เลือกตั้งและการเมือง

"ณัฐชา" การันตีไม่มีงูเห่า ย้ำ "ก้าวไกล" ได้บทเรียน ขอสบายใจได้ แม้หน้าใหม่ ส.ส. แต่หน้าเก่าในการทำงาน

17 ก.ค. 2566

129 views

"ณัฐชา" การันตีไม่มีงูเห่า ย้ำ "ก้าวไกล" ได้บทเรียน ขอสบายใจได้ แม้หน้าใหม่ ส.ส. แต่หน้าเก่าในการทำงาน ยันแค่ต้องการสื่อสารในนามพรรค ปมถูกพรรคร่วมวิจารณ์โรดแมปดัน "พิธา" เป็นนายกฯ ลั่น เราถอยไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว หันหลังไปเจอพี่น้องประชาชน มองไม่เหมาะสม พรรคฝั่งเดียวกันออกมารุมวิจารณ์ เชื่อสังคมต้องการพรรคฝ่ายค้านเดิมผนึกกำลัง บอกต่อให้พรรคไหนหลุดออกไป แต่ "เพื่อไทย-ก้าวไกล" ต้องจับมือกัน พร้อมจี้ "เสรีพิศุทธ์" กางเงื่อนไขคุย "ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา" บนโต๊ะเจรจา 8 พรรคร่วมฯ




17 ก.ค.2566 ที่พรรคก้าวไกล นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. รองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีถึงการเตรียมตัว กำชับ ส.ส. พรรคในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้มีการประชุมเตรียมความพร้อมว่าวันที่ 19 ก.ค. จะมีการอภิปรายโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างไรที่จะเชิญชวนให้มีเสียงสนับสนุนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เพิ่มขึ้น รวมถึงการเจรจาต่อรองกับ ส.ว. และ ส.ส.ที่ยังไม่ได้โหวตให้ งดออกเสียง และไม่เห็นชอบ ก็อยากจะใช้เวทีรัฐสภาในการพูดคุย ว่าท่านมีความเห็นอย่างไรและสิ่งที่เราต้องการจะทำคืออะไร เมื่อความเห็นตรงกันแล้วก็จะทำให้สามารถผ่านไปได้ เนื่องจากประชาชนรอคอยรัฐบาลหน้าที่จะมาช่วยเหลือความเป็นอยู่



ส่วนจะมีการหารือกันหรือไม่ว่าจะหยิบข้อบังคับการประชุมเรื่องการเสนอชื่อนายพิธาได้ครั้ง เรื่องนี้จะเป็นข้อกังวลของพรรคหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า หมวดของการเสนอนายกรัฐมนตรีและหมวดของการเสนอญัตติเป็นคนละหมวดกันอยู่แล้ว และการโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคได้อ่านข้อบังคับอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าเสนอได้ ไม่เช่นนั้น การเสนอโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งต่อไปไม่สามารถทำได้ และการโหวตนี้เป็นเรื่องการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เสนอนายพิธา ดังนั้น ในสภาผู้แทนราษฎรมีมติที่จะเสนอโดยเสียงรับรองของ ส.ส. ถ้าผ่านเสียงรับรองของ ส.ส.ก็จะสามารถเสนอตัวนายกรัฐมนตรีให้กับรัฐสภาได้มีเสียงสนับสนุนต่อไป



ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่ามีการซื้องูเห่าจากพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล จากขั้วรัฐบาลเดิม กว่า 50 คน ซึ่งนายณัฐชา กล่าวว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบว่าได้ข้อมูลมาจากไหน แต่ให้พี่น้องประชาชนสบายใจได้ว่า ส.ส. 151 คนจากพรรคก้าวไกล เราได้พูดคุยแล้ว ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ไม่มีการติดต่อใดๆ ตนเชื่อว่าคนที่เป็นตัวแทนประชาชนในนามพรรคก้าวไกลได้เห็นแล้วว่างูเห่าในอดีตเกิดอะไรขึ้นบ้าง ต้องย้อนถามว่าแหล่งข่าวมาจากที่ใด



"พอลงเลือกตั้ง คะแนนต่ำกว่า 1,000 คะแนนไม่ดี ไม่เป็นที่นิยม เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าคนที่เข้ามาเป็น ส.ส. ในครั้งนี้ได้เห็นบทลงโทษ ว่าประชาชนลงโทษงูเห่าอย่างไร และพรรคก้าวไกลเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้ในครั้งที่ผ่านมา และสมาชิกทุกคนได้ผ่านการคัดกรองเข้มข้น ผ่านการเลือกตั้งของประชาชนมาแล้ว จึงเชื่อว่าใน 151 คน ไม่มีงูเห่าอย่างแน่นอน" นายณัฐชากล่าว



เมื่อถามว่าแต่พรรคก้าวไกลก็มีบทเรียนจากครั้งที่แล้ว จะเรียกความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งอย่างไร เพราะการเลือกตั้งที่ผ่านมา มีผู้สมัครหน้าใหม่เกือบทั้งหมด นายณัฐชา กล่าวว่า อาจจะเป็นคนหน้าใหม่ในฐานะ ส.ส. แต่เป็นคนหน้าเก่าในการทำงาน เพราะหลายคนทำงานมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ เป็นคณะทำงาน เป็นทีมงาน เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์ แต่ยังไม่เป็น ส.ส. และครั้งนี้ก็มาลงเลือกตั้ง ตนเชื่อมั่นในเพื่อนสมาชิกว่าการซื้องูเห่าหรือผลประโยชน์จะไม่มีแน่นอน



ส่วนที่หากมีงูเห่าจริง จะมีการคาดโทษอย่างไร นายณัฐชา กล่าวว่า ไม่ได้มองไปถึงการคาดโทษ แต่เรื่องนี้มีให้เห็นอยู่แล้ว ว่าหากเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะมีการลงโทษอย่างไร ซึ่งก็เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งพรรคอนาคตใหม่ โดยกระบวนการต่างๆก็ไม่ต่างกัน



เมื่อถามว่ากรณีโหวตนายพิธา ครั้งที่ 2 ไม่ผ่าน ไปต่อไม่ได้ การโหวตครั้งที 3 จะมีท่าทีอย่างไร นายณัฐชา กล่าวว่า พรรคก้าวไกลได้ออกไทม์ไลน์การต่อสู้ไว้ชัดเจนแล้ว ทั้งการโหวตนายกรัฐมนตรีในครั้งที่ 2 หากเสียงสนับสนุนผ่านก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่หากไม่ผ่านก็มี 2 ทาง โดยหากเสียงเพิ่มขึ้นจะโหวตครั้งที่ 3 หากเสียงเท่าเดิมหรือน้อยลงจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไทม์ไลน์ที่สื่อสารให้ประชาชนที่เฝ้าติดตามได้รับทราบเพราะทีกระแสวิพากวิจารณ์การโหวตนายกไปต่างๆนาๆ ส่วนหากครั้งที่ 2 และ 3 ยังไม่ได้ชื่อนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็เป็นไปตามที่นายพิธาได้แถลงไว้ว่าจะสู้ใน 2 สมรภูมิ หากผ่านหรือไม่ผ่านอย่างไร ก็จะเป็นไปตามลำดับที่ควรจะเกิดขึ้นโดยมีการหารือกันภายในพรรคก้าวไกลแล้ว



เมื่อถามว่าการแก้ไข ม.272 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นพูดคุย ส่วนพรรคร่วมฯจะเห็นว่าอย่างไร ก็คงต้องหารือกันต่อ ส่วนแนวทางในการแก้ไข ม.272 เชื่อว่า พรรคฝ่านค้านในอดีตเคยเห็นพ้องมาแล้วว่า ม.272 มีปัญหา ส่วนใครที่บอกว่า 272 มีปัญหาแล้วจะไม่โหวตให้ก็ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าเพราะอะไร และพรรคก้าวไกลก็ยืนยันมาตลอดว่า กฎหมายนี้มีปัญหาและวันนี้ก็แค่เสนอแก้ตามระบบรัฐสภา



เมื่อถามว่ามีเสียงจากฝั่งพรรคร่วมฯมองว่าพรรคก้าวไกล สนใจวาระการเมือง ไม่สนใจวาระปากท้องประชาชน นายณัฐชา กล่าวว่า เสียงของประชาชนสำคัญ



"วันนี้การต่อสู้เพิ่งจะผ่านไปครั้งเดียว แล้วบอกจะไม่สู้ต่อด้วยเหตุผลอะไร ผมไม่ทราบ วันนี้เพิ่งจะผ่านการโหวตไปเพียงครั้งแรก มีเสียงวุฒิสภามาถึง 13 เสียง มีเสียงพรรคร่วมฯ 8 พรรคผนึกกำลังอย่างเข้มแข็ง ผมเชื่อว่าพรรคร่วมฯ ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง 312 เสียง การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้เลย การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพรรคก้าวไกลผลักดันประเด็นต่างๆ แต่เป็นเพราะเราหลังพิงพี่น้องประชาชน เราถอยไม่รู้จะถอยอย่างไรแล้ว วันนี้เราหันหลังไปเจอพี่น้องประชาชนบอกว่าการเลือกนายกฯครั้งที่ 1 ผ่านไปแล้ว พี่น้องประชาชนเฝ้ารอการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 อยู่ และการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 กำลังจะถึง แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาจากพรรคการเมืองฝั่งเดียวกัน จึงมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง" นายณัฐชา กล่าว



เมื่อถามว่าท่าทีของพรรคเพื่อไทย เรื่องโรดแมป อยากให้จบในวงประชุมก่อนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน นายณัฐชา กล่าวว่า เป็นเพียงสิ่งที่อยากสื่อสารให้ประชาชนเท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงกระบวนการธรรมดาทั่วไป สามารถเข้าใจได้ตามปกติ แต่หากวันนี้ไม่เปิดแผนภูมิออกมา ประชาชนก็จะเข้าใจไปว่าอาจจะสู้ไป5ครั้ง10ครั้งหรือ หรือจนกว่า ส.ว.จะหมดวาระ แต่การที่ก้าวไกลออกมาบอกเพื่อย้ำในเส้นทสงการต่อสู้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่จะดูเคุยกับประชาชนและพรรคร่วม8พรรคก็พูดคุยตกลงกันแบบนี้อยู่แล้ว และในการลง MOU ก่อนเลือกประธานสภา ก็ระบุไว้ว่าเราจะผลักดีนนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อย่างสุดความสามารถ



ส่วนกรณี นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. ระบุว่า หากเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ในการโหวตครั้งที่ 3 แต่ยังมีพรรคก้าวไกลร่วมรัฐบาลด้วยก็จะไม่ยอมโหวตให้ นายณัฐชา มองว่าเป็นความคิดของนายเสรีเพียงคนเดียว ไม่ได้เป็นความคิดและแนวทางของ ส.ว. 250 คน ซึ่ง ส.ว. ก็มีความคิดเห็นหลากหลายที่แสดงออกมาได้ เมื่อผ่านการโหวตครั้งแรกไปแล้ว ก็มี ส.ว.ที่หลังพิงประชาชน โหวตเลือกนายพิธามาแล้ว 13 คน โดยผลเป็นอย่างไรประชาชนได้เห็นแล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้โหวต ผลกระทบเป็นอย่างไร ประชาชนก็เห็นแล้วเช่นกัน จึงเชื่อว่าการโหวตในครั้งต่อไป ก็เชื่อว่า ส.ว. มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป เมื่อเสียงครั้งที่ 2 ยังไม่ออกมาเราจึงยังไม่พูดคุยถึงเสียงครั้งที่ 3 เพราะตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 19 ก.ค. จะเป็นการพูดคุยถึงความแน่วแน่ ในการเสนอชื่อนายพิธาเป็นครั้งที่ 2 และเรายังหวังเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากทั้ง 2 สภา



เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ไปพูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนา ให้มาโหวตให้นายพิธา จะมีเงื่อนไขใดที่พรรคก้าวไกลรับได้หรือไม่ได้บ้าง นายณัฐชา กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบเงื่อนไข ว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไปพูดคุยเงื่อนไขใดบ้าง และหากเกิดขึ้นจริงอยากให้นำมาพูดคุยกันในพรรคร่วมฯ



เมื่อถามว่าการพูดคุยที่ยังไม่ลงตัวระหว่างพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย รวมถึงการไม่เห็นด้วยในการแก้ไข ม.272 จะเป็นสัญญาณการแตกหักหรือไม่ นายณัฐชา กล่าวว่า การแก้ไข ม.272 จะเกิดขึ้นหลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 วันนี้ถึงอยากทุกคนใน8พรรคร่วมโฟกัสที่การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งที่ 2 ก่อนและให้ช่วยดันหาหนทางดึง2สภามาช่วยกันให้โหวตผ่านครั้งที่2ไปได้ แล้วจะไม่มีการพูดคุยเรื่องอื่นๆต่อ



ส่วนจะมีการพลิกขั้วเปลี่ยนข้างหรือไม่นั้น มองว่า

พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลผนึกกำลังกันแข็งขันไม่มีทางพลิกไปทางไหนได้เลย เพราะ 188 คือเสียงข้างน้อยในสภา และ ส.ว.บางสรวนก็ประกาศงดออกเสียงไปตลอดก็ไม่ได้หมายความว่าตะโหวตให้ฝั่ง 188เสียง ดังนั้นจึงเขื่อว่า ฝั่ง188เสียงก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะผลักดันใครเป็นนายกรัฐมนตรี และยืนยันว่า วันนี้ยังไม่มีสัญญานสลับขั้วเพราะ8พรรคจับมือกันอย่างเข้มแข็ง



ทั้งนี้ก้าวไกลจะหากจะพลิกเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ มองว่า หากพลิกต้องพลิกทั้งก้อน 312เสียงเพราะจับกันแน่น จะพลิกแค่ของเราอย่างเดียวเป็นไปไม่ได้ ถ้าพรรคจัดตั้งรัฐบาล ผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง 312เสียงอย่ไรก็ตามเป็นฝ่ายค้านไม่ได้เลย เพราะจะเป็นฝ่ายค้าน312เสียงไม่ได้



"ต่อให้พรรคหนึ่งพรรคใดใน 8 พรรคหลุดออกไป แต่ก้าวไกลกับเพื่อไทย 2 พรรค 151 และ 141 เสียง จับมือกันอย่างแน่วแน่ ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และทำตามสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง ผมคิดว่าไม่สามารถพลิกขั้วเปลี่ยนข้าง เพราะวันนี้สิ่งที่ประชาชนมอบให้คืออยากเห็นรัฐบาลประชาธิปไตย รัฐบาลที่เป็นฝ่ายค้านในอดีต ต่อสู้เคียงข้างกันมา 4 ปี ทำงานได้ดีจึงได้รับคะแนนจากพี่น้องประชาชน เพื่อให้มาเป็นรัฐบาลตามความต้องการของประชาชน" นายณัฐชา กล่าว



เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่า ณ วันนี้ จะไม่มีการปล่อยมือกันอย่างแน่นอน แม้หลายฝ่ายจะให้ความเห็นว่าหย่ากันแล้ว นายณัฐชา ยืนยันว่าไม่มีอย่างแน่นอน แม้วันนี้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีเสียงแตกออกไป แต่ตนเชื่อว่าพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย รวมถึง 8 พรรคร่วมฯ มีการหันหน้าพูดคุยผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง เพราะการต่อสู้ร่วมกันมาตลอด 4 ปี รู้ว่าประชาชนต้องเจ็บปวดอย่างไร วันนี้สิ่งที่ต้องการเข้ามาเป็นรัฐบาล ไม่ได้ต้องการแค่เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แต่เราต้องการจะเข้ามาแก้ไขปัญหาที่หมักหมมให้กับประชาชน ถ้าพลิกขั้วไปเอาขั้วรัฐบาลเดิมที่เคยสร้างปัญหามาแก้ปัญหาเก่า ตนเชื่อว่า ประชาชนก็คงไม่ไว้ใจ



ส่วนเรื่องที่คนวิจารณ์ว่าพรรคก้าวไกลต้องการดึงพรรคเพื่อไทยเอาไว้จากท่าทีของแกนนำ เช่น นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่โพสต์รูปข้าวต้มมัด นายณัฐชา กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่ได้เป็นความพยายามของใคร และรูปข้าวต้มมัดก็ไม่ได้เป็นการพูดออกมาจากพรรคใดพรรคหนึ่ง ยืนยันการจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามมติของประชาชน




คุณอาจสนใจ

Related News