เลือกตั้งและการเมือง

“ประเสริฐ” ฟ้อง “ศุภชัย” หมิ่นประมาทปม MOU ดีอี–บริษัทสิงคโปร์ มองเจตนาชัดดิสเครดิตทางการเมือง

5 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายผู้มีอำนาจมีความพยายามทำให้ประเด็นต่าง ๆ กลายเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะกรณีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กับบริษัทของประเทศสิงคโปร์


นายประเสริฐ ระบุว่า ตนได้ยื่นฟ้องนายศุภชัย ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ต่อศาลอาญา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ในข้อหาหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา 75 (5) ซึ่งศาลรับคำฟ้องไว้แล้ว


ทั้งนี้ เนื่องจากนายศุภชัยได้แถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง ใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ จากกรณีการกล่าวถึงการลงนาม MOU โดยยืนยันว่าตนกระทำผิดกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ นายศุภชัยยังได้นำข้อมูลอันเป็นเท็จไปเผยแพร่ในเพจของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนและใส่ร้ายตนเองสู่สาธารณะ โดยมีเจตนามุ่งให้ตนและพรรคเพื่อไทยได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียศรัทธา และทำให้ประชาชนเข้าใจผิด จึงจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย


นายประเสริฐ กล่าวด้วยว่า โดยเฉพาะนายศุภชัยซึ่งเป็นนักกฎหมาย ย่อมทราบดีว่าการกล่าวใส่ร้ายด้วยความเท็จในช่วงที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไป ปี 2569 เข้าลักษณะเป็นการบิดเบือน ใส่ร้าย หรือข่มขู่ เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) โดยศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในวันที่ 23 มีนาคม 2569


ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ ระบุว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม หากพบว่ามีผู้ใดกระทำความผิดในลักษณะเดียวกัน ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นกัน


นายประเสริฐ ยังกล่าวถึงกรณีได้รับหนังสือจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ไปชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่อง MOU ว่าเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมองเห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามดิสเครดิตทางการเมือง โดยหากพิจารณารายชื่อคณะกรรมการที่ตั้งขึ้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นบุคคลจากฝ่ายการเมือง อีกทั้งหนังสือเรียกชี้แจงส่งถึงตนเมื่อวันที่ 21 มกราคม และกำหนดให้ไปชี้แจงภายในวันที่ 22 มกราคม มีเวลาเพียง 1 วัน ซึ่งไม่เพียงพอในการเตรียมเอกสาร จึงตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือเป็นไปตามระเบียบราชการหรือไม่


นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังเชื่อว่าการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวอาจมีอคติส่วนตัว สืบเนื่องจากกรณีที่ตนเคยตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่ามีบุคคลเสนอสินบนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมคนปัจจุบัน จำนวน 40 ล้านบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบความคืบหน้า จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจสอบ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนและเป็นที่รับรู้ในสังคมอยู่แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ