เลือกตั้งและการเมือง

“ณัฐวุฒิ” ซัดภูมิใจไทยใช้วาทกรรม “รักชาติ เกลียดชาติ” ถามรักแบบไหนถึงเอาเขากระโดงเป็นของตัวเอง

29 ม.ค. 2569

23 views

“ณัฐวุฒิ” ซัดภูมิใจไทยใช้วาทกรรม “รักชาติ เกลียดชาติ” ถามรักแบบไหนถึงเอาเขากระโดงเป็นของตัวเอง

“ณัฐวุฒิ” ซัดภูมิใจไทย อย่าใช้วาทกรรม “รักชาติ เกลียดชาติ” สร้างความนิยม ถามกลับต้องรักชาติแบบไหนถึงเอาเขากระโดง - สว.เป็นของตัวเอง ย้ำเพื่อไทยไม่นิ่งเฉยปมร้อนประกันสังคม เข้ามาคุม ก.แรงงาน สั่งย้ายปลัดทันทีเปิดทางสอบทุจริต แต่มีเวลาทำงานน้อยก่อนเกิดรัฐบาล MOA

วันที่ 29 ม.ค.2569 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยช่วงหนึ่งที่เวทีลานหน้า มิวเซียมลำปาง จังหวัดลำปาง ถึงการหาเสียงของพรรคภูมิใจไทยว่า ก่อนหน้านี้เป็นการนำเสนอนโยบายให้ประชาชนตัดสินใจ แต่ระยะหลังกลับกลายเป็นการบีบให้ประชาชนเลือกระหว่างพรรคที่ “รักชาติ” กับพรรคที่ “ไม่รักชาติ” ซึ่งตนไม่ทราบว่าผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยหมายถึงใครหรือพรรคใด แต่ไม่ว่าหมายถึงใคร การหาเสียงลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในระบอบประชาธิปไตย เพราะไม่ควรมีพรรคการเมืองใดถูกกล่าวหาว่า “เกลียดชาติ” เพื่อหวังผลทางการเมือง

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเมืองที่ผ่านมาในแต่ละยุคถึงจะมีการแบ่งสีเสื้อ จนพัฒนามาถึงยุคที่มีนกหวีดเป็นสัญลักษณ์ แต่ตนไม่เคยคิดว่าคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามเป็นคนเกลียดชาติ โดยเชื่อว่าทุกคนต่างก็หวังดีกับชาติบ้านเมืองเหมือนกัน และอยากเห็นประเทศดีขึ้น เพียงแต่มีวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน มองทิศทางบ้านเมืองต่างกัน จึงออกมาสู้กันบนท้องถนน

“แต่ถ้าถึงขั้นว่าพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรครัฐบาลไปกล่าวหาว่า มีพรรคไหนเกลียดชาติ ไปกล่าวอ้างว่าพรรคตนรักชาติ วิธีคิดแบบนี้เอามาใช้ในสนามเลือกตั้งไม่ได้ ท่านนายกฯ อนุทิน ท่านดูแลกันหน่อย เหลืออีกแค่ 10 วัน ผมว่าหาเสียงตามหลักตามเกณฑ์ดีกว่า

และด้วยความเคารพ เวลาท่านรักชาติ ท่านก็รักกันแปลกๆ ท่านรักชาติ และท่านเอาชาติไปครอบครองหรือยังไง ท่านรักชาติโดยเอาที่ดินเขากระโดงไปเป็นของตัวเอง นี่คือรักชาติแบบท่านหรือไม่ ท่านรักชาติโดยที่เอาวุฒิสภาเป็นของตัวเองอย่างนั้นหรือไม่ และต่อให้ท่านโดนคดีต่างๆ ทั้งเรื่องเขากระโดง เรื่องฮั้ว สว. ผมก็ไม่มีทางกล่าวหาว่าท่านเกลียดชาติ เพราะเรื่องนี้เอามาสร้างคะแนนนิยม เอามาหาเศษหาเลย หรือเอามากล่าวหาทางการเมือง เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง”

นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวถึงเรื่องประกันสังคมกำลังเป็นปัญหาใหญ่ ว่า พรรคเพื่อไทยเองก็เห็นถึงปัญหานี้เหมือนกัน และที่ผ่านมาก็พยายามแก้ไขปัญหา แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยไม่ได้กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ส่วนพรรคที่เป็นผู้ดูแลคือพรรคภูมิใจไทย ตนไม่ได้ต้องการที่จะกล่าวหา แต่เมื่อมีปัญหาตึกสกายไนน์ มีการตรวจสอบกันว่ามีการซื้อเกินกว่าราคาจริง เวลานั้นปลัดกระทรวงแรงงานเคยเป็นอดีตเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ในช่วงที่มีการเซ็นสัญญาซื้อขายกัน และเมื่อขยับขึ้นมาเป็นปลัดกระทรวงแรงงานก็ได้เป็นประธานบอร์ดประกันสังคมโดยตำแหน่ง

และในช่วงที่มีการปรับ ครม. พรรคภูมิใจไทยไม่เป็นรัฐบาลแล้ว พรรคเพื่อไทยได้เข้าไปกำกับดูแลกระทรวงแรงงานเอง ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือน รัฐมนตรีแรงงานจากพรรคเพื่อไทย โดยนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ก็ได้ดำเนินการย้ายปลัดกระทรวงแรงงานที่สังคมตั้งคำถาม และมีข้อกังขาในการทำหน้าที่ พร้อมกับตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้ผลสรุปจากการตรวจสอบเนื่องจากมีเวลาในการทำงานน้อย เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยปลดนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร รัฐบาลจึงล้มลง

“เมื่อรัฐบาลเพื่อไทยล้ม ก็เกิดรัฐบาล MOA สีส้มยกมือให้สีน้ำเงินเป็นรัฐบาล กระทรวงแรงงานจึงกลับเข้าไปอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐบาลปัจจุบันอีกครั้ง ดังนั้นพรรคเพื่อไทยไม่เคยเพิกเฉย ไม่ได้นิ่งดูดายต่อเรื่องนี้ พรรคเพื่อไทยก็ทำ แต่ถ้าพรรคการเมืองอื่นทำ คนอื่นทำ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องที่ส่งเบี้ยประกันสังคม เมื่อมีความชวนมาพากล กลิ่นไม่ดี ไม่ว่าใครเข้ามาช่วยกันตรวจสอบก็เป็นเรื่องดีทั้งนั้น ไม่ได้ว่า ไม่ได้วิจารณ์ เพียงแค่ต้องการอธิบายว่า ในเวลาที่พรรคเพื่อไทยเข้าไปบริหารเราก็ลงดาบทันที ไม่ได้ชักช้า เพียงแต่เวลาในการเข้าไปจัดการมีน้อย”

นายณัฐวุฒิ ย้ำด้วยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ได้มีการแถลงข่าวว่า หากเป็นรัฐบาลจะมีการสะสางปัญหาของกองทุนประกันสังคมอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องร้อน จึงต้องชี้แจงให้พี่น้องประชาชน พี่น้องผู้ประกันตนได้รับทราบ ให้เข้าใจ ใครจะตรวจสอบประกันสังคมอย่างไรต่อก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้โดยชอบ แต่สำหรับพรรคเพื่อไทยได้ชี้แจงไปแล้วว่าหากเป็นรัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงเป็นวาระสำคัญ และตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการบีบให้ประชาชนเลือกระหว่างพรรคที่รักชาติ กับพรรคที่เกลียดชาติ และแม้ว่าเรื่องประกันสังคมจะเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไขโดยด่วน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่การเลือกครั้งนี้คือการพิจารณาเลือกนายกรัฐมนตรี และคุณสมบัติของแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทยไม่เป็นสองรองใคร

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย คนนี้คนเดียวเท่านั้นเป็นคำตอบสุดท้าย ถ้าเพื่อไทยได้ที่หนึ่ง เพื่อไทยตั้งรัฐบาล นโยบายของพรรคเพื่อไทยจะเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล และนายกรัฐมนตรีคนเดียวคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ไม่มียกให้คนอื่น


คุณอาจสนใจ

Related News