เลือกตั้งและการเมือง

สวนดุสิตโพล เผย "ปชน." ได้เปรียบทุกด้าน หนุน "เท้ง" เป็นนายกฯ ส่วน "ยศชนัน-อนุทิน" อันดับ 2-3

3 ชั่วโมงที่แล้ว

278 views

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,586 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569 สรุปผลได้ดังนี้

1. ประชาชนคิดว่า “พรรคการเมืองไทย” พรรคใดมีนโยบายโดดเด่น/ได้เปรียบในประเด็นต่าง ๆ ต่อไปนี้

นโยบายการเมืองและความมั่นคง

อันดับ 1 ประชาชน 38.14%

อันดับ 2 เพื่อไทย 26.27%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 19.90%

อันดับ 4 เศรษฐกิจใหม่ 8.82%

อันดับ 5 ประชาธิปัตย์ 6.87%

นโยบายการศึกษา

อันดับ 1 ประชาชน 43.93%

อันดับ 2 เพื่อไทย 28.86%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 11.74%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 10.15%

อันดับ 5 ไทยก้าวใหม่ 5.32%

นโยบายการเกษตร

อันดับ 1 ประชาชน 35.82%

อันดับ 2 เพื่อไทย 30.87%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 21.14%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 7.61%

อันดับ 5 กล้าธรรม 4.56%

นโยบายปากท้อง/ค่าครองชีพ

อันดับ 1 เพื่อไทย 35.63%

อันดับ 2 ประชาชน 33.58%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 19.33%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 7.97%

อันดับ 5 กล้าธรรม 3.49%

นโยบายแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

อันดับ 1 ประชาชน 39.89%

อันดับ 2 เพื่อไทย 26.64%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 15.25%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 10.18%

อันดับ 5 เศรษฐกิจใหม่ 8.04%

2. ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใดแบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

อันดับ 1 ประชาชน 34.11%

อันดับ 2 เพื่อไทย 18.37%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 17.13%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 10.25%

อันดับ 5 ไทยสร้างไทย 4.25%

อื่น ๆ 12.56%

ยังไม่ตัดสินใจ 3.33%

3. ประชาชนจะเลือก สส.เขต สังกัดพรรคใด

อันดับ 1 ประชาชน 33.14%

อันดับ 2 เพื่อไทย 19.49%

อันดับ 3 ภูมิใจไทย 17.63%

อันดับ 4 ประชาธิปัตย์ 8.28%

อันดับ 5 เศรษฐกิจ 3.09%

อื่น ๆ 14.97%

ยังไม่ตัดสินใจ 3.40%

อื่น ๆ (กล้าธรรม, รวมไทยสร้างชาติ, ประชาธิปไตยใหม่, พลวัต, พลังประชารัฐ, ไทยสร้างไทย ฯลฯ)

4. ประชาชนอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป

อันดับ 1 ณัฐพงษ์ (ปชน.) 34.34%

อันดับ 2 ยศชนัน (พท.) 19.91%

อันดับ 3 อนุทิน (ภท.) 16.13%

อันดับ 4 อภิสิทธิ์ (ปชป.) 10.36%

อันดับ 5 พลเอก รังษี (ศก.) 4.45%

อื่น ๆ 9.08%

ยังไม่ตัดสินใจ 5.73%

อื่น ๆ (พีระพันธุ์, คุณหญิงสุดารัตน์, ธรรมนัส, พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์, ตรีนุช, สุชัชวีร์, พ.ต.อ.ทวี)



“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส ารวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “นโยบายกับพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง 69” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,586 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 13-16 มกราคม 2569 พบว่า พรรคประชาชนถือเป็นพรรคที่มีความได้เปรียบมากที่สุดถึง 4 นโยบาย คือ ด้านการเมืองและความมั่นคง ร้อยละ 38.14 ด้านการศึกษา ร้อยละ 43.93 ด้านการเกษตร ร้อยละ 35.82 และด้านการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 39.89 ส่วนพรรคเพื่อไทยมีความได้เปรียบ 1 นโยบาย คือ ด้านปากท้อง/ค่าครองชีพ ร้อยละ 35.63 ทั้งนี้ถ้ามีการเลือกตั้ง กลุ่มตัวอย่างจะเลือกพรรคประชาชน ร้อยละ 34.11 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 18.37 และเลือก สส.เขตสังกัดพรรคประชาชน ร้อยละ 33.14 รองลงมาคือ เพื่อไทย ร้อยละ 19.49 โดยบุคคลที่อยากให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป คือ ณัฐพงษ์ (ปชน.) ร้อยละ 34.34 ยศชนัน (พท.) ร้อยละ 19.91 และอนุทิน (ภท.) ร้อยละ 16.13

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า เมื่อพิจารณาตามนโยบาย พบว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคที่มีนโยบายโดดเด่นถึง 4 จาก 5 นโยบายหลัก ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ขณะเดียวกันพรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยต้องจับตาว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคจะงัดกลยุทธ์หาเสียงใดออกมาเพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในช่วงต่อจากนี้และจะสามารถเปลี่ยนความได้เปรียบเชิงนโยบายให้กลายเป็นชัยชนะในวันเลือกตั้งได้อย่างไร

ผศ.ภาวินี รอดประเสริฐ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐศาสตร์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิตอธิบายว่า สำหรับการเลือกตั้ง 69 ประชาชนคาดหวังกับแนวนโยบายของพรรคการเมืองใหม่ที่จะมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนในหลากหลายมิติ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ ประชาชนพร้อมที่จะให้โอกาสกับพรรคการเมืองใหม่ หรือพรรคการเมืองที่ตนเองชื่นชอบที่ยังไม่มีโอกาสในการทำหน้าที่บริหารประเทศ ให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ ทั้งในเรื่องของการเมืองและความมั่นคง การศึกษา การเกษตร และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เห็นได้จากผลสำรวจที่มีมากกว่าร้อยละ 35 ส่วนในการเลือกพรรคการเมือง หรือตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็น สส. และความคาดหวังในบุคคลที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีทิศทางเดียวกับการเลือกนโยบายของพรรคการเมือง น่าสนใจตรงแนวคิดของประชาชนที่ยังต้องการของใหม่ทั้งตัวบุคคล และพรรคการเมืองที่ยังไม่เคยทำหน้าที่บริหารประเทศให้ลองเข้ามาทำหน้าที่ หากครั้งนี้พรรคการเมืองใหม่ได้มีโอกาสทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ การเลือกตั้งสมัยหน้าคงต้องวัดกันอีกครั้ง ว่าการทำหน้าที่เป็นไปตามความคาดหวังของประชาชนในการช่วยแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ และประชาชนได้จริงหรือไม่

คุณอาจสนใจ

Related News