เลือกตั้งและการเมือง
“ชูศักดิ์” ควง “พนม-อดีต สจ.ตูน” เปิดหน้าชนคลิปประกาศศักดา ร้อง กกต.เอาผิด ทำพรรคเสียหาย
3 ชั่วโมงที่แล้ว
84 views
“ชูศักดิ์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย “พนม” ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี และอดีต “สจ.ตูน” เปิดหน้าชนคลิป “ประกาศศักดา” ตั้งโต๊ะแถลงร้อง กกต.เอาผิดกฎหมายเลือกตั้ง บ่ายนี้ เหตุทำเพื่อไทยเสียหาย กระทบคะแนนนิยม ด้าน อดีต สจ.ตูน ยอมรับกลัว แต่ยึดความถูกต้องและประชาชน
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายพนม โพธิ์แก้ว ผู้สมัคร สส.กาญจนบุรี นายอานนท์ ถนอมวงษ์ อดีต สจ.กาญจนบุรี เขต2 และนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีคลิปเสียงกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง สส. ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี
โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีคำพูดที่ไม่เหมาะสมและอาจหมิ่นเหม่เรื่องของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ปฏิเสธว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่เป็นเสียงที่ดำเนินการโดย AI ขณะที่ นายพนมได้แจ้งกับมาทางพรรคว่า พรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย ขอให้พรรคเพื่อไทยดำเนินการตามความสมควร ซึ่งพรรคเพื่อไทยพิจารณาว่า คลิปเสียงดังกล่าวเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหลายมาตรา ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องบอกว่าไม่ใช่เสียงของตน พรรคเพื่อไทยจึงต้องนำบุคคลที่อยู่ในคลิปที่สนทนาพูดคุยมาแถลงกับสื่อมวลชน ว่าคลิปเสียงที่ปรากฏมีความเป็นมาอย่างไร เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
นายพนม กล่าวว่า ที่ตนมาแถลงข่าววันนี้ รู้สึกว่าตนเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ประเด็นคลิปดังกล่าวที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียล และจากคำพูดในคลิปมีการพูดว่า พรรคของผู้พูดในคลิปจะเป็นพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างแน่นอน ส่วนพรรคที่ตนสังกัดอยู่จะต้องเป็นฝ่ายค้าน และมีการพูดต่อว่า ถ้าตนเป็นผู้แทนราษฎรชาวบ้านจะไม่ได้อะไร เพราะเป็นฝ่ายค้านงบประมาณเขาไม่ให้ลงพื้นที่แน่นอน และผู้พูดในคลิปยังมีการเน้นย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยใจดำมาก โคตรใจดำ คำพูดนี้ทำให้คนที่สนับสนุนตนอาจมีการเปลี่ยนใจได้ เพราะหากเลือกไปแล้วไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับชาวบ้านได้ ก็อาจจะเปลี่ยนใจจากสนับสนุนตนไปสนับสนุนคนดังกล่าวในคลิปจึงมาแถลงข่าววันนี้
ด้านนายอานนท์ ถนอมวงษ์ อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี หรือ สจ.ตูน กล่าวว่า ตนเป็นผู้อัดคลิปดังกล่าวด้วยโทรศัพท์มือถือ เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 68 เวลาประมาณ 08.46 น. ซึ่งตอนนั้นตนได้อยู่กับนายปรีชา จิรวงศ์สุธารมณ์ อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก จ.กาญจนบุรี วันนั้นได้มีโทรศัพท์เข้ามาที่นายปรีชา ที่อยู่ด้วยกันก็ขอคุยกับตน แต่ตนไม่รู้ว่าจะคุยอะไร เพราะก่อนหน้านั้นได้มีข่าวหรือต่างๆนานาว่ามีการคุยข่มขู่ จึงได้บันทึกคลิปไว้ เพื่อป้องกันตัวเอง และเมื่อได้ฟังคลิปก็ได้นำคลิปให้กับเพื่อนๆหลายคน ดูกันว่าแบบนี้ผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือไม่ เพราะอยู่ในระหว่างการเลือกตั้งสส. ซึ่งทางนายปรีชา บอกว่าผู้ที่โทรมาในคลิปคือเสียงของท่านที่ปรากฏอยู่ในคลิป
นายชูศักดิ์ กล่าวสรุปว่า ได้มีโทรโทรศัพท์จากบุคคลดังกล่าวจะพูดด้วย ซึ่งทาง สจ. เข้าใจว่าเป็นเรื่องของการเลือกตั้ง เพราะก่อนหน้านี้มีการพูดจาข่มขู่กันพอสมควรว่าถ้าใครไม่เลือกอาจจะมีปัญหา ทาง สจ. จึงตัดสินใจบันทึกเสียงเอาไว้ก่อนส่งให้บุคคลที่เกี่ยวข้องช่วยกันพิจารณาว่าเป็นอย่างไร ต่อมานายพนมจึงร้องมาที่พรรคเพื่อไทยขอให้ดำเนินการตามกฏหมายเลือกตั้ง ซึ่งพิจารณาแล้วเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหลายประการ เช่น การใส่ร้ายด้วยความอันเป็นเท็จ การสัญญาว่าจะให้ การทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 73 พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.
ดังนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยวานนี้ (4 ก.พ.) จึงมีมติว่าให้ดำเนินการร้องเรียนไปยังกกต.ให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในคลิปเสียงดังกล่าว เพราะทำให้เกิดความเสียหาย พร้อมมอบหมายให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ไปยื่นเรื่องต่อ กกต.ในเวลา 14:00 น. วันนี้
เมื่อถามอดีตสจ. ตูน ยืนยันได้หรือไม่ว่าคลิปเสร็จนั้นเป็นของนายศักดา เนื่องจากเจ้าตัวไปแจ้งความว่าไม่ใช่เสียงตนเอง ว่า นายอานนท์ กล่าวว่า เจ้าของโทรศัพท์ที่เอาให้ตนคุยก็พูดชื่อนี้ และเป็นคนขอสายคุยกับตน และมีสายนี้โทรเข้ามาคุยกับตนหลายครั้ง เพื่อนฉันชวนให้ตนไปช่วยหาเสียง แต่ไม่มีเรื่องการข่มขู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่โทรมานั้นน่าจะเป็นเบอร์ของลูกน้อง ซึ่งเป็นเบอร์ตามชื่อที่ปรากฏตามคลิป โดยเป็นเบอร์ของนายกอบต.คนหนึ่งที่รู้จักกัน ส่วนเหตุผลที่โทรหาตนนั้นคิดว่าเป็นอดีตสจ. พอที่จะมีประชาชนในพื้นที่รัก จึงคิดว่าอยากให้ตนช่วยในเรื่องของคะแนนเสียง
ส่วนเรื่องการดำเนินคดี สำหรับคลิปเสียงนั้นจะสามารถเป็นหลักฐานได้หรือไม่ นายนรวิชญ์กล่าว่า วันนี้อดีตสจ. ได้มอบคลิปและรับรองการถอดเทปให้ ถือเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งจะนำไปประกอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้งสืบสืบสวนสอบสวนต่อไป
สำหรับคนที่ถูกกล่าวอ้าง ไปแจ้งความบอกว่าเป็นเสียงAI นั้น นายนรวิชญ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการไปพิสูจน์กัน แต่คนที่คุยสายด้วยเขายืนยันแล้ว
เมื่อถามว่านอกจากจะร้องเรียน ตามกฎหมายเลือกตั้งกับกกต. ในเนื้อหาคลิปอาจจะหมิ่นเหม่ไปยังเรื่องคดีมาตรา 112 ทางพรรคมีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างไร นายชูศักดิ์ กล่าวว่า ทางพรรคกำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะถึงขั้นไหนค่อยว่ากัน แต่คิดว่ามีความหมิ่นเหม่อยู่หลายเรื่อง
เมื่อถามว่าหลังจากที่มีคลิปปรากฏประชาชนในพื้นที่เสียงสะท้อนต่อเหตุการณ์นี้อย่างไร นายพนม กล่าวว่า มีประชาชนหลายคนมาถามเลือกตนไปแล้ว จะได้เป็นฝ่ายค้าน แล้วงบประมาณจะไม่ได้จริงหรือไม่ ซึ่งมีทั้งกังวลและรู้สึกตกใจ ทำให้คะแนนนิยมของตนกับคนที่อยากจะสนับสนุนเปลี่ยนใจได้ ซึ่งมีทั้งชาวบ้านที่โทรมาถาม และถามในขณะที่ลงพื้นที่ ทำให้ตนมีผลกระทบ เพราะคำพูดในคลิปเสียงชักชวนคนที่สนับสนุนตนชัดเจน และเหตุผลที่ตนต้องออกมาแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากคู่กรณีในคลิปเสียงไปแจ้งความว่าเป็น AI ทำให้คุณอาจจะเข้าใจว่าเราเป็นคนสร้างขึ้น กุเรื่องขึ้นเพื่อสร้างความนิยมให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำให้เป็นกระแสตีกลับมาที่ตนเองหากไม่มีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
เมื่อถามต่อว่ากังวลหรือไม่ว่าหลังจากมีการมาแถลงข่าวจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น นายพนม กล่าวว่า ตนไม่กลัวอยู่แล้ว เพราะตนทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคิดดีทำดีเราไม่ได้คิดจะไปทำร้ายใครและการมาเล่นการเมืองเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชนย้ำว่าไม่กลัวอยู่แล้วขณะที่นายอานนท์ ยอมรับว่ากลัวอยู่แล้ว แต่ต้องถูกต้องมากกว่า ความถูกต้องและประชาชนต้องมาก่อน ตอนอยู่กับการเมืองมานานอยากให้การเมืองบ้านตน ชาวบ้านได้พัฒนา เหมือนที่นายพนมทำอยู่ซึ่งดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก
นอกจากความผิดรายบุคคล จะสามารถเชื่อมโยงความผิดไปยังพรรคต้นสังกัดของคู่กรณีได้หรือไม่ นายชูศักดิ์ กล่าวว่า น่าจะโยงถึงพรรคได้หลายเรื่องเพราะรู้อยู่แล้วว่าสมาชิกทำผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยจึงมอบหมายให้นายนรวิชญ์ไปยื่นกับกกต.ก่อนส่วนเรื่องพรรคหรือก็อื่นๆกำลังพิจารณา
พร้อมระบุด้วยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง เราต้องดูว่าการเมืองที่ว่าเป็นอย่างไร ไม่ถูกต้องหากถูกกฎหมายหรือไม่เราก็ใช้สิทธิ์ของเรา เพราะถ้าปล่อยไปแบบนี้ท้ายสุดก็จะไม่เกรงกลัวอะไร กันต่อไปก็ใช้อำนาจรัฐทำให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม เราต้องตัดสินใจกรรมการบริหารพรรคจึงมีมติในเรื่องนี้ขอดำเนินการตามกฎหมายเลือกตั้ง
แท็กที่เกี่ยวข้อง ข่าวการเมือง ,พรรคเพื่อไทย