เลือกตั้งและการเมือง

'ก้าวไกล' ขอโทษปชช. ตั้งรบ.ตามเจตจำนงไม่สำเร็จ 'ชัยธวัช' ประกาศพร้อมเดินหน้าไม่ว่าสถานะไหน

โดย passamon_a

3 ส.ค. 2566

306 views

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.66 ที่อาคารไทยซัมมิท นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงข่าวหลังพรรคเพื่อไทยแถลงถอนตัวออกจากการร่วมจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคการเมือง ไปจัดตั้งรัฐบาลใหม่ 3 ประเด็น คือ


1. พรรคก้าวไกล ต้องขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน ที่เราไม่สามารถผลักดันให้เกิดการจัดตั้งรัฐบาลที่เคารพเจตจำนงของพี่น้องประชาชนผ่านการเลือกตั้งได้สำเร็จ


ดังที่เพื่อไทยได้แถลงเมื่อตอนบ่าย ว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะแยกจากพรรคก้าวไกลไปจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง ในการพูดคุยระหว่างตัวแทน 2 พรรคเมื่อเช้านี้ เพื่อไทยได้แจ้งกับก้าวไกลว่า ต้องการขอออกจาก MOU ที่ทำร่วมกันทั้ง 2 ฉบับ คือ MOU การจัดตั้งรัฐบาลระหว่างพรรค 8 พรรค และ MOU ที่พรรคเพื่อไทยและก้าวไกล ทำร่วมกันในตอนที่มีการพูดคุยเรื่องการเลือกตั้งประธานสภา


2. ในการพูดคุย พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการขอให้พรรคก้าวไกล พิจารณาถอยการเสนอ ม.112 และตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยมีการเจรจากันเรื่องนี้ โดยเพื่อไทยให้เหตุผลว่า พรรคการเมืองทั้งหมดที่เพื่อไทยไปร่วมคุย ให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้ก้าวไกลร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะแก้ ม.112 หรือไม่


3. เพื่อไทยไม่ได้ขอให้ก้าวไกลโหวตให้แคนดิเดตเพื่อไทย ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ เพราะถือว่าเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรค และการพูดคุยเมื่อเช้านี้ แกนนำเพื่อไทยบางท่าน ยังแสดงความกังวลใจด้วยซ้ำ ว่าหากก้าวไกลจะโหวตให้แคนดิเดต อาจทำให้ สว.ไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทยได้ เพราะกังวลว่าหลังจากโหวตนายกฯแล้ว เพื่อไทยจะดึงก้าวไกลร่วมรัฐบาลอีก


"เรียนพี่น้องประชาชนว่า ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะไหน หลังจากนี้ พรรคก้าวไกลจะทำงานในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่ อย่างดีที่สุด ตามที่เราได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนจากการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนทุกคน ผลักดันให้เกิดระบบเศรษฐกิจของประเทศที่เท่าทันโลก และเปิดโอกาสให้ทุกคนเติบโตเสมอภาค เท่าเทียม ยังทำงานเต็มที่ เพื่อผลักดันกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบราชการ สร้างรัฐที่โปร่งใส เป็นธรรม เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน และทำงานอย่างเต็มที่ไม่ว่าสถานะไหน เพื่อสร้างระบบการเมืองบ้านเราให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เป็นระบบการเมืองที่เสียง และอำนาจของประชาชนมีความหมายจริง ๆ ให้ได้สักวันหนึ่ง"


ส่วนเรื่องการโหวตให้เพื่อไทยในการเลือกนายกฯ วันที่ 4 สิงหาคม หรือไม่นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ในการประชุมเมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ได้ให้ สส.เสนอความเห็นเต็มที่ และจะได้ข้อสรุปวันนี้ (3 ส.ค.)


จากนั้นได้เปิดให้สื่อมวลชนซักถาม ผู้สื่อข่าวเริ่มต้นด้วยคำถามว่า มองว่าพรรคเพื่อไทยแจ้งก่อนโหวตนายกรัฐมนตรีไม่กี่วัน กระชั้นชิดไปหรือไม่ รวมถึงเห็นสัญญานการแยกทางกันตั้งแต่เมื่อไร นายชัยธวัช ระบุว่า เรามีการพูดคุยกันเป็นระยะ ซึ่งคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไร


เมื่อถามว่า การทำงานร่วมกันในอนาคตกับพรรคเพื่อไทยจะทำงานกันต่อได้หรือไม่ เพราะมีกฎหมายหลายฉบับของพรรคก้าวไกลที่พรรคเพื่อไทยพร้อมจะผลักดันนั้น นายชัยธวัช ระบุว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า MOU หลังจากนี้ไม่มีอีกแล้ว ทั้ง MOU 8 พรรค และ MOU ระหว่างเพื่อไทยกับก้าวไกลตอนที่เลือกประธานสภา


ซึ่ง MOU ฉบับหลังมีส่วนสำคัญคือมีการตกลงว่าจะร่วมมือกันผลักดันกฎหมายหลายฉบับ และส่วนใหญ่เป็นเรื่องปฏิรูปกองทัพ และการนิรโทษกรรมคดีทางการเมือง ซึ่งก็ไม่มีอีกแล้ว แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรายังเสนอแนะมาตรการต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งหวังว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นฝ่ายเดียวกัน แต่เข้าไปเป็นฝ่ายค้าน ก็หวังว่าฝ่ายรัฐบาลจะเห็นชอบด้วย


ส่วนจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านทำหน้าที่ในสภาได้หรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า ยังไม่ได้จบอย่างเป็นทางการ แต่อย่างที่แถลงไปแล้วไม่ว่าพรรคก้าวไกลจะอยู่ในฐานะไหน แต่เราก็จะทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างดีที่สุด เพื่อผลักดันนโยบายของเราผ่านสภา


ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ในอนาคตจะสามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า หากพรรคก้าวไกลได้เป็นฝ่ายค้านจริง ๆ ก็สามารถที่จะผลักดันหลาย ๆ อย่างได้ และที่ผ่านมาในสมัยสภาที่แล้ว แม่ว่าร่างกฎหมายของพรรคก้าวไกลจะไม่เคยผ่าน แต่ในครั้งนี้เราหวังว่า น่าจะมีหลายฉบับผ่าน หากพรรครัฐบาลเห็นชอบ ว่ามันเป็นประโยชน์ส่วนรวมจริง ๆ


เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทย เชิญ 5 พรรคฝั่งตรงข้ามมารับฟังสุดท้ายไม่ได้ข้อตกผลึก พรรคก้าวไกลมองว่า พรรคเพื่อไทยให้เกียรติหรือปิดโอกาสในการชี้แจง 8 พรรคร่วมหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนคิดว่าเหตุผลที่แท้จริง อย่างที่พรรคก้าวไกลเคยชี้แจงไปหลายครั้งแล้วว่า เรื่อง ม.112 เป็นแค่ข้ออ้าง ฝ่ายการเมืองจำนวนมากโดยเฉพาะอำนาจเก่า ไม่ได้ต้องการที่จะเห็นพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เรื่อง 112 หลายพรรคที่เคยแถลงกับพรรคเพื่อไทยก็พูดชัดเจนว่าไม่ต้องการร่วมรัฐบาลกับพรรคก้าวไกล เนื่องจากอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวทางไม่ตรงกัน


ส่วนจะมีพรรคไหนไปกับเพื่อไทย และพรรคพรรคไหนไปกับก้าวไกลบ้างนั้น ตนยังไม่ทราบ แต่เท่าที่ทราบได้มีการแจ้งกับพรรคต่าง ๆ แล้ว แต่ไม่ทราบท่าทีของแต่ละพรรค


เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยได้แจ้งหรือไม่ว่าจะเอาพรรค 2 ลุงมาร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายชัยธวัช ตอบว่า ยังไม่ได้แจ้งชัดเจน เท่าที่อ่านคำแถลงของเพื่อไทยตอนบ่ายก็ขอให้รอฟังพรุ่งนี้ทีเดียว


เมื่อถามถึงความรู้สึกของพรรก้าวไกล ว่าอยากจะระบายอะไรออกมาหรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความบิดเบี้ยวของการเมืองไทย ซึ่งเราได้เคยพูดไปกับสังคมแล้วว่า ปัญหาของการเมืองไทยจริง ๆ นั้น อำนาจสูงสุดไม่ได้เป็นของประชาชน จึงเป็นปัญหาใหญ่ของการเมืองไทยในยุคสมัยนี้ จึงเป็นภารกิจของพวกเราที่จะผลักดันเปลี่ยนแปลงสุดความสามารถ ให้กลับมาเป็นระบอบประชาธิปไตยตามปกติที่เสียงและอำนาจของประชาชนสำคัญที่สุด


และถ้ามีการรวมเสียงของ 2 พรรคลุงมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลจะมีท่าทีอย่างไรบ้าง นายชัยธวัช ระบุว่า ไม่ได้เกี่ยวกับพรรคก้าวไกล เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคก้าวไกลแล้ว พร้อมย้ำว่า การพูดคุยเมื่อเช้า เราเข้าใจซึ่งกันและกัน


เมื่อถามว่า สส.และอดีต สส.ของพรรคหลายคน อยากให้พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ร่วมรัฐบาลกัน แต่วันนี้ฉีก MOU แล้วจะมีการเคลียร์ความรู้สึกกับ สส.อย่างไร นายชัยธวัช ระบุว่า ตนคิดว่าทุกคนเข้าใจสถานกานณ์ ซึ่งแน่นอนว่าเราอยากเห็น 8 พรรคการเมืองจับมือกันแน่นและไม่เชื่อว่าจะมีการพลิกขั้วรัฐบาล แต่ถึงตอนนี้ พรรคเพื่อไทยตัดสินใจออกจาก MOU แล้ว การจัดตั้งรัฐบาลก็คงเป็นอีกแบบหนึ่ง


เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน แล้วพรรค 2 ลุงก็เป็นฝ่ายค้าน จะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายชัยธวัช ระบุว่า "อันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราเลือก ปกติการเลือก คือการเลือกพรรคมาร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคที่ไม่ได้ถูกเลือกมาร่วมรัฐบาลก็จะเป็นฝ่ายค้าน มันไม่มีใครมีสิทธิเลือกซึ่งกันและกัน คงไม่มีการจับขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้าน"


นายชัยธวัช ยังย้ำว่า หากได้รัฐบาลใหม่และมีการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้จริง ๆ การเลือกตั้งก็คงเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง


ภายหลังการแถลงข่าว นายชัยธวัช ได้ทำท่าชูกำปั้น เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ซึ่งเป็นท่าเดียวกับที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ทำในวันที่ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ สส. โดยวันนี้ (3 ส.ค.) พรรคก้าวไกลเตรียมหารือมติการโหวตนายกรัฐมนตรีที่รัฐสภา

รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/4y4WH6ASmxA

คุณอาจสนใจ

Related News