เลือกตั้งและการเมือง

ปชน. ขนทัพเปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน "เท้ง" ประกาศชู 12 ภารกิจ เผยชื่อ 4 รองนายกฯ

8 ชั่วโมงที่แล้ว

106 views

วันที่ 11 ม.ค. 2569 เวลา 14.00 น. ที่ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 พรรคประชาชน จัดงาน “เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” เปิดชื่อทีมบริหารเพิ่มทั้งชุด พร้อม 12 ภารกิจ โดยงานครั้งนี้จัดให้ประชาชนเข้ารับฟังได้ด้วย พบว่าบรรยากาศคึกคัก เต็มไปด้วยมวลชนที่บางส่วนสวมเสื้อสีส้มเข้าร่วมงานด้วย

โดยวันนี้ (11 ม.ค.69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าวบนเวทีเป็นคนแรก ด้วยการทักทายว่า  “ขอเสียงประชาชน ขอเสียงทุกคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง” ก่อนจะกล่าวต่อว่า หลาย 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราติดหล่นอยู่ในคำว่าประเทศที่กำลังพัฒนา ปัญหาเดิมรุนแรงมากยิ่งขึ้น ปัญหาใหม่ๆก็ถาโถมเข้ามาทุกวัน พวกเรากำลังเผชิญหน้า อยู่ในทุกวันนี้คือเศรษฐกิจไทยที่โงหัวไม่ขึ้น อุตสาหกรรมเก่ากำลังถูกปล่อยให้ตายสนิท ในขณะที่อุตสาหกรรมใหม่ไม่สามารถเติบโตตื่นขึ้นมาใหม่ได้ ผู้ประกอบการรายย่อยมองไม่เห็นอนาคต ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ๆ ก็ไม่สามารถแข่งขันกับโลกได้ เงินที่พวกเราใช้จ่ายกันอยู่ในประเทศ แทนที่จะหมุนเวียนตกถึงไม้ถึงมือโรงงาน ผู้ประกอบการของไทย กลับไม่เป็นแบบนั้น แต่กำลังไหลออกไปสู่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกวัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้เราประสบกับปัญหาค่าไฟแพง ค่าแรงถูก ซึ่งค่าแรง พ่อแม่พี่น้องผู้ใช้แรงงานแทบไม่ได้รับการปรับ แทบจะหยุดนิ่งมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ในขณะที่ค่าครองชีพแพงเพิ่มขึ้นทุกวันๆ ซ้ำร้ายชนบทของไทยกำลังถูกเลี้ยงไข้ ถูกแช่แข็งเกี่ยวกับการทำเกษตรเดิมๆ พี่น้องเกษตรกรไทยในต่างจังหวัด ยิ่งทำ ยิ่งเป็นหนี้ ขาดงานใหม่ๆที่มีคุณภาพและต่างจังหวัด อีกทั้งเรายังพบปัญหาสิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ น้ำท่วม น้ำแล้งทุกๆปี รุนแรงมากขึ้นทุกปี ขอถามว่าระบบราชการของพวกเราตอบสนอง ปัญหาต่างๆเหล่านี้หรือไม่ ซึ่งเรารู้สึกว่าอาจจะตอบสนองไม่ดีพอ ยังไม่ตอบสนองต่อโลกยุคใหม่ ส่วนกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศแทนที่จะเป็นที่พึ่ง ที่หวังของประชาชน แต่สิ่งที่พวกเราเห็นคือปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นลุกลามบานปลายไปถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ตร. ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศก็ยังไม่สามารถตอบสนองความมั่นคงในโลกยุคใหม่ได้ ทุนเท่าตอนนี้กำลังคืบคลานเข้ามายึดกลุ่มก็ภายในประเทศ ซึ่งเป็นปัญหาที่น่ากลัวมากๆ

นายณัฐพงษ์ ระบุอีกว่า ลองหันกลับมาดูเรื่องของคน ทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดในประเทศนี้ ระบบการศึกษาของบ้านเราก็ยังล้าหลัง โครงการพัฒนาทักษะต่างๆที่รัฐพยายามทำ ส่วนใหญ่เป็นแค่โครงการเดียวกันผ่านงบประมาณ แต่แทบไม่ผลลัพธ์อะไรเลย ซึ่งในสถานการณ์ที่รุมเร้าเช่นนี้ การบริหารประเทศแบบเดิมๆ การจัดตั้งรัฐบาลแบบเดิมๆ ไม่สามารถทำให้ประเทศของเราก้าวไปตรงไหนได้อีกต่อไป นี่จึงเป็นโจทย์ของพรรคประชาชน ที่เราจะต้องรัฐบาลประชาชนเพื่อออกแบบมาทำลายข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้  และหากถามว่าการบริหารแบบเดิมๆ มีกรอบปัญหาข้อจำกัดอะไรบ้าง ซึ่งขอสรุปออกมาเป็น 2 ปัญหาสั้นๆ คือ

1.การบริหารราชการแบบเดิมๆ แต่ละกระทรวงต่างคนต่างทำ ทำงานเป็นไซโล ตัวชี้วัดต่างๆ ต่างคนต่างตั้ง แม้จะมีแผนบูรณาการแต่ไม่เคยเกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง

2. การบริหารราชการแผ่นดินแบบเดิมๆ ในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่างๆ ที่ผ่านมาไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม ไม่ได้จัดตามคนที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมแต่จัดตามโควตาทางการเมือง เอาจำนวน สส. ในสภาไปหารออกมาแลกกับรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง ยิ่งซ้ำเติมปัญหา ยิ่งต่างคนต่างพรรค ยิ่งไม่มีการประสานงานข้ามกระทรวงกันเลย เพราะต่างคนต่างกลุ่มผลประโยชน์ตัวเอง ดูแลงบประมาณในกระทรวงตัวเอง ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัย ว่าเมื่อเข้าไปมีอำนาจคุมกระทรวงใหญ่ๆที่งบกระทรวงเยอะๆ สังกัดเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อนในการใช้งบประมาณเพื่อนำมาหาเสียงหรือซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นี่คือปัญหาวงจรอุบาทที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า รัฐบาลประชาชนเราจะมาทลายข้อจำกัดต่างๆเหล่านี้เพื่อเป็นรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้ประเทศไทยหลุดออกจาก ปัญหาวงจรซ้ำซากแบบนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า หากถามว่า รัฐบาลประชาชน เราจะสร้างความแตกต่างจากปัญหาที่กล่าวไปได้อย่างไร ขอตอบว่ารัฐบาลประชาชน กรอบออกแบบโครงสร้างทีมบริหารบาร์ที่จะมุ่งเน้นการทำงานแบบภารกิจ เอาภารกิจเป็นตัวนำ เพื่อตอบสนองความท้าทายของประเทศและเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นตัวตั้ง “ชาติในที่นี้ หมายถึงประชาชนคนไทยทุกคน”

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลประชาชนจะเป็นรัฐบาลที่ใช้บุคลากรที่เหมาะสมกับงาน มีความรู้ความสามารถ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เหนือความรู้ความสามารถ คือเจตจำนงทางการเมือง คือตัวแทนประชาชนที่มาจากประชาชนคนไทยทุกคน ก่อนจะย้ำว่า “รัฐบาลประชาชน จะเป็นรัฐบาลที่สร้างประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากันและเท่าทันโลก”

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า วิธีบริหารงานของรัฐบาลประชาชนที่บอกว่าเราจะมุ่งเน้นการบริหาร ทำงานแบบเอาภารกิจนำ ซึ่งคำว่ามุ่งเน้นแบบภารกิจนำต้องใช้ทีมผู้นำที่เข้มแข็ง “ไม่ใช่ตัวผมคนเดียว ไม่ใช่ผู้นำที่เข้มแข็ง ผมทำงานคนเดียวยังไม่เพียงพอ เราต้องการ ทีมบริหารที่เข้มแข็ง” ซึ่งประกอบไปด้วยโครงสร้างที่สำคัญสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกคือทีมทำเนียบรัฐบาล และส่วนที่สองคือทีมกระทรวง

ส่วนแรก “ทีมทำเนียบรัฐบาล” จะเป็นหัวใจศูนย์กลางของการทำงานของรัฐบาลประชาชน เปรียบเสมือนกองบัญชาการของพวกเรา คอยกำหนดเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญและเชื่อมประสานงานในแต่ละกระทรวง

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า โดยทีมทำเนียบรัฐบาลของพรรคประชาชน จะประกอบไปด้วย “ผมครับ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” แต่มีคนแค่ผมคนเดียวไม่พอ เราต้องการทีมผู้นำที่เข้มแข็ง ทีมบริหารมืออาชีพและเราทำงานเป็นทีม ซึ่งทีมทำเนียบรัฐบาลจะประกอบไปด้วย รองนายกรัฐมนตรี 4 คน ที่รับผิดชอบดูแลแต่ละด้าน ประกอบด้วย

1.นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคง

2.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ

3.นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด รองนายกรัฐมนตรี ด้านคุณภาพชีวิต

และ 4.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านการปฏิรูปภาครัฐ

ภายหลังเปิด 4 รายชื่อแคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ทีมทำเทียบรัฐบาลที่เราตั้งใจออกแบบเป็นแบบนี้ เพราะอยากให้เราอยากรัฐมนตรีดูแลภารกิจใหญ่ๆในแต่ละด้าน ไม่จำเป็นต้องลงไปควบตำแหน่งประจำกระทรวงเอง เพราะไม่อยากให้ลองด่ารัฐมนตรีต้องไปติดพันกับภารกิจรายวันในแต่ละกระทรวง ส่วนตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ดูแลภาพใหญ่คอยเชื่อมประสานการทำงานระหว่างรองนายกรัฐมนตรีทุกๆคน

ขณะที่ทีมกระทรวง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่ละคนจะรับผิดชอบงานหลักแต่กระทรวง ทําตามภารกิจ ภายใต้การกํากับดูแลของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรัฐมนตรีและทีมบริหารของกระทรวง จะเป็นบุคลากรที่พวกเราจัดตามความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงาน เข้าใจภารกิจ และมีเจตจํานงมุ่งมั่น ในการสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้บริหารที่สามารถทํางานร่วมกับข้าราชการได้ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

"ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินแบบรัฐบาลประชาชน ที่จะใช้เจตจํานงทางการเมืองเป็นตัวนํา การทํางานแบบมืออาชีพ นี่คือรัฐบาลที่จะสร้างความการเปลี่ยนแปลงได้จริง ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย การเลือกตั้งครั้งนี้ พอกันที กับประโยคที่บอกว่า เลือกใครไปก็เหมือนกัน เลือกใครไปก็เหมือนเดิม ผมยืนยันว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่ใช่ประโยคที่บอกว่า กาก้าวไกล หรือกาพรรคประชาชนแล้ว ประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ คือเวลาของการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง 8 กุมภาพันธ์นี้ กาพรรคประชาชน 2 ใบ และบัตรใบที่สาม กาเห็นชอบกับบัตรประชามติด้วย" ณัฐพงษ์ ย้ำ

ทั้งนี้ 12 ภารกิจหลัก ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ประกอบด้วย

1. อุตสาหกรรม: ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ห้า พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก

2. เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs

3. การต่างประเทศ: การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก

4. การบริหาร: Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ

5. คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่

6. เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน

7. โครงการพื้นฐาน: Orange Mega projects

8. ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์

9. ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา

10. การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก

11. พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย

12. แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ

คุณอาจสนใจ

Related News