เลือกตั้งและการเมือง

'ส.ว.เจตน์' ชี้ 'พิธา' เป็นนายกฯไม่ยาก แค่ปลดล็อกเรื่องแก้ ม.112

26 มิ.ย. 2566

480 views

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.66 นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของ ส.ว. ในช่วงวันโหวตเลือกนายกฯ ที่กำลังใกล้เข้ามา ว่า สำหรับตนไม่ค่อยได้คุยกับเพื่อน ส.ว.คนอื่นเท่าไหร่ เพราะปิดสมัยประชุม ส่วนข้อมูลที่ตนได้ยิน ได้รับฟังมาก็มีน้อย จึงไม่สามารถพูดเเทน ส.ว.กลุ่มต่าง ๆ ได้


เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อในทำนองว่า การเจรจากับ ส.ว.ให้สนับสนุน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล เป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ผ่านมาเคยมีคนพรรคก้าวไกลโทรศัพท์มาพูดคุย ให้ช่วยโหวตนายพิธาหรือไม่


นพ.เจตน์ กล่าวว่า สำหรับส่วนตัวไม่มีโทรมา แต่ ส.ว.บางคนได้ยินว่ามี โดยส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะของการมาขอชี้แจงเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งก็ถูกปฏิเสธไป เพราะ ส.ว.เขาบอกว่ารู้ว่าการแก้ไขมาตรา 112 มีเหตุมีผลอย่างไร และได้ฟังจากสื่อฟังจากทั้งสองฝ่ายแล้วเขาได้ข้อยุติ เขารู้ว่าเป็นอย่างไร เพราะอย่างนั้น ส.ว.เขาก็บอกว่าไม่ต้องมาชี้แจง เสียเวลา นี่คือการฟังจาก ส.ว.บางคน แต่ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อว่าใคร ส.ว.คนไหน


เมื่อถามถึงสถานการณ์วันโหวตนายกฯ มีการประเมินว่าม็อบจะมาล้อมสภาแน่นอน เพื่อกดดันให้ ส.ว.โหวตนายพิธา ทั้งนี้ แรงกดดันภายนอกสภาจะส่งผลต่อการตัดสินใจของ ส.ว.หรือไม่ นพ.เจตน์ กล่าวว่า ตนตอบแทน ส.ว.คนอื่นไม่ได้ แต่ส่วนตัวตลอด 10 ปี เราก็เจอมาตลอด ตั้งแต่ม็อบเสื้อแดง หรือม็อบช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กรณีอย่างนี้เราก็ต้องมีความคิด ไม่หวั่นไหว และหวั่นไหวไม่ได้ เพราะโดยตำแหน่งหน้าที่เรา และคิดว่า ส.ว.ส่วนใหญ่ไม่น่าจะหวั่นไหว


"คิดว่ามีม็อบแน่ เป็นหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงต้องวางแผน หรือมาตรการป้องกันเตรียมไว้ ซึ่งการมาชุมนุมต้องชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ ถ้าจะมาชุมนุมแล้วมาก่อความวุ่นวายคุกคามอะไรอย่างนี้ ถ้าทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเขาก็ต้องทำตามกฎหมายและอำนาจหน้าที่" นพ.เจตน์ กล่าว


เมื่อถามว่าอยากส่งสัญญาณอะไรถึงพรรคก้าวไกลหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว.อย่างหนัก แต่ขณะเดียวกันวันนี้กำลังโน้มน้าวให้ ส.ว.โหวตนายพิธาเป็นนายกฯ นพ.เจตน์ กล่าวว่า เขาติดล็อกตัวเขาเองเรื่องมาตรา 112 จริง ๆ เส้นทางในการเป็นนายกฯของนายพิธา มันก็ไม่ยากจนเกินไป เพียงแต่เขาปลดล็อกเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 เสีย คิดว่าเขาก็มีโอกาสสูงที่จะได้เป็นนายกฯ


นพ.เจตน์ กล่าวด้วยว่า แต่การติดล็อกตัวเองด้วยการที่ประกาศไว้ ถึงแม้ว่าในเอ็มโอยูพรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค จะไม่มีการแก้ไขมาตรา 112 แต่พรรคก้าวไกลจะเสนอเอง อย่างนี้เท่ากับว่าแตะ และแสดงถึงเจตนารมณ์ของตัวเขาและเจตนารมณ์ของพรรคก้าวไกล ในเรื่องของสถาบัน ฉะนั้นในฐานะที่ตนยึดมั่นอยู่กับสถาบัน ถือว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควร จึงต้องการให้เขาประกาศให้ชัดเจน


นพ.เจตน์ กล่าวต่อว่า เรื่องที่มีเพื่อน ส.ว.บางคน บอกว่าให้ไปหา 376 เสียงมา ไม่ต้องมาพึ่ง ส.ว. อีกทั้งยังมี ส.ว.อีกกลุ่มหนึ่งที่จะปิดสวิตช์ทุกกรณี ไม่ว่า ส.ส.จะเสนอใครมาให้โหวตเป็นนายกฯก็ตาม เขาก็จะงดออกเสียงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะซีกไหน เขาจะปิดสวิตช์ตัวเขาเอง นี่เป็นความคิดของ ส.ว.อีกกลุ่มหนึ่ง


เมื่อถามว่า ส.ว.กลุ่มที่จะปิดสวิตช์ตัวเองมีประมาณกี่คน นพ.เจตน์ กล่าวว่า บอกจำนวนแน่ชัดไม่ได้ แต่คิดว่าคงไม่น้อย ซึ่งต้องยอมรับความคิดของเขา เพราะ ส.ว.กลุ่มนี้เวลาที่มีการเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขาก็โหวตให้กับคนเสนอกฎหมายมาโดยตลอด ก็น่าจะอยู่ใน 23 คน ให้ลองไปดู แต่ก็ไม่ใช่ 23 คนเป๊ะ ก็ให้ไปดูในกลุ่มนั้น ซึ่งอาจรวมคนนอกกลุ่มด้วยก็ได้ คงประเมินไม่ถูก


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/8LhZ1Mzxkcg

คุณอาจสนใจ

Related News