เลือกตั้งและการเมือง

“ศุภจี” ลั่นไม่ใช่นางแบกภูมิใจไทย ชี้ชีวิตหลังเลือกตั้งอยู่ในมือทุกคน จะเลือกความหวังหรือความขัดแย้ง

4 ชั่วโมงที่แล้ว

33 views

“ศุภจี” ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ขอคะแนนให้ภูมิใจไทย ปลดล็อกอนาคตไทย ชี้ชีวิตหลังเลือกตั้งอยู่ในมือทุกคน “เลือกความหวังหรือความขัดแย้ง” ยันไม่ใช่นางแบกสีน้ำเงิน

เมื่อเวลา 16.20 น. วันที่ 30 ม.ค.69 ที่สวนลุมพินี กทม. พรรคภูมิใจไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยดรีมทีมเศรษฐกิจ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต เพื่อสื่อสารนโยบาย และสร้างความมั่นใจกับประชาชนชาวกทม. ในช่วงโค้งสำคัญของการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีแกนนำ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่ พรรคภูมิใจไทย อาทิ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ร่วมขึ้นเวที นำเสนอนโยบายหลักของพรรคภูมิใจไทย ในการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ และปัญหาสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ ของพรรคภูมิใจไทย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่ช่วงเย็นมีประชาชนชาว กทม.ที่เลิกงาน รวมถึงคนที่มาออกกำลังกายแวะเวียนมาฟังการปราศรัยจนเต็มพื้นที่

ต่อมา เวลา 18.20 น. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยโดยกล่าวว่า ตนปราศรัยไม่เป็นเลยจนกระทั่งการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะตนไม่ใช่นักการเมือง แต่วันนี้ขอมาทำเพื่อบ้านเมือง ทำไมเราต้องมีนักการเมืองที่มาสร้างความเกลียดชังโกรธแค้นกัน ทำไมจึงไม่มีนักการเมืองที่จะมาดูแลพี่น้องประชาชน ชีวิตหลังการเลือกตั้งประชาชนต้องอยู่ดีกินดี ทำให้วันนี้คนที่ไม่ใช่นักการเมืองต้องมายืนอยู่ตรงนี้ มาเพื่อบ้านเมืองทั้งที่ไม่ใช่เวทีที่ถนัด และตนมาที่นี่เพราะตนกลัว เนื่องจากประเทศของเรากำลังเจอความท้าทายรอบตัวมากมาย ทั้งภัยความมั่นคง สังคมที่มีความแตกแยก รวมถึงภัยเศรษฐกิจที่วันนี้โลกแบ่งขั้วอย่างน่ากลัว และรุนแรง

นางศุภจี กล่าวว่า ผู้ประกอบการตัวเล็กตัวน้อย หรือแม้แต่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จะอยู่อย่างไรถ้าประเทศไทยไม่ได้วางตัวเองให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะพอดี จังหวะนี้เราไม่สามารถเสี่ยงที่จะทดลองใหม่ได้อีกต่อไป เราต้องสร้างความเชื่อมั่น สร้างความต่อเนื่อง และสร้างความไว้วางใจ ให้คนที่จะมาค้าขายกับเราให้มีความมั่นใจ ว่าเราเป็นพันธมิตรที่ดี

สำหรับตนเป็นส่วนที่หารายได้ สัปดาห์ที่ผ่านมาตนได้ร่วมประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก หรือ World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส พบว่าโลกจับคู่ห่วงโซ่อุปสงค์อุปทานกันมากมาย สิ่งที่ทุกคนพูดเหมือนกันคือโอกาสของโลกขณะนี้อยู่ที่เอเชีย และโอกาสของเอเชียอยู่ที่อาเซียน ซึ่งอยู่หัวใจของอาเซียนอยู่ที่นี่ ถ้าเราไม่คว้าโอกาสนี้เราจะตกขบวน ดังนั้น ถ้าเราอยู่ในหัวใจของโอกาสโลก เราต้องทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง วันนี้มีพรรคการเมืองไหนบ้าง ที่บอกว่าจะตอบสนองความท้าทายทั่วโลกนี้อย่างไร พรรคที่พูดเรื่องนี้คือพรรคภูมิใจไทย

“หลายคนบอกว่าแต๋มเธอเป็นนางแบก ทำเพื่อพรรคภูมิใจไทย ทำเพื่อนายกฯอนุทิน วันนี้ตนขอบอกทุกคนอย่างชัดๆ ว่าตนไม่ได้ทำให้พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้ทำให้นายกฯอนุทิน แต่ทำให้กับทุกคนที่อยู่ตรงหน้านี้ ตนทำให้บ้านเมืองของเรา ทำให้คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก แต่เราคือคนไทยจะต้องทำให้เขาได้ และต้องทำอย่างเต็มที่เต็มความสามารถให้ดีที่สุด” นางศุภจี กล่าว

นางศุภจี ย้ำว่า การที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครในครอบครัว เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ สนับสนุนเลย เพราะการที่เรามายืนกับนักการเมืองมันน่ากลัว ก่อนที่ตนจะเข้ามาก็กลัว เรื่องที่ไม่เคยพูดก็บอกว่าพูด เรื่องที่ไม่เคยเคลมก็บอกว่าเคลม เรื่องที่เราทำดีก็ไปบอกว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นี่หรือการเมืองที่อยากจะให้เป็น คนที่มีความตั้งใจจริงๆ จะยืนอยู่ตรงไหน แต่ตนสลัดทิ้งซึ่งความกลัวทุกอย่าง ต่อให้จะต้องถูกสาดโคลน ถูกโจมตีมากกว่านี้ ตนก็จะยืนอยู่ตรงนี้ เพราะคนที่นั่งอยู่หน้าเวทีนี้ และคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ นี่คือสิ่งที่ตนตั้งใจจะทำ

ดังนั้น เรามาตัดสินใจกัน ตนอาจจะไม่พูดเหมือนคนอื่นว่าให้เลือกภูมิใจไทย แต่ขอให้พิจารณาอนาคตของเรา ชีวิตหลังการเลือกตั้งอยู่ในมือของทุกท่าน ท่านต้องการให้ประเทศเดินไปแบบไหน ท่านต้องการให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้งโกรธแค้นเกลียดชัง หรือท่านต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีความหวัง และท่านอยากจะเลือกให้ประเทศของเรา มีทีมที่มีความตั้งใจเต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเจอปัญหาใดๆ ในการทำในสิ่งที่เราตั้งใจจะทำ

นางศุภจี กล่าวว่า เศรษฐกิจของบ้านเราไม่ได้แก้แค่จุดใดจุดหนึ่งแต่ต้องแก้ทั้งระบบ เราถึงออกแบบมาว่าวิธีแก้เศรษฐกิจของเราคือ 10 พลัส ที่จะจัดการเรื่องโครงสร้างการลงทุน โครงสร้างการค้าขายเพื่อตอบโจทย์ภูมิรัฐศาสตร์ เรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องของกฎระเบียบที่จะต้องถูกต้องโปร่งใสแม่นยำไม่ซับซ้อน เพื่อให้คนไทยจะได้กลับมามีรอยยิ้ม ที่สำคัญนโยบายเศรษฐกิจของเราไม่ใช่แค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่เราแตะทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนตัวเล็กตัวน้อยไปจนถึงอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะช่วงวัยไหนเรามีนโยบายทางเศรษฐกิจให้กับทุกคน

นางศุภจี กล่าวอีกว่า วันนี้ประเทศไม่ได้มีเงินเยอะ เราขาดดุลงบประมาณแทบทุกปี ปีนี้เราขาดดุลงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท มีรายได้แค่ 3 ล้านล้านบาท ที่เป็นรายได้จากภาครัฐ แต่มีค่าใช้จ่าย 4 ล้านล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายประจำ 3.1 ล้านล้านบาท อีก 4 แสนกว่าล้านบาท เป็นหนี้ และดอกเบี้ย ที่เราต้องไปตามล้างในสิ่งที่เคยทำมา ตอนนี้เราเหลืออีกแค่ 5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาทำสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้น นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงไม่ได้เน้นประชานิยม

นางศุภจี กล่าวว่า ตนไปประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ประชุมรัฐมนตรีเอเปค (APEC Ministerial Meeting) และประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders’ Meeting และประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก World Economic Forum Annual Meeting 2026 (WEF 2026) ไม่มีใครคุยเรื่องประชานิยมแล้ว เขาเลยจุดนั้นไปแล้ว เขาพูดเรื่องการลงทุน การหาตลาด และการหาพันธมิตรทางการค้า เรื่องเหล่านี้มีใครพูดบ้างนอกจากพรรคภูมิใจไทย

“ช่วยแต๋มให้หายกลัวหน่อย ว่าจะตัดสินใจให้เราเดินหน้าประเทศของเราต่อไปอย่างไร อนาคตของท่านอยู่ในมือท่าน ชีวิตหลังเลือกตั้งอยู่ในมือท่าน ตัดสินใจให้ดี ตัดสินใจให้แน่ใจ ว่าคนที่จะนำพาให้ท่านก้าวข้ามความท้าทาย มีชีวิตมีปากท้องที่มั่นคงคือใคร ก็ขอให้ท่านช่วยเลือกเบอร์นั้น” นางศุภจี กล่าว

คุณอาจสนใจ

Related News