เลือกตั้งและการเมือง

"ก้าวไกล” ถกงบความมั่นคง ตั้งข้อสงสัยงบกลาโหมเพิ่มขึ้น ถาม “บิ๊กทิน” มีมือที่มองไม่เห็นหรือ

โดย paranee_s

4 ม.ค. 2567

48 views

วันนี (4 ม.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายงบประมาณกระทรวงกลาโหม ว่า ตนดีใจมาก เพราะนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นพลเรือนคนแรกที่มาคุมทหาร จึงฝากความหวังว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงขับเคลื่อนกองทัพได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และหวังว่าจะเข้าใจมุมมองที่ประชาชนมีต่อกองทัพได้


นายเอกราช ยกตัวอย่าง นโยบายปฏิรูปกองทัพของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา ภาพรวมดูแล้วเหมือนจะเห็นปัญหาไม่ต่างจากพรรคก้าวไกลและประชาชนมอง จากคำแถลงของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไว้ต่อสภา ระบุว่าจะเปลี่ยนรูปแบบการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ ปรับปรุงการฝึกนักศึกษาวิชาทหารให้เป็นแบบสร้างสรรค์ ลดกำลังพลนายทหารชั้นสัญญาบัตรระดับสูง ปรับปรุงการจัดซื้อจัดจ้างให้ทันสมัย โปร่งใส ตรวจสอบได้ และนำพื้นที่ของหน่วยทหารที่เกินความจำเป็นมาให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่วันนี้ที่เห็นการตั้งงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ทำให้ตั้งคำถามว่าจะเห็นกระทรวงกลาโหมรูปใหม่ กองทัพโฉมใหม่ที่ทันสมัยได้หรือไม่


การจัดสรรงบประมาณภาพรวมกระทรวงกลาโหมขอรับการจัดสรรเกือบ 198,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8 พันล้านบาท แต่เมื่อมาดูสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณด้านต่างๆ โดยเฉพาะงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี


“ไหนบอกว่ารัฐบาลจะลดกำลังคนไง ปี 67 ก็เพิ่มขึ้น … นี่คือภาพสะท้อนว่ากองทัพ กระทรวงกลาโหมกำลังขยายขนาดหรือไม่ สวนทางกับแผนลดกำลังพลที่นายกฯ แถลงต่อสภาฯ โดยสิ้นเชิง ลดตรงไหน เอาปากกามาวง บิ๊กทิน ท่านรัฐมนตรีต้องอธิบายหน่อย ว่าเหตุใดท่านจัดงบประมาณไม่สมเหตุสมผล และย้อนแย้งกับนโยบายที่นายกฯได้แถลงไว้ว่าจะลดกำลังพล” นายเอกราช กล่าว


นายเอกราช ย้ำว่า งบประมานกระทรวงกลาโหมส่วนใหญ่หมดไปกับบุคลากรภาครัฐ 55% และหากดูเฉพาะกองทัพบกใช้งบประมาณถึง 64% ของงบประมาณกองทัพบก ในขณะที่งบบุคลากรที่สหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 30 % เท่านั้น


และเมื่อดูแบบละเอียดเข้าไปงบประมาณบุคลากรยังซ่อนรูปอยู่ในงบประมาณอื่น ที่ใช้กับทหารกองประจำการ ทั้งค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาภรณ์เครื่องแต่งกาย ค่าใช้จ่ายในการเรียกเกณฑ์และปลดปล่อยกำลังพล เมื่อรวมค่าตอบแทนทหารกองประจำการงบประมาณจะสูงถึง 14,000 ล้านบาท


“แต่ทหารกองประจำการก็ส่งเสียงมาว่าจะจัดซื้อเสื้อผ้าอาภรณ์ประกอบเลี้ยงพวกเขา ก็ซื้อของที่ดีมีคุณภาพ ไม่ใช่เอาของจับฉ่ายมาให้ ทหารกองประจำการเขาอยากไปยึดสมรภูมิแต่กลับถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม” นายเอกราช กล่าว


นายเอกราช ระบุว่า นายสุทินทราบปัญหาหรือไม่ แล้วแบบนี้ใครจะอยากมาเป็นทหาร อยากถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม ถูกหักหัวคิวค่าเบี้ยเลี้ยง พร้อมเสนอว่าควรชี้ให้ชัดว่าต้องการทหารกองประจำการเท่าไหร่กันแน่ มีผู้สมัครจริงเท่าไหร่ แล้วต้องบังคับเกณฑ์อีกเท่าไหร่ ในฐานะผู้บริหารกระทรวง ถ้าไม่ตั้งเป้าหมายและตัวชี้วัด จะวัดผลได้อย่างไร ประชาชนที่เขารอยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เขาจะได้รู้ว่ายกเลิกเกณฑ์ทหารกี่โมง


นายเอกราช ย้ำว่า นายสุทินต้องไม่ปล่อยให้กองทัพจัดการกันเอง เขาเสนอมาเท่าไหร่ก็ say yes อย่าให้รัฐมนตรีเป็นแค่ตรายาง อย่างทหารเกณฑ์ในช่วงโควิดที่ผ่านมา กองทัพก็สามารถลดทหารกองประจำการ ลดงบประมาณลงไปได้ แต่พอมาช่วงนี้ยังคงใช้อัตราใกล้เคียงแบบเดิม สรุปยังเป็นนโยบายเรือธงหรือไม่ อยากให้ช่วยตอบแบบเป็นวิทยาศาสตร์ว่าเราต้องมีทหารเท่าไหร่ และจำเป็นต้องมีนายพลเท่าไหร่


พร้อมยกตัวอย่าง การจัดหารถประจำตำแหน่งของกระทรวงกลาโหม 565 ล้านบาท ในส่วนนี้งบประมาณไม่เคยลดลงต่อเนื่อง ภายใต้ระเบียบกระทรวงกลาโหม สะท้อนว่านายพลไม่เคยลดลงเลย ย้อนแย้งกับแผนลดกำลังพล


“นายพลมีศักดิ์มีสิทธิ์เท่าอธิบดีหรือไม่ นายพลมีประมาณ 2,000 คน ถ้าใช่ จะกลายเป็นมีอธิบดีเดินเบียดกันประมาณ 2,000 คน ครั้งที่กระทรวงอื่นเขามีกันแค่ 10 คน จนถึงวันนี้กรรมาธิการการทหารขอจำนวนกำลังพลที่ชัดเจน ก็ไม่เคยได้รับ” นายเอกราช กล่าว


นายเอกราช ตั้งคำถามว่า นายสุทินจะลดกำลังพลหรือไม่ หรือจะไปร้องเพลงอย่างเดียว ทั้งนี้ ตนยังติดใจเรื่องงบลับของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ว่าทำไมยังเท่ากันทุกปีอัตราการเบิกจ่ายรวดเร็ว ครบถ้วน 100% สส.พรรคเพื่อไทยก็อภิปรายกันอย่างดุเดือด นายสุทินจะทำอย่างไร


“สุดท้ายถ้าท่านจะปรารถนาปฏิรูปกองทัพด้วยงบลับสานสัมพันธ์กับทหาร 469 เกือบ 500 ล้านบาท พี่มีคำชี้แจงแค่บรรทัดเดียว อิ่มกันทั่วหน้าหรือไม่ มิหนำซ้ำระเบียบ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีการปิดปากเขียนล็อกเอาไว้ว่า ผู้ใดเปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบเงินราชการลับ ผิดวินัยร้ายแรง ต้องรับโทษตามกฎหมาย และผิดจริยธรรมด้วย ผมไม่มั่นใจว่าภายใต้อำนาจทางการเมืองที่ทหารมีในขณะนี้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ผมจะยืนยันว่างบลับคือช่องทางให้ลาภอย่างลับๆ ของนายทหารผู้มีอำนาจหรือไม่” นายเอกราช กล่าว


นายเอกราช กล่าวต่อว่า งบทหารพัฒนาในการใช้เพื่อพัฒนาประเทศ ไปทับซ้อนกับงบหน่วยงานอื่น มองว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง


“กลัวคนจะรู้เหรอครับว่าเราไม่จำเป็นต้องมีทหารเยอะอย่างที่เป็นอยู่ ก็เลยหางานใส่ตัว กลัวคนไม่เห็นความสำคัญ มันขี้เหงาอะไรขนาดนี้ครับ” นายเอกราช กล่าว


นายเอกราช ยังยกตัวอย่างพื้นที่ EEC ว่า โครงการก่อสร้างรันเวย์ที่ 2 สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นสนามบินพาณิชย์ กองทัพเรือไปกู้เงินจากต่างประเทศมาสร้าง ตั้งคำถามว่ากู้มาสร้างได้อย่างไร กองทัพเรือเกี่ยวข้องอะไร เพราะไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง แบบนี้หวังเงินทอนหรือไม่ เป็นการยัดไส้หรือไม่


“วันนี้ท่านสุทินได้เป็นรัฐบาลสมใจแล้ว มานั่งบริหารคุมกระทรวงกลาโหมเอง ไฉนวันนี้ท่านมีท่าทีเปลี่ยนไป หรือว่าท่านมีมือที่มองไม่เห็นคุมท่านอยู่ แต่ผมเชื่อว่าท่านคงมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่เป็นหุ่นเชิดให้ใคร ผมอยากให้ท่านแสวงหาจุดร่วมที่ชัดเจนก่อนว่าจะเอาอย่างไรกับนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน กลาโหมที่อยู่ภายใต้พลเอกประยุทธ์ในวันนั้น สู่สุทิน คลังแสง ในวันนี้ มีอะไรที่เป็นความหวังได้บ้าง เท่าที่ดูมา ท่านสุทินลอกการบ้านพลเอกประยุทธ์มาหรือไม่ ผมไม่สามารถเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินี้ได้” นายเอกราช กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  

คุณอาจสนใจ