เลือกตั้งและการเมือง

"อภิสิทธิ์" ตอกกลับ! "อนุทิน" ยันไม่เคยด้อยค่าใคร แนะให้ไปบอก "พิพัฒน์" เพราะพูดโจมตี "ปชป."

2 ชั่วโมงที่แล้ว

9 views

ช่วงโค้งสุดท้าย ก่อนการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ (4 ก.พ.) พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส. เขตคลองเตย-เขตวัฒนา ลงพื้นที่เดินหาเสียงในตลาดแสงทิพย์ ถนนสุขุมวิท เขตพระโขนง ทักทายพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนที่มาเดินตลาดเช้า อ้อนขอคะแนนเสียงกาพรรคประชาธิปัตย์  และเลือกนายพงศกร เป็นตัวแทนเขตพื้นที่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างดี จากพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่เป็นอย่างดี ซึ่งช่วง 7 วันก่อนการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ก็มีการเก็บข้อมูลเป็นระยะในเรื่องของคะแนนนิยมของพรรค

ส่วนกรณีที่ทีดีอาร์ไอได้วิเคราะห์นโยบายของแต่ละพรรค และพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าใช้วงเงินในการดำเนินนโยบายค่อนข้างมากนั้น นายอภิสิทธิ์ ระบุว่าเราได้เสนองบตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด เพราะฉะนั้นเวลาเปรียบเทียบระหว่างพรรคก็ช่วยดูด้วย เพราะของเราเป็นงบ 4 ปี ซึ่งทีดีอาร์ไอก็ดูจะเข้าใจดี แต่ตนเองอยากจะชี้แจงเพิ่มเติมว่า งบที่ส่ง กกต. เช่น งบเบี้ยยังชีพที่เราจะต้องส่งงบทั้งโครงการ ซึ่งปัจจุบันจ่ายอยู่ที่ 600-800 บาท เรามีการส่งไปที่ 1,000 บาท โดยจำนวนนี้รวมงบที่มีการจ่ายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ได้เพิ่มมากตามที่เข้าใจกัน อย่างที่ทีดีอาร์ไอตั้งข้อสังเกต เราก็เกิดความสงสัยอยู่นิดหน่อย เช่น กรณีเรื่องของค่าไฟเราก็ไม่ได้ใช้งบเลย

ยืนยันว่าเราได้ดูหมดแล้ว ดูไปถึงเรื่องอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างที่ยังมีอยู่ ที่ยังสามารถจะกู้เงินกรณีการขาดดุลได้ เรามั่นใจว่าไม่มีปัญหา

ส่วนถามว่าจะมีผลต่อการตัดสินของประชาชนในเรื่องของการดูนโยบายแต่ละพรรคหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ที่จริงทีดีอาร์ไอก็วิจารณ์ทุกพรรค เพราะทุกพรรคก็มีตัวเลขที่ไม่ได้ต่างกันมาก อย่างพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ตัวเลขก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก แม้ตัวเลขพรรคประชาชนจะมากกว่า ส่วนของพรรคอื่นๆ ที่น่าสงสัยคือหลายพรรคเขียนโครงการแต่ไม่เขียนงบ ซึ่งอยากให้ กกต.ตรวจสอบให้เข้มงวดกว่านี้

ส่วนแนวทางการจับขั้วของแต่ละพรรค ตนเองมองว่าแต่ละพรรคก็ได้ตอบไปแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ได้ตอบชัดเจนในเรื่องของหลักเกณฑ์ของการร่วมหรือไม่ร่วมทำงานกับใคร ซึ่งเราถือว่าเป็นเรื่องของหลักการมากกว่า ส่วนที่ทางพรรคภูมิใจไทย บอกว่าจะลืมความแค้นในอดีตกับสีแดง และพร้อมที่จะจับกับสีส้มได้ด้วยนั้น ตนเองก็เห็นเขาแสดงท่าทีเช่นนั้นมาตลอด แต่ในขณะเดียวกันก็กลับมาปลุกระดมว่าอย่าไปเลือกคนนั้นคนนี้ ก็ยังแปลกใจอยู่ว่าถ้าร่วมกันได้จะมาพูดอย่างนี้ทำไม ซึ่งตนเองคิดว่าประชาชนจะเห็นเองว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างไร

เมื่อถามว่ากรณีที่ กกต. จะส่งรายชื่อให้ศาลตัดสิน เพิกถอนผู้สมัคร สส.จำนวนมาก มีความกังวลหรือไม่จะทำให้การเลือกตั้งมีปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การตัดสิทธิ์เพราะขาดคุณสมบัติเป็นเรื่องปกติตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนมีกระแสข่าวว่าบางพรรคจะต้องรับผิดชอบด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่ากรณีการรับรองสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ทำข้อ 1.คือเจ้าตัวต้องรับรองตัวเอง 2.เราส่งข้อมูลไปให้ตรวจสอบตามหน่วยงานต่างๆซึ่งบางทีก็ได้คำตอบ บางทีก็ไม่ได้คำตอบ ตนเองก็ได้ทำหนังสือชัดเจนว่ากระบวนการของเราคืออะไร อย่างล่าสุดที่มีกรณีที่อุดรธานี ก็มีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2550 แต่เจ้าตัวลงสมัครมาทั้งปี 62 และ ปี 66 เราก็ไม่เจอข้อมูลนี้ กกต.ก็ไม่เจอข้อมูลนี้ เพิ่งมาเจอรอบนี้โดย กกต.เอง ซึ่งเจ้าตัวก็คงต้องมาอธิบายว่าทำไมถึงรับรองตัวเองไป

ส่วนการปราศรัยเย็นวันนี้ ที่หน้าตึกพาร์คสีลม จะมีการปล่อยไม้เด็ดเรียกคะแนนในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคต้องการจะชี้ให้เห็นทางเลือกของประชาชนวันนี้เป็นอย่างไรเมื่อเหลือเวลาอีก1-2 วันที่จะตัดสินใจ ก็จะหยิบยกเรื่องที่เราคิดว่าสำคัญที่สุดเพื่อมาพูดคุยกัน

นอกจากจุดยืนการร่วมรัฐบาลแล้ว หมุดหมายที่พรรคประชาธิปัตย์วางไว้หรือไม่ว่าจะต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ครับ ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง และใครมีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลก่อนก็เป็นสิทธิ์ของเขา สิ่งที่เราทำได้ก็คือเราแสดงเจตจำนงไปแล้วว่าเรามีจุดยืนนโยบายแนวคิดอย่างไร หากคิดว่าเป็นประโยชน์ก็ทำงานร่วมกัน ถ้าไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ก็ต่างคนต่างทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และหัวหน้าพรรคอื่นๆบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่เลยครับ ต่างคนต่างยุ่งกับการหาเสียงอยู่ แต่ก็แปลกใจนิดหน่อย เพราะเมื่อวานนี้เห็นมีข่าวว่านายอนุทิน ต่อว่าตนเอง ว่าไปด้อยค่าพรรคอื่น ยืนยันว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว นายอนุทิน น่าจะไปบอกนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ มากกว่า เพราะไปหาเสียงโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่ภาคใต้จำนวนมาก

คุณอาจสนใจ

Related News