เลือกตั้งและการเมือง
“คารม” เปิดใจยืนยันไม่ใช่ “สส.งูเห่า” เล่าเหตุสะบั้นอนาคตใหม่ ย้อนไปได้จะยังอยู่พรรคเดิม
29 ม.ค. 2569
2.5K views
“คารม” เปิดใจยืนยันไม่ใช่ “สส.งูเห่า” เจ็บปวดถูกตราหน้าเป็นงูเห่า เล่าเหตุสะบั้นอนาคตใหม่ รับใจร้อนย้อนไปได้จะยังอยู่พรรคเดิม
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์คลิปผ่านเฟซบุ๊ก เปิดใจความรู้สึกนักการเมือง “งูเห่า” คำอธิบายจากใจที่ไม่มีใครเชื่อ สิ่งที่คิดอาจไม่ใช่ความเป็นจริงเสมอไป เจาะลึกอีกแง่มุม ของ "คารม พลพรกลาง" ซึ่งมีใจความว่า
“คำว่างูเห่ามันโหดร้าย และมันทำให้คนที่ไม่ได้ดูรายละเอียดเลย เข้าใจผิดไป วันนี้อยากมาคุยเรื่องความรู้สึกของนักการเมืองงูเห่า ตอนที่ผมออกจากพรรคอนาคตใหม่ ผมมาออกหลังจากมีการยุบสภาแล้ว ก็ลาออกจากพรรคอนาคตใหม่ ถ้าย้อนความรู้สึกของนักการเมืองงูเห่าแล้วคือความรู้สึกที่เจ็บปวด เพราะกรณีของผม ผมยืนยันว่า ‘ผมไม่ใช่งูเห่า’
ตอนนั้นเป็นการแข่งขันกันระหว่าง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผมนี่อยู่กับพรรคอนาคตใหม่ เป็น สส.สมัยแรก แบบบัญชีรายชื่อ ก็โหวตคุณธนาธร ยึดตามหลักการเพราะเป็นหัวหน้าพรรคเรา นี่คือสิ่งที่ทำถูกต้องตามครรลองระบบประชาธิปไตย
ประเด็นต่อมา ทำไมผมถึงทำผิดมติพรรคบางเรื่อง และมาโหวตฝั่งพรรครัฐบาล มันเป็นความเหนื่อยยากมาก ทั้งที่ความจริงการที่ออกจากพรรคอนาคตใหม่ เป็นเหตุผลที่จริงๆ ไม่ใช่เรื่องอะไรเลย ตอนนั้นได้คุยกับผู้บริหารพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมาเป็นพรรคก้าวไกล และผมก็อยู่กับพรรคก้าวไกล
ประเด็นคือเพียงแค่ว่าผมอยากมาสร้างพื้นที่การเมืองในขณะที่ผมเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ผมอยากมาสร้างพื้นที่การเมืองในบ้านของผม คือ จังหวัดร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม พูดง่ายๆ คือผมอยากลง สส.เขต
แต่ว่าจริงๆ แล้ว การทำหน้าที่ สส. ไม่จำเป็นต้องเป็น สส.เขตก็ได้ ซึ่ง สส.บัญชีรายชื่อ ต้องพูดตรงๆ ว่าพื้นที่ทำการเมืองมันกว้างเกินไป แล้วอีกอย่างมันมี สส.เขตอยู่แล้ว พอเราเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ การทำงานมันลักลั่น มันขัดกัน มันสู้กัน ในเชิงของการเมืองจึงทำได้ไม่เต็มที่
แต่การเป็น สส.เขต มันจะมีความผูกพันกับประชาชน แล้วก็มันจะใกล้ชิดประชาชน จะได้เห็นปัญหาละเอียดลออ พื้นที่ตรงไหนควรพัฒนาเรื่องอะไร พื้นที่ตรงไหนควรเจาะลึกในเรื่องอะไร
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมไปพูดกับ อดีตเลขาธิการพรรคก้าวไกล ผมขอเขาว่า ผมจะขอทำพื้นที่ในรูปแบบของบ้านผม และผมจะมาลงเขต จริงๆ ครั้งนั้นเป็นการตัดสินใจที่ใจร้อนไปนิดหนึ่ง แต่พอมีการโหวตสวนมติของพรรคและไปโหวตช่วยพรรครัฐบาล มันเลยอยู่ในสภาพงูเห่า ทั้งที่ความจริงไม่มีการย้ายข้ามขั้วระหว่างเป็น สส. หรือมาโหวตพิลึกกึกกือ เช่น อยู่พรรคหนึ่งก็มาโหวตนายกฯอีกพรรคหนึ่ง อย่างที่เราเห็นกัน
ผมจึงบอกพี่น้องประชาชนว่า ผมยังยืนยันว่าผมไม่ใช่ สส.งูเห่า แต่เอาเถอะครับ ในเมื่อมันเป็นมาแล้วก็ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ต้องการจะมุ่งหวังจะมาเป็น สส.เขต นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ทุกวันนี้ต้องมาลงสมัคร สส.เขตเลือกตั้ง ซึ่งมันก็สอดคล้องกับสิ่งที่ตั้งใจ
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมจึงยืนยันว่าการตัดสินใจออกจากพรรคอนาคตใหม่ตอนนั้น พูดง่ายๆ ผมใจร้อนไปนิดหนึ่ง ผมเรียนตรงๆ ว่า ถ้าจะย้อนเวลาได้ ผมจะยังอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ และก็อาจจะมีการยุบพรรคเป็นพรรคก้าวไกล เป็นพรรคประชาชน ถ้าย้อนกลับไปได้ก็จะยังอยู่พรรคเดิม
ถ้าผมเป็น สส.บัญชีรายชื่อ สัก 2 สมัย ในนามของพรรคอนาคตใหม่ มาก้าวไกล พอครั้งที่ 3 มาลงในพรรคประชาชน มาลง สส.ที่บ้านผม เขต 6 คือถ้าเส้นทางการเมืองแบบนั้นก็จะไม่ถูกตำหนิ ไม่มีแผล
และผมก็พูดตรงๆ เลยว่า การตัดสินใจของผมคืออย่างนี้เลย ผมอยากมาทำการเมืองแบบเขตเร็วไปนิดหนึ่ง แต่เมื่อทำแล้วก็ทำมาต่อเนื่อง
เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะเรียนว่า คำว่า สส.งูเห่า นี่มันเจ็บปวด ทั้งที่เราตัดสินใจ เหตุผลไม่เหมือนกับหลายคนที่ตัดสินใจในสภา คุณควรรจะดูว่ามันเหมือนกันไหมกับคนที่เขาถูกกล่าวหา ผมยืนยันว่าผมไม่เหมือนคนอื่น แต่มันเลยไปแล้วเราทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงมาพิสูจน์ตัวเองในการลงสมัคร สส.แบบเขต อันนี้คือความรู้สึกที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นงูเห่า มันไม่ใช่แบบที่ทุกคนเข้าใจ
และวันนี้อันนี้คือความจริงลึกๆ ที่วันนี้มันได้ตอบผม และได้ให้คำตอบผมในตัวแล้วว่า ถ้าผมไม่รีบร้อนมาลง สส.เขตในครั้งที่แล้ว แล้วย้ายพรรคเหมือนพรรคที่ผ่านมา
ฉะนั้นกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่า ผมไม่ใช่งูเห่า แล้วคำว่างูเห่ามันโหดร้าย แล้วมันทำให้คนที่ไม่ได้ดูรายละเอียดเลย เข้าใจผิดไป ทำให้เป็นผลเสียกับเรา เป็นผลเสียในทางการเมือง กว่าจะกู้มาได้ ก็เพิ่งจะมาเป็นวันนี้แหละครับ อ๋อเจตนาจริงๆ คืออยากจะเป็น สส.เขต อยากช่วยพี่น้องประชาชน อยากจะทำพื้นที่เฉพาะเจาะจอง”
แท็กที่เกี่ยวข้อง คารม พลพรกลาง ,สส.งูเห่า ,พรรคอนาคตใหม่