เลือกตั้งและการเมือง

ผบ.ทสส. ยังไม่ไว้ใจกัมพูชา หลัง "เตีย บัญ" ส่งสัญญาณสงบศึก เตือนอย่าทำให้ทหารไทยโมโห-ตกใจ

4 ชั่วโมงที่แล้ว

67 views

26 ม.ค. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวถึงการฝึกคอบร้าโกลด์ปีนี้ ไม่มีประเทศกัมพูชา เข้าร่วม ว่า เป็นจังหวะพอดี เนื่องจากครบรอบไปแล้ว และเราก็ต้องเปลี่ยนให้ประเทศอื่นเข้ามา

เมื่อถามว่าตามหลักการหลังสู้รบ เราต้องระงับความสัมพันธ์ด้านการทหารกับกัมพูชาใช่หรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า เวลายังไม่เหมาะสม หากถึงเวลาเหมาะสมแล้วค่อยว่ากันใหม่ ก็เข้าใจได้ ในห้วงนี้ก็ต้องเป็นเช่นนี้ มีหยุดพักกันได้ แต่ไม่ใช่ว่าพักแล้วจะพักยาว ขึ้นอยู่กับท่าทีและพฤติกรรม หากมีเจตนาจริงจัง มีความร่วมมือและแก้ไขปัญหา ต้องตบมือกันทั้งสองฝ่าย

เมื่อถามว่าพฤติกรรมของฝ่ายกัมพูชา ในปัจจุบันโอเคแล้วหรือไม่ พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ก็ดีขึ้น แต่ต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเลย

ส่วนกรณีที่มีคลิปเผยแพร่ทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุหน้าแนวทหารของฝ่ายไทย จนถูกมองว่าเป็นสัญญาณรอบที่ 3  พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า อย่าไปมองอย่างนั้น ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์หลังจากหยุดยิงก็มีการวางกำลัง และวางระบบเครื่องกีดขวาง ต่างฝ่ายต่างดำเนินการ เมื่อเริ่มนิ่ง ฝ่ายกัมพูชาก็จะเข้ามาดู ศึกษาตรวจสอบ ถือเป็นพฤติกรรมปกติ พัฒนาการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของทหารหน้าแนว เพียงแต่ว่าในขณะที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่มีไปทําพฤติกรรมใดๆ ยั่วยุ ซึ่งมี 2 กรณี คืออย่าให้โมโหและอย่าให้ตกใจ

"ซึ่งต้องดูท่าที ถ้ามาไม่ดี ทหารไทยตกใจง่าย ถ้าท่าทีดี ก็ตกใจยาก ไม่ต้องกลัวการตกใจ ต้องมองหลายอย่าง"

เมื่อถามว่า การปล่อยเฟกนิวส์และบิดเบือนข้อมูลบางครั้งลามปาม ในส่วนของ ผบ.เหล่าทัพ ได้มีการพูดคุยและกําชับทหารหน้าแนวอย่างไรบ้าง พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า เรามีการพูดคุยกันทุกส่วน แต่ไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งมิติด้านความสัมพันธ์ด้านการทูต ข่าวสาร การทหารและเศรษฐกิจ เราเดินไปทุกเรื่องพร้อมกัน หลังจากนี้เราเตรียมการไว้แล้ว เรื่องการพูดคุยหารือในระดับกองทัพไทย รวมถึงเหล่าทัพ ว่าจะทําข้อเสนออย่างไรต่อไปในอนาคต ช่วงนี้ควบคุมสถานการณ์รักษาระดับ บนพื้นฐานเราพร้อมทุกกรณี จะไปซ้ายหรือขวา ดําเนินการได้หมด

เมื่อถามถึงกรณี พลเอก เตีย บัญ ได้ประสานมายังฝั่งไทย ยุติสงบศึก พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียดให้ดี เพราะนอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจาเป็นข้อความมาแล้ว ที่สำคัญก็คือพฤติกรรม พฤติการณ์ ทุกอย่างต้องประเมินในองค์รวม เราควรจะเชื่ออย่างไร เพราะทุกอย่างเป็นสมมติฐาน เราไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่าแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร เราต้องพิจารณาจากทุกสิ่งทุกอย่าง และตั้งสมมติฐานของเรา หากตั้งสมมุติฐานถูก ก็เตรียมการถูก หากตั้งสมมติฐานผิด ก็ต้องแก้ไข ดังนั้นจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี ซึ่งไม่แน่นอน เราอาจจะตั้งสมมติฐานคลาดเคลื่อนไปก็ได้ แต่ก็ต้องเตรียมแผนรองรับ อย่าไปบอกว่าต้องเป็นอย่างนี้หรือเป็นอย่างนั้น มันเป็นไปได้หมด

เมื่อถามถึงกรณีทหารกัมพูชาเข้ามาประชิดชายแดน พลเอก อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นการปรับกําลัง เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากที่เขาเห็นสภาพการวางกําลังของฝ่ายไทย ก็จะเริ่มพัฒนาการปฏิบัติในระดับหน้าแนว เป็นการปรับสภาพการวางกําลังให้สอดรับกับการวางกําลังของทหารไทย

คุณอาจสนใจ

Related News