เลือกตั้งและการเมือง
“พีระพันธุ์” นำทัพ รทสช. ลงนามสัตยาบันต้านโกง ชูยาแรง “โกงชาติ = โทษประหาร”
5 ม.ค. 2569
35 views
“พีระพันธุ์” นำทัพ รทสช. ลงนามสัตยาบันต้านโกง ชูยาแรง “โกงชาติ = โทษประหาร” ย้ำจุดยืน “กา 6 ไม่โกหก” เปิดมีด! สัญลักษณ์ “พิฆาตคนชั่ว” กำราบคอร์รัปชัน
วันที่ 5 ม.ค. 2569 พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เดินหน้าประกาศจุดยืนก่อนโค้งสุดท้ายในศึกเลือกตั้ง โดย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 นำทีมผู้สมัคร สส. กทม. เข้าพบ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อยื่นหนังสือและลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริต ตามจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติที่เน้นความ “เด็ดขาด” ในการบริหารประเทศ และความซื่อสัตย์จริงใจภายใต้แคมเปญ “กา 6 ไม่โกหก”
นายพีระพันธุ์ กล่าวย้ำถึงแนวทางการปราบปรามคอร์รัปชันซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศว่า ปัญหานี้แก้ไม่ได้ด้วยการประนีประนอม แต่ต้องใช้ยาแรงและการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง
นายพีระพันธุ์ ระบุว่า ทุกวันนี้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยขยายตัวมากขึ้น เพราะไม่เคยมีความเกรงกลัวต่อโทษ และกว่าที่กระบวนการพิจารณาสืบสวนสอบสวนจะเสร็จสิ้นก็ใช้เวลาเป็น 10 ปี เพราะฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องดำเนินการแก้ไข ก็คือ ต้องปรับโทษให้หนักขึ้นด้วยการประหารชีวิต เพราะเป็นการปล้นเงินประชาชนทั้งประเทศ ประการที่ 2 ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้มีการพิจารณาคดีอย่างรวดเร็วเสร็จสิ้นไม่เกิน 1 ปี และต้องปรับลดเรื่องการขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อให้เป็นการลงโทษที่เด็ดขาด ทุกวันนี้ถึงจุดที่ต้องใช้ยาแรงไม่อย่างนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายทั้งประเทศ
“ทุกวันนี้ประเทศเกิดความเสียหาย 3.8 ล้านล้านบาท จากการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งเราจะปล่อยไว้ต่อไปไม่ได้ เราต้องเอาจริงและเด็ดขาดในการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน วันนี้พาผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติมาปฏิญาณกับองค์กรฯ เพื่อที่จะเป็นนักการเมืองที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นนักการเมืองที่ดีต่อไป” นายพีระพันธุ์กล่าว
ด้าน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี กล่าวเสริมในมิติการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง โดยยกผลงานการลดราคาพลังงานที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์
“เศรษฐกิจฐานรากกำลังวิกฤต รอไม่ได้ และแก้ไม่ได้ด้วยนโยบายขายฝัน ต้องใช้วิธีเด็ดขาด ไม่เกรงใจทุนใหญ่ 1. ค่าไฟ เราทำสำเร็จมาแล้วเรื่องการลดค่าไฟลง 76 สตางค์ จาก 4.70 บาท ลงมาที่ 3.94 บาท โดยแก้ที่โครงสร้างและไม่ได้ใช้เงินแผ่นดินเลย เป้าหมายเราคือ 3.3 บาท เรามั่นใจ เราทำได้ 2. ลบบัญชีเสียเครดิตบูโรทันที ที่ชำระครบแล้ว ห้ามธนาคารแชร์ข้อมูลต่อ ไม่ต้องรอ 3 ปี แบบในปัจจุบัน คนทำงานต้องมีโอกาสสร้างตัว วิกฤตแก้ได้ต้องเด็ดขาด นโยบายทำได้จริง เบอร์ 6 ไม่โกหกครับ” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นายพีระพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมแล้วที่จะใช้นโยบายที่ “เด็ดขาด” ทั้งในมิติการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำประเทศก้าวข้ามวิกฤตไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ในโอกาสลงนามสัตยาบันประกาศเจตนารมณ์ต่อต้านการทุจริตครั้งนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติยังได้เปิดตัวสัญลักษณ์ “พิฆาตคนชั่ว” ตามนโยบายเรือธงของพรรค นั่นคือ สัญลักษณ์จำลอง “เครื่องประหารหัวพยัคฆ์” ที่ใช้ลงโทษขุนนางทุจริตและฉ้อราษฎร์บังหลวงในตำนานของ “เปาปุ้นจิ้น” บุคคลต้นแบบแห่งความเที่ยงตรงและยุติธรรมในประวัติศาสตร์จีน โดยสัญลักษณ์นี้จะถูกนำไปจัดวางที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการ “พิฆาตคนชั่ว” และเป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการและนักการเมืองทุกคนยึดมั่นในคุณธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง
แท็กที่เกี่ยวข้อง พีระพันธุ์ ,รทสช. ,รวมไทยสร้างชาติ ,โทษประหารชีวิต ,ต้านโกง