เลือกตั้งและการเมือง

DSI ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาให้ ป.ป.ช. “ประเสริฐ” อดีต รมว.-จนท.ดีอี ส่อผิด ม.157 ดูดข้อมูลคนไทย

4 ก.พ. 2569

247 views

DSI ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูลคนไทย 1.2 ล้านคน ส่ง “ป.ป.ช.” แล้ว พบรัฐมนตรีถึงเจ้าหน้าที่ในกระทรวงดีอี เข้าข่ายผิดมาตรา 157 มี “ประเสริฐ” อดีต รมว.

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา DSI นำส่งสำนวนคดีตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอเรนซี ภายใต้โครงการ Worldcoin จำนวน 6 กล่อง 10 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 5,000 หน้า ส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณา

ในการตรวจสอบของ DSI พบว่า โครงการสแกนม่านตามีความเชื่อมโยงกับการจัดทำ MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กับกองทุน Prime Opportunity Fund VCC ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีความผิดปกติในการบริหารโครงการ และการแบ่งผลประโยชน์จากเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ที่ได้รับจากต่างประเทศ ซึ่งมีมูลเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

DSI ได้จำแนกความผิดปกติไว้ 4 ข้อหลัก คือ เร่งรัดทำ MOU ภายใน 3 วัน ทั้งที่ปกติกระบวนการจะต้องอยู่ในระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน ลงนาม MOU ทั้งที่ไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีดีอี เพราะรัฐมนตรีมาลงนามหลังเซ็นต์สัญญาไปแล้ว 2 วัน อัยการเคยท้วงว่าให้นำเรื่องนี้เข้าคณะรัฐมนตรี เพราะใน MOU รัฐมีข้อเสียเปรียบอยู่มาก แต่ก็นิ่งเฉย ไม่มีโครงการนำร่อง เพราะทำโครงการขึ้นมาก่อนจะออกกฎหมายรองรับ

มีรายงานว่าจากความผิดปกติทั้งหมดที่พบ ทำให้มีข้าราชการเมืองและข้าราชการประจำ เข้าข่ายความผิดมาตรา 157 จำนวน 6 คน ได้แก่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายวัลลภ รุจิรากร อดีตเลขานุการรัฐมนตรี, นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อดีตปลัดกระทรวงดีอี, นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ อดีตรองปลัดกระทรวงดีอี และ ผอ.กองการต่างประเทศ กระทรวงดีอี และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี

ขณะที่นายโอภาส เฉิดพันธุ์ กรรมการบริษัท ทีไอดีซี เวิล์ดเวิร์ส จำกัด และกรรมการบริษัท เอ็มวิชั่น จำกัด (มหาชน) ก็จะถูกรวมในสำนวนนี้เช่นกัน แต่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ



คุณอาจสนใจ

Related News