เลือกตั้งและการเมือง

“ช่อ” ตอบดรามา “ทูตพิศาล” พร้อมโต้ “อดีต สส. ปชน.” ถามที่ไม่พอใจเพราะได้ลำดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ดีหรือไม่

7 ม.ค. 2569

206 views

ช่อ พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอถึงกระแสดรามาหลังเปิดตัว พิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านการต่างประเทศ ว่า บุคคลที่อธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุดก็คือท่านทูตพิศาล ก็หวังว่าท่านจะอธิบาย แต่ในนามส่วนตัวและของพรรคที่ดิฉันเป็นผู้ช่วยหาเสียง ตอนที่เป็นทูตประจำสหรัฐฯ การพูดเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลพลเอกประยุทธ์เป็นเรื่องที่ทูตทุกประเทศต้องทำ เพราะเป็นแนวทางของ กต. แล้วสั่งมา ทูตก็เป็นข้าราชการ เพราะฉะนั้นก็ต้องทำตามแนวทางกระทรวงที่ถูกสั่งมาว่าต้องสร้างความชอบธรรมให้กับรัฏฐาธิปัตย์


ส่วนความเป็นจริงในใจของท่านทูต ท่านจะคิดอย่างไรเราไม่ทราบจริง ๆ ท่านอาจจะเชื่อหรือไม่เชื่อแต่ต้องทำเพราะเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ ส่วนความเห็นอื่น ๆ ที่ท่านได้แสดงไป วันนั้นท่านอาจจะเชื่อจริง ๆ ก็ได้นะในฐานะข้าราชการ แต่ถ้าวันนั้นเชื่อแบบนั้น แล้ววันนี้ยังเชื่อแบบนั้นอยู่ ก็คิดว่าท่านคงไม่โหวตให้คุณพิธา


การโหวตให้คุณพิธาในวันนั้นในฐานะ สว. ท่านทูตต้องทราบว่ามันมีความเสี่ยง ดิฉันได้คุยกับคุณศิริกัญญา คุณพิจารณ์ คุณพริษ ที่พยายามไปเจรจาขอเสียงสว พอถึงวันจริง สว.เกือบทั้งหมดหายตัวไป ถึงขั้นไปต่างประเทศ เพราะถูกข่มขู่ ถูกตามถึงบ้านว่าไม่ให้โวตคุณพิธา เหลือมาโหวต สว.มารอดมาโหวตเพียง 13 ท่าน ซึ่งท่านทูตเป็นหนึ่งในนั้น เพราะฉะนั้นวันนั้นก็ได้พิสูจน์แล้ว ต่อให้ช่วงที่ท่านเป็นทูตอยู่แล้วแสดงความเห็น ซึ่งก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวันนี้อย่างไร วันที่ท่านโหวตพิธาแปลว่าท่านทราบแล้วว่าทางออกที่ควรจะเป็นของประเทศคืออะไร ใคร ๆ ก็ทราบดีว่าต่อให้โหวตไปคุณพิธาก็ไม่ได้เป็นนายกฯ ใคร ๆ ก็รู้ แต่ท่านก็เลือกที่จะแสดงจุดยืนแบบนั้น โดยยอมรับกับผลที่จะตามมา


ดิฉันคิดว่าเวลาก็ได้พิสูจน์แล้ว ณ วันนั้นย้อนกลับไป 10 ปีก่อน ท่านคิดอย่างไรเราก็พิจารณาเอา แต่ท่านโหวตพิธา แปลว่าท่านเชื่อ และเราไม่ได้มีผลประโยชน์ไปตอบแทนท่านอยู่แล้วในการโหวตพิธา ท่านก็ไม่ได้อะไรเลย นอกจากเป็นการแสดงจุดยืนทางการเมือง


พรรคเราคิดว่าต่อให้คนเคยคิดต่างอย่างไร “ไอซ์ รักชนก” เคยเห็นด้วยกับรัฐประหารมาก่อน หลายคนในพรรคเคยเชื่อในสิ่งที่เห็นแตกต่างกับเรา เมื่อกลับมาเห็นแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันผิดอย่างไร ก็เรียกง่าย ๆ ว่าใช้กรรม หรือพยายามที่จะทำทุกอย่างเพื่อชดเชยกับสิ่งที่เราเคยคิดผิดไป ดิฉันคิดว่าเราทำงานการเมืองก็เพื่อให้เป็นแบบนี้ ไม่ใช้คัดคนเลือดบริสุทธิ์ที่เชื่อเหมือนเรา 100% มาอยู่กับเรา แต่พยายามทำให้คนเปลี่ยนความคิดว่าสิ่งที่เราเคยเชื่ออาจไม่ใช่ทางออกประเทศ แต่ทางออกประเทศคือทางที่เราพยายามนำเสอนอยู่ และมาเดินร่วมกันกับเรา ซึ่งดิฉันคิดว่าท่านทูตพิศาลก็เป็นอีกคนที่เดินเข้ามาทำงานกับพรรค ด้วยเหตุผลแบบนี้ ว่านี่คือทางออกของประเทศ ส่วนเรื่องส่วนตัวดิฉันคิดว่าไม่สามารถพูดแทนได้ ถ้าท่านทูตจะชี้แจงก็คงเป็นเรื่องของท่านทูตเอง


ส่วนกรณีที่ อดีต สส.พรรคประชาชน “นิว กัลยพัชร” ทิ้งบอมบ์ก่อนลาออกสมาชิก สูญเสียตัวตน-อุดมการณ์เดิม หวังเข้าสู่อำนาจจอมปลอม เผยรู้มานานแล้วพรรคเอาคนนอกมาสู้ ว่า คิดว่าผู้พูดอาจจะไม่แม่นในหลักการ ไม่เคยมีใครในพรรคหรือในโลกนี้ พูดว่ารัฐมนตรีทุกคนต้องมาจาก สส. แต่นายกฯ ต้องมาจาก สส. นี่คือหลักการพรรค ซึ่งเราทำแบบนี้มาตลอดทั้ง 3 เจนเนอเรชัน และรอง นายกฯ


ดูหน้าดิฉันนะคะ ถ้าพรรคเปลี่ยนไปจากวันแรกในแง่ที่ไม่ดี ดิฉันจะทำงานให้กับพรรคไหมคะ พรรคนี้ไม่ได้มีบุญคุณกับดิฉัน แต่เพราะเชื่อว่าพรรคนี้เป็นพาหนะที่ดีที่สุดในการพาประเทศไทยไปข้างหน้า ถ้าพรรคแลกทุกอย่างเพื่อที่จะเป็นรัฐบาลให้ได้คงร่วมรัฐบาลกับคุณอนุทินไปแล้ว เพราะฉะนั้นคิดว่าผู้พูดลองพิจารณาให้ดีว่า ที่ออกมาแสดงความไม่พอใจในวันนี้เกิดจากตัวเองได้ลำดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ดีพอจึงลาออกไปรึเปล่า และคิดว่าทุกท่านทราบดีว่ามี สส.ที่ไม่ผ่าน KPI จากการประเมิน ซึ่งก็จะมีหลายท่านที่คะแนนไม่ถึงหรือไม่ผ่านทำให้ลำดับปาร์ตี้ลิสต์ไม่ได้อยู่ในลำดับที่ตัวเองจะพอใจก็แยกทางกันไป


ขอพูดในฐานะที่เป็นคุณย่าของพรรคที่อยู่มาตั้งแต่เจนเนอเรชัน 1 ตอนนี้เจน 3 แล้ว ยอมรับพรรคเปลี่ยนไป เพราะพรรคเติบโตขึ้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ