไปตรงมา นี่คือสิ่งสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่ง



อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/y85Lbn3zwYs

คุณอาจสนใจ

Related News