เลือกตั้งและการเมือง

ไม่ได้ขายชาติ! “ชาดา” แจงมาตรการให้ต่างชาติเช่า-ขายที่ดิน แค่รับลูกศึกษาผลกระทบ ลั่น ไม่ใช่เกาะฮ่องกงนะครับ

โดย kanyapak_w

4 ก.ค. 2567

277 views

ไม่ได้ขายชาติ! “ชาดา” แจงมาตรการให้ต่างชาติเช่า-ขายที่ดิน แค่รับลูกศึกษาผลกระทบ ลั่น ไม่ใช่เกาะฮ่องกงนะครับ ยันเป็นแนวคิดกระตุ้น ศก. บอกรับไม่ได้เหมือนกันถ้าต่างชาติเดินกร่างไปทั่ว ตีมึน ไม่เข้าใจทรัพย์อิงสิทธิคืออะไร เล่นมุก ตอบเองก็งงเอง ด้าน “แบงค์ ศุภณัฐ” แซว “นายกฯ-อนุทิน” ไม่น่าส่งมาตอบ อัด รบ.คิดลวกๆ ตั้งกระทู้ถาม เอาความเสี่ยงประเทศไปเอื้อทุนอสังหาฯหรือไม่ หวั่นคนไทยต้องเช่าที่แพงเกินไป ชี้หลายคนยังไม่มีบ้านอยู่



4 ก.ค. 2567 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบแทน และนายอนุทิน มอบหมายให้นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบแทน



นายศุภณัฐ กล่าวเชิงตัดพ้อว่า นายกรัฐมนตรีไม่เคยตอบกระทู้ของ สส. พรรคก้าวไกลเลยแม้แต่กระทู้เดียว อ้างว่าติดภารกิจทุกครั้ง และที่สำคัญ มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เสนอโดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เรื่องมาตรการช่วยอสังหาริมทรัพย์ระบายสต็อก โดยให้ต่างชาติถือคอนโดจาก 49% เป็น 75% และขยายทรัพย์อิงสิทธิ จาก 30 ปีเป็น 99 ปี ที่สังคมกังวลมาก ในฐานะที่นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้า ครม. และผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาฯ อดีต CEO บริษัทอสังหาริมทรัพย์ เคยขายคอนโดมาก่อน ยอดขายก็ดีเยี่ยม ต่างชาติก็ซื้อเยอะ แต่กลับไม่มาตอบ



การที่นายกรัฐมนตรีไม่เข้าประชุม เพราะอะไร หรือนายกรัฐมนตรีกลัวข้อครหาเรื่องเอื้อกลุ่มทุน ในฐานะที่เป็นอดีต CEO บริษัทอสังหาฯ หรือไม่ ที่ตนถามเพราะเป็นห่วงความน่าเชื่อถือของนายกรัฐมนตรี และ ครม. มีธงอยู่แล้วใช่หรือไม่ว่าจะแก้กฎหมายนี้



“ปัจจุบันต่างชาติถือคอนโดทั้งประเทศแค่ 16% มีแค่บางโครงการเท่านั้นที่ชนเพดาน 49% ส่วนใหญ่แล้วถือไม่ถึง เราจะแก้จาก 49% เป็น 75% ทำไม ท่านเอาความเสี่ยงของประเทศไปแลกเพื่อให้บางโครงการขายได้ง่ายขึ้นหรือไม่ รู้หรือไม่ว่าการถือกรรมสิทธิ์คอนโดไม่เกิน 49% เขานับกันแบบไหน ขอให้รัฐมนตรีตอบให้ได้ว่าตัวท่านที่นั่งอยู่ใน ครม.มีความรู้เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์หรือไม่” นายศุภณัฐ กล่าว



จากนั้น นายชาดาได้ตอบคำถามโดยออกตัวว่า วันที่ 18 มิ.ย. ที่ ครม.มีมติ ตนก็ไม่อยู่ ลา ครม.ไปพิธีฮัจย์ แต่กลับมาก็ศึกษาเรื่องนี้ เพราะ มติ ครม.มีผลโดนเหมือนกันหมด ตนเรียนด้วยความเคารพว่าวันนั้นนายภูมิธรรมเป็นคนเสนอ แต่ที่ตนได้รับนโยบายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือให้ไปศึกษาผลได้ผลเสียผลกระทบ อย่างไรก็ตาม กรณีกฎหมายให้เช่า 99 ปี



“ผมว่าไม่ใช่เช่าเกาะฮ่องกงนะครับ ปัญหาคือมันต้องศึกษาผลได้ผลเสีย การให้ต่างชาติเข้ามาครอบคลุมเป็นแหล่งเงินทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายพวกนี้ในความเห็นของผมมันตายตัวไม่ได้ มันก็ต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข ... เราคนไทยก็กลัวกฎหมายแบบนี้ เรากลัวว่าคนต่างชาติจะเข้ามาครอบงำประเทศไทย แล้วจะมาเป็นเจ้าของที่ดินจำนวนมากมาย แต่ในสภาวะหนึ่ง เราก็ต้องยอมรับว่าเราจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เราก็ต้องปรับปรุงเรื่องข้อกฎหมาย แต่เรื่องนี้ให้มาศึกษา ไม่ได้ให้ทำเลย ให้ศึกษาผลได้ผลเสีย” นายชาดา กล่าว



นายชาดา ย้ำว่า ตนกำชับกรมที่ดินว่าผลการศึกษาต้องชัดเจน มันต้องไปศึกษาไปถึงขนาดว่าเขาจะมาครอบครองประเภทไหน ซึ่งมีรายละเอียดเยอะ นายกรัฐมนตรีก็เร่งอยู่



“ส่วนทรัพย์อิงสิทธิ มันเป็นกฎหมายที่ซับซ้อนพอสมควร ผมคงอธิบายทั้งหมดไม่ได้ แต่ก็เข้าใจพอๆ กับท่านนั่นแหละครับ ท่านนายกฯ สั่งให้ทำ ผมเองก็โอเค ทราบอยู่และกำลังศึกษากันอยู่ตรงนี้ ก็เรียนด้วยความเคารพ ไม่ทราบว่าท่านเข้าใจที่ผมตอบหรือไม่ เพราะผมก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ที่ผมตอบท่านก็ยังงงๆ อยู่ครับผม” นายชาดา กล่าว



ให้นายศุภณัฐ แซวว่า นายอนุทินไม่น่าส่งนายชาดามาเลย พร้อมแย้งว่า นายชาดาคุมกรมที่ดิน คำว่าทรัพย์อิงสิทธิ์ น่าจะทราบดีอยู่แล้ว ซึ่งมติครม. ไม่ได้ให้ศึกษาผลกระทบมีแต่บอกให้ไปพิจารณาทบทวนแก้ไข พ.ร.บ. มีเป้าหมายชัดเจน แต่เข้าใจว่าพอเป็นเผือกร้อนโยนมาที่นายอนุทินก็เลยไปปรับออกมาแล้วบอกว่าจะศึกษาผลกระทบ แต่ไม่ใช่คำสั่ง ครม.



“นายกฯ บอกให้ศึกษา แต่ให้เร่งดำเนินการ สรุปยังไงครับ … ทุกวันนี้ราคาที่ดินแพงขึ้นหลายคนถูกปฏิเสธสินเชื่อ รายได้ได้ประชาชนโตไม่ทันอสังหา คนไทยจำนวนมากอยากมีบ้านอยู่แต่ไม่มีปัญญาซื้อแต่รัฐบาลกลับสนับสนุนให้ต่างชาติเข้ามาแย่งซื้อที่ดินเข้ามาแย่งซื้อบ้านแข่งกับคนไทยโดยอ้างคำว่าเช่าบังหน้า แต่เช่าที 99 ปี ยันชั่วลูกชั่วหลานได้เลย แผนที่คนไทยจะลืมตาอ้าปากได้ มันโคตรยากเลยสำหรับใครบางคนที่อยากเป็นเจ้าของบ้านสักหลัง ราคา 3 ล้านบาท”



นายศุภณัฐ ระบุว่าสำหรับชาวต่างชาติมันง่ายเหมือนกระดิกนิ้ว ซื้อไม่เสร็จก็ปล่อยให้คนไทยเช่าต่อ ความต่างรายได้คือตัวแปรที่เราต้องปกป้องและไม่รังแกคนไทย ส่วนคำว่าทรัพย์อิงสิทธิ เป็นรูปแบบการขายเช่าเสมือนขายจริง จะเอาไปทำอะไรก็ได้ จะเอาไปเข้าธนาคารก็ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตเจ้าของเดิม



“คิดแบบลวกๆ ไม่รอบคอบ เอามาอ้างว่าไปศึกษา ทั้งที่จริง มติสั่งให้แก้ ผมต้องถามว่าการที่ต่างชาติถือครองเยอะๆ ขายได้ประโยชน์ระหว่างบริษัทอสังหาฯ หรือคนไทยที่จ่ายภาษีให้พวกท่านนั่งอยู่ตรงนี้ … ผมไม่คิดว่าที่ดินมันจะบินออกไปอยู่ประเทศอื่นหรอก แต่ผมกลัววันหนึ่งคนไทยต้องเช่าที่ดินต่อจากต่างชาติ …. คำถามที่สอง ผมต้องถามว่า ทราบถึงผลดีผลเสียของการแก้กฎหมายดีพอหรือไม่ ทำไมไม่ถามประชาชนสักคำว่าเห็นด้วยหรือไม่ มีมาตรการช่วยเหลือให้คนไทยมีบ้าน ที่ดินง่ายขึ้นหรือไม่ มีแนวทางที่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยลดลงหรือไม่” นายศุภณัฐ กล่าว



ทำให้นายชาดา กล่าวว่า “ท่านอย่ามองอย่างนั้น ผมก็คนบ้านนอก” การแก้กฎหมายนายกสั่งให้แก้มันก็ต้องศึกษาผลดีผลเสียอยู่แล้ว และที่สำคัญก็เข้าสู่สภาแห่งนี้ ลงมติ วิพากษ์วิจารณ์กัน จะให้สั่งแล้วไม่ดูผลได้ผลเสียก็โดนหนักเลย เราไม่อยากให้ใครมาถือแผ่นดิน ครอบครองแผ่นดินของเราแน่นอน แต่บางเรื่องถ้าเป็นธุรกิจและเป็นกลุ่มไม่ได้ใหญ่ ก็ต้องมาวิเคราะห์กัน ตนก็ไม่ยอมให้ชาติไหนมาครอบครองประเทศไทยและเดินกร่างไปทั่ว ใครก็คงสั่งตนไม่ได้



“เป็นเรื่องเศรษฐกิจว่าเราจะเล่นอย่างไร ไม่ใช่การขายชาติ … สบายใจได้เรื่องนี้ต้องชี้แจงกับประชาชน ท่านนายกก็ไม่ได้เป็นเจ้าของแผ่นดิน แผ่นดินนี้เป็นของคนไทยทุกคน จะทำอะไรต้องถามประชาชนก่อน” นายชาดา กล่าว



จากนั้น นายศุภณัฐ กล่าวต่อว่า รัฐบาลกำลังร้อนรนเกินไป ไม่รอบคอบ ตั้งแต่กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้ตอบว่าเราจะได้อะไรจากการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีเคยทวิตข้อความว่าอยากให้ต่างชาติถือครอง 100% ด้วยซ้ำ ทั้งก่อนหน้านี้มีกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เข้าพบ ซึ่งเชื่อว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อระบายอสังหาริมทรัพย์ที่เฟ้ออยู่ในปัจจุบัน และกลัวว่าวันหนึ่งคนไทยจะต้องเช่าที่ดินต่อต่าง จากต่างชาติ เพราะที่ดินเป็นของจำกัดผลิตซ้ำไม่ได้ ถ้าเราเปิดเสรี คนจีนหิ้วเงิน 10 ล้านล้านบาทเข้ามาเหมาได้เลยในใจกลางเมือง ถ้าจะจะช่วยกลุ่มทุนแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีมาตรการรองรับคนไทยจะลำบาก ดังนั้นควรถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่กลับนโยบายนี้ และหากจะศึกษาก็ควรทำระยะสั้น กำหนดเป็นบางพื้นที่ เฉพาะบางโครงการ และกำหนดว่าถ้ามาซื้อแล้วต้องลงทุนเท่าไหร่ในธุรกิจกลุ่มใด ที่เป็นธุรกิจเป้าหมายของรัฐบาล

คุณอาจสนใจ

Related News