เลือกตั้งและการเมือง

ขอสู้ยิบตา! 'พิธา' เปิดใจวันชี้ชะตา ชี้ 4 ด่านสกัด เส้นทางสู่นายกฯ ลั่นถ้าได้ไม่ถึง 344 เสียง ขอถอยให้เพื่อไทย

19 ก.ค. 2566

1.1K views

วันนี้ (19 ก.ค. 66) เป็นวันโหวตนายกฯครั้งที่ 2 ซึ่งจากการประชุมของ 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้มีมติว่าจะส่งชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต่อไป


ในวันนี้ รายการ เรื่องเล่าเช้านี้ จึงได้ขอสัมภาษณ์สดผ่านทางโทรศัพท์ กับ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถึงประเด็นต่างๆ ที่ประชาชนสนใจ 


นายพิธา บอกว่า ยังสบายดี นอนหลับ 7 ชั่วโมงครึ่ง วันนี้ ผมอยากบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของผมคนเดียว แต่มันเป็นเรื่องของระบบของประเทศ เป็นเรื่องของประชาชนที่ออกมาเลือกตั้ง และเป็นเรื่องที่บอกว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ เสียงของประชาชนไม่เพียงพอ ต้องมาขอความเห็นชอบของ ส.ว. ต่อ อยากให้มองเป็นเรื่องของทุกคน ซึ่งกว่าที่ประชาชนจะตัดสินใจได้ ก็ต้องทำการดีเบตมาหลายครั้ง และเมื่อประชาชนตัดสินใจได้แล้ว ผมก็ต้องทำในสิ่งที่ประชนได้ตัดสินใจให้ดีที่สุด เพื่อให้สภาของประชาชนไปต่อได้


เมื่อถามถึงการแก้เกมเรื่อง 'ห้ามเสนอชื่อซ้ำ' 

นายพิธา บอกว่า ตอนนี้มีอีก 4-5 ด่าน ที่ต้องผ่านไปให้ครับ 


ด่านแรก 

คือ มีความพยายามในการตีความข้อบังคับประชุมรัฐสภาข้อที่ 41 เรื่องการไม่สามารถเสนอญัตติซ้ำได้ เราจะแก้เกมว่า การเสนอชื่อนายกฯมันอยู่ในหมวดเฉพาะกาล ไม่ใช่ในหมวดทั่วไป ซึ่งมันก็มีข้อกฎหมายที่สูงกว่า ซึ่งบอกว่าสามารถเสนอชื่อนายกฯ ซ้ำๆ ได้เรื่อยๆ 


ในทางกลับกัน ถ้าต้องโหวต ฝั่งผมมีเสียงน้อยกว่าฝั่งเขา ก็เท่ากับว่า ต่อไปนี้ จะห้ามเสนอชื่อนายกฯซ้ำ ได้อีกเลย ถ้าสกัดผมได้ ผูกมัดผมได้ ก็จะกับพรรคอื่นๆ ต่อไป ได้เรื่อยๆ 


ส่วนที่อาจารย์สมชาย เสนอให้เพิ่มอีกสักพรรค กลายเป็น 9 พรรค จะทำได้ไหม ก็ต้องบอกว่า ยังยืนยันในความตั้งใจเดิม


ด่านสอง

มีนัดประชุมศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องหุ้นไอทีวีของผม ซึ่งถ้าบอกว่าผมต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่ ผมก็ต้องออกจากสภาเหมือนคุณธนาธร แต่การโหวตก็ดำเนินต่อได้ เพราะแคนดิเดตนายกฯ ไม่อะไร 


ด่านสาม

ผมไม่รู้ว่า จะเห็นชอบเท่าไหร่ งดออกเสียงเท่าไหร่ ไม่มาประชุมเท่าไหร่ ซึ่งหลายคนรู้อยุ่แล้วว่าการงดออกเสียงเท่ากับไม่เห็นชอบ ซึ่งน่าเสียดาย ที่สภาล่างต้องมาแพ้


ด่านสี่
ถ้าคะแนนผมไม่เพิ่มออย่างมีนัยสำคัญ เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมพยายามที่จะให้เสียงของประชาชนได้รับการตอบสนองให้มากที่สุด เราก็ต้องยกให้พรรคเพื่อไทยไป 


ตอนนี้ เรื่องการประชุม ม.272 จะมาจากหลัง การโหวตนายกฯครั้งที่ 3


 ตอนนี้ผมสู้ยิบตาทุกด่าน เราเห็นว่ามีการสกัดกั้นเรายังไงบ้าง เราก็ตั้งสติ เราก็แก้ปัญหาไปทีละเปราะ แต่ถ้าเพื่อสกัดกั้นผมคนเดียว แล้วต้องบิดเบือนทั้งหลักการ บิดเบือนทั้งศรัทธาประชาชนที่ออกมาเลือกตั้ง 


ถ้าบิดเบือนถึงขนาดพรรคที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่งไมได้เป็นนายกฯ ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แถมมีข่าวลือว่าจะผลักไปเป็นฝ่ายค้าน ซึ่งเรื่องแบบนี้ผมยังหาไม่เจอ


ผมไม่ได้ไร้เดียงสาทางการเมือง ผมเห็นความโหดร้ายมาหลายครั้ง มีทั้งยุบพรรค นิติสงคราม ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่เราควรยืนหยัดในสภาล่างได้แล้ว


ถ้าผมพ้นสภาพ ส.ส. ก็เป็นฉากทัศน์ที่ประมาทไม่ได้ แต่ไม่ได้กังวล เราทำที่ควบคุมได้ แต่มันก็มีหลายอย่างที่ควบคุมไม่ได้ ปากกาอยู่ในมือเค้า เราต้องรับมือทุกสถานการณ์ การเมืองไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้


แต่ถ้า 8 พรรค จับมือกันแน่น ก็จะตอบสนองต่อพลังศรัทธาของประชาชน ก็จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้


ผมไม่พลาดเรื่องถอย ม.112 ผมต้องขอบคุณคนที่ไม่ชอบให้ ผมได้ฟังเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมอยากเรียนท่านว่า สิ่งที่ท่านกังวลเรื่องการแก้ไข มันทำผมเข้าใจว่าเรามีเผ้าหมายเดียวกัน เพราะผมก็เคยกังวลแบบท่าน แต่ผมคิดว่าถ้าแก้ไข จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้


ผมอยากบอกว่า ถ้าเห็นชอบ หรือไม่ชอบ ก็บอกมาเลย เพราะผมสามารถชี้แจงได้ แต่อย่าไม่มาประชุม และอย่างดออกสียง อยากให้ท่านแสดงออกมาเลย อยากให้มาพูดกัน แล้วทำลายกำแพงออก อยากเชิญทั้ง 50 กว่าท่าน เข้ามาสภา


อยากให้ท่านมาบอกว่า ท่านไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผลอะไร ผมจะได้เข้าใจและชี้แจง ไม่อยากให้ลา และมันจะเพิ่มความชัดเจนให้ประชาชนได้รู้เรื่องด้วย


ถ้าผมได้ไม่ถึง 344 เสียง ผมก็จะถอยให้ทางพรรคเพื่อไทย


ถ้าไม่ได้โหวต คือ เค้ามีมติว่าห้ามเสนอซ้ำ ก็เท่ากับว่า ชัดเจนแล้วว่า ผมโดนบังคับโดยมติของรัฐสภา แสดงว่าผมโดนมัดมือชก ก็เท่ากับพรรคที่ 2 37 ก็เสนอได้แค่ครั้งเดียว มันจะกลายเป็นระบบแบบนี้


ถ้าบอกว่า ก้าวไกลต้องเสียสละ ผมมันตรงข้ามกับมติของ ปชช.มากเกินไป มันเป็นความไม่ปกติของระบบการเมืองไทย ที่มาจากรัฐธรรมนูญ 60 ผมเขื่อว่าพรรค 8 พรรค ที่ลงเรือเดียวกัน ก็ยืนยันต่อไปว่า การเลือกตั้งมีความหมาย เราต้องยืนยันเรื่องนี้ และถ้าเรายืนยันเรื่องนี้ การที่ก้าวไกลต้องเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีทางเกิดขึ้น


แต่ถ้ามีความแปลกขนาดนั้น ผมก็จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้ดีที่สุด และถึงผมจะต้องเป็น ปชช.ธรรมดา ก็จะทำให้ดีที่สุด เท่าที่ประชาชนธรรมดาทำได้

--------------





คุณอาจสนใจ

Related News