เลือกตั้งและการเมือง

ครม.ไฟเขียว แผนปรับการบริหารหนี้สาธารณะครั้งที่ 2 ปีงบ 67 ให้รัฐบาลก่อหนี้ใหม่อีก 2.75 แสนล้าน

โดย paranee_s

2 ก.ค. 2567

94 views

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) กลุ่มจังหวัดตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์) ณ จ.นครราชสีมา ได้เห็นชอบอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังโดยคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ เสนอ ให้มีการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2567 ครั้งที่ 2


ซึ่งมีการเปลี่ยนจากการอนุมัติแผนบริหารหนี้สาธารณะปี 2567 ครั้งที่ 1 ที่ครม.อนุมัติไปเมื่อวันที่ 13 ก.พ. โดยภายหลังจากมีการปรับปรุงหนี้สาธารณะแล้วระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 65.05% ต่อจีดีพี จากกรอบบริหารหนี้สาธารณะที่ไม่เกิน 70% ของจีดีพี


โดยมีสาระสำคัญ คือ 1.แผนการก่อหนี้ใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 2.758 แสนล้านบาท จากเดิม 7.547 แสนล้านบาท รวมเป็น 1.03 ล้านล้านบาท การปรับปรุงแผนการก่อหนี้ใหม่ในครั้งนี้แบ่งเป็นการก่อหนี้ของรัฐบาลที่รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรงเพิ่มขึ้น 2.69 แสนล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 และแผนการก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาลที่รัฐบาลกู้และมาให้รัฐวิสาหกิจกู้ต่อ เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 3.4 พันล้านบาท 2.แผนการบริหารหนี้เดิม ปรับเพิ่มขึ้นสุทธิ 3.342 หมื่นล้านบาท จากเดิม 2.008 ล้านล้านบาท เป็น 2.042 ล้านล้านบาท รวมเป็น 2.024 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นแผนการบริหารหนี้ในประเทศ เพิ่มขึ้นประมาณ 6.674 หมื่นล้านบาท


ขณะที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ให้ความเห็นในส่วนของการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะครั้งที่ 2 ว่า ปัจจุบันหนี้สาธารณะของประเทศไทยอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ขีดความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลยังคงมีอยู่อย่างจำกัด ประกอบกับภาวะอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ส่งผลให้รัฐบาลมีภาระในการชำระหนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีต


ขณะเดียวกันที่ประชุม ครม.มอบหมายสำนักงบประมาณ รับข้อสังเกตในประเด็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในส่วนของต้นเงินและดอกเบี้ยของหนี้รัฐบาลและหนี้รัฐวิสาหกิจให้เพียงพอและสอดคล้องกับขนาดของมูลหนี้ที่ครบกำหนดชำระในปีงบประมาณนั้น โดยควรจัดสรรงบประมาณเพื่อชำระต้นเงินกู้เฉพาะในส่วนหนี้รัฐบาลไม่ต่ำกว่า 3% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี


นอกจากนี้การจัดทำวงเงินงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ซึ่งได้บรรจุรายการวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลสัดส่วนต่อจีดีพี จำนวน 1.12 แสนล้านบาท และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งมีการกำหนดวงเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณสูงถึง จำนวน 8.657 แสนล้านบาท ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจเป็นตัวเร่งให้จำนวนหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


ดังนั้นเพื่อให้การบริหารหนี้สาธารณะเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาดำเนินการดังนี้ อาทิ จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนหนี้สาธารณะอย่างมีนัยสำคัญและเพื่อป้องกันการเกิดการผิดนัดชำระหนี้ในอนาคต


นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตั้งงบเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุล 1.12 แสนล้าน เพื่อนำไปใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตตามที่ ครม. ได้เห็นชอบไปก่อนหน้านี้ แต่ภายหลังจากมีการปรับปรุงหนี้สาธารณะแล้วระดับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะอยู่ที่ 65.05% ต่อจีดีพี จากกรอบบริหารหนี้สาธารณะที่ไม่เกิน 70% ของจีดีพี

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ