เลือกตั้งและการเมือง
'พิธา' แจงดรามาพูดไม่ตรง 'ทหารคุมตัวจนไปงานศพพ่อไม่ทัน' ยันเป็นช่วงคาบเกี่ยวลาออก ขรก.การเมือง สู่ นร.ทุน
27 เม.ย. 2566
573 views
เมื่อวันที่ 26 เม.ย.66 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีดรามาการกลับมางานศพพ่อของตนเองไม่ทันหลังจากรัฐประหาร 2549 ว่า ตนมางานศพพ่อไม่ทันจริง ๆ โดยงานศพ เริ่มตั้งแต่วันที่ 18-24 กันยายน 2549 ตนมาทันในวันที่ 22-24 กันยายน 2549 หลังจากนั้นก็เก็บศพไว้ 100 วัน ก่อนทำการฌาปนกิจ การพูดในรายการของหนูแหม่ม สุริวิภา และรายการเปิดอกคุย ของนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถูกต้องทั้งคู่ มองว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรเอางานศพของพ่อใครมาพูดให้เป็นเรื่องแบบนี้
นายพิธา ยังได้ชี้แจงหลักฐานให้ผู้สื่อข่าวดู มีทุกอย่างครบ ว่ากลับมาประเทศไทยอย่างไร เป็นรูปภาพกำหนดการงานศพ ตั๋วเครื่องบิน
เมื่อถามว่าตอนสมัยกลับจากสหรัฐอเมริกา มีคนตั้งข้อสงสัยว่าเป็นข้าราชการการเมืองแล้วหรือเป็นนักเรียนทุนกันแน่ นายพิธา ชี้แจงว่า ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เพิ่งลาออกจากทีมงานของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พอดี และจะเดินทางไปศึกษาต่อ ดังนั้นจึงเป็นช่วงคาบเกี่ยวกัน
"นี่เป็นการทำงานตอนที่เป็นทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ … และหยุด ลาออก แล้วก็บินไปเรียนหนังสือต่อถึงวันที่ 6 คุณพ่อเสีย 19 กันยายน อย่างที่บอก เพราะฉะนั้นเป็นช่วงคาบเกี่ยว ผมก็ต้องบอกว่าเพิ่งทำงานเสร็จ และจะไปปฐมนิเทศเริ่มการเรียนหนังสือ แต่อย่างไรก็ตามนามสกุลของเรายังมีบันทึกอยู่ เวลาลงพื้นที่มีคอมพิวเตอร์ มีแลปทอป ถ้าดูจากข่าวว่าสิงคโปร์บินถึงประเทศไทยวันที่ 21 กี่โมง ตอนนั้นประมาณบ่ายโมง ผมยังจำได้ว่าสัมภาษณ์กับท่านสุริวิภา ตอบไปว่าอยู่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ถ้าจำไม่ผิด" นายพิธา กล่าว
นายพิธา สรุปว่า ภายหลังจากออกจากกักตัวที่กองทัพอากาศ ก็ถึงบ้านประมาณสองทุ่ม ตนจำได้ว่ามาถึงแม่ของตนที่กำลังกลับจากงานศพ โดยแม่เพิ่งบอกว่าไปงานศพพ่อมา แสดงให้เห็นว่าตอนกลับมาก็ไปไม่ทัน ตนย้ำว่าไม่มีใครที่อยากเอาชีวิตพ่อตัวเองมาทำให้เป็นดรามา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดกันถึงการรัฐประหารว่าทำให้เกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตยบ้าง
นายพิธา กล่าวว่า ตอนนี้เป็นนักการเมือง หากประชาชนอยากตรวจสอบก็สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งก็เห็นอยู่แล้วว่ามีภาพชัดเจน ตนคิดว่าประชาชนจะเข้าใจ และการอธิบายก็คงทำให้ประชาชนเข้าใจมากขึ้น
นายพิธา ย้ำอีกว่า แม่ของตนได้เห็นโพสต์ของสื่อฉบับหนึ่ง ที่ระบุว่าเพื่อนของพ่อตนโพสต์เฟซบุ๊กบอกว่าตนโกหก เพื่อเรียกกระแสดรามา โดยแม่เพิ่งส่งข้อความมาว่าไม่รู้จักเพื่อนของพ่อคนดังกล่าว
นายพิธา กล่าวพร้อมโชว์รูปวันที่พ่อแม่ไปส่ง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า รูปดังกล่าวเป็นวันที่พ่อของตนไปส่งเรียนต่อ ช่วงวันที่ 6-7 กันยายน 2549 และรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ตนไม่ได้มีโอกาสบอกลาพ่อ ซึ่งการสัมภาษณ์บางครั้งอาจถูกตัดออกไป นอกจากนี้ตนคิดว่ายังมีความเข้าใจผิดเรื่องไทม์โซนของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ซึ่งตอนที่แม่โทรมาบอกตน แม่ก็โกหกบอกว่าพ่อยังไม่เสีย เพื่อต้องการไม่ให้ตนแตกสลาย อย่างน้อยบินกลับมาเมืองไทยและอยู่กับครอบครัว
"คุณต้องเข้าใจว่าคนที่เสียพ่อ โดยที่ไม่ได้ลากัน มันไม่มีเวลามานั่งไล่จับรายละเอียดอย่างนู้นอย่างนี้ ถ้าคุณอยากรู้ผมก็มีหลักฐานที่จะมาเปรียบเทียบให้ชัด ๆ ไปก็ได้ ว่าสิ่งที่พูดมาไม่เป็นความจริง และอย่าทำให้การเลือกตั้งของพรรคก้าวไกลตอนนี้เสียสมาธิ ขอเรียกร้องให้คนที่สนับสนุนพรรคก้าวไกลอย่าเสียสมาธิกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้" นายพิธา กล่าว
ทั้งนี้ นายพิธา ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงบนอินสตราแกรมส่วนตัว ภายหลังให้สัมภาษณ์ว่า "รูปสุดท้ายของผมกับพ่อ ที่ดอนเมือง ส่งผมบินไปบอสตัน น่าจะ 2-3 วันหลังวันเกิดผม และเกือบ 2 อาทิตย์ก่อนท่านเสียชีวิต เราไม่มีโอกาสได้บอกลากัน
คุณแม่กับผมไม่เคยคิดว่าต้องมาโพสต์รูปนี้ตอนนี้ เวลานี้เหมือนกัน รอฟังคำชี้แจง วันที่ 19 ก.ย.49 เร็วๆนี้ครับ ขออย่าให้ เพื่อนๆ #ก้าวไกล อย่าเสียสมาธิ กับการหาเสียงครับ"
ส่วนอีกโพสต์ระบุว่า "งานศพพ่อ 7 วัน ผมมาทันครึ่ง (22-24 ก.ย) ไม่ทันครึ่ง (18-20 ก.ย) ครับ ที่สัมภาษณ์กับพี่แหม่ม สุริวิภา หรือ กับ คุณสุรยุทธ ก็ถูกทั้งคู่ครับ ไม่ใช่ว่าไม่ตรงกัน
ส่วนวันที่ 21 ก.ย ถึง 12:40 บวกลบ โดนกักตัว 5-6 ชั่วโมง นั่งรถบัสออกมา รอคนมารับ กลับถึงบ้านก่อนคุณแม่กับน้อง ซึ่งใส่ชุดดำกลับมาจากงานศพ แล้วเราก็กอดกันที่บ้าน ศพคุณพ่อไม่ได้เผาทันที เก็บไว้น่าจะ 100 วัน จบนะ หาเสียงต่อไม่รอแล้วนะ :)"
นอกจากนี้ทางด้าน พลอากาศโทวัชระ ฤทธาคนี หรือ เสธ.นิด อดีตนายทหารนักบินกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกับนายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ บิดาของนายพิธา ก็ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก Vachara Riddhagni ระบุว่า ตนเองมีโอกาสไปงานศพของบิดานายพิธาในคืนแรกก็ยังเจอกับนายพิธาอยู่เลย
ส่วนเรื่องที่ว่า "ต้องวิ่งวุ่นหาเงินจัดงาน" นั้น เรื่องนี้ก็เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะว่าอีกฝ่ายมาจากตระกูลที่ร่ำรวย แถมผู้ตายยังมีบริษัทให้บริหารกว่า 10 บริษัทอีกต่างหาก
ข้อพิจารณาเพิ่มเติมการให้สัมภาษณ์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นักการเมือง ในคำให้สัมภาษณ์กับนายสรยุทธ ๒ เรื่องที่เขากุขึ้นมา
๑.ถูกควบคุมตัวที่กองทัพอากาศ ดอนเมือง จนมางานศพไม่ทันแท้จริงแล้ว เขาถูกกักตัวที่ กองทัพอากาศเพราะวันนั้น คมช.ยึดอำนาจแล้วและตัวเขาเองก็ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ๒๕๕๒ ว่า “ถูกกักตัวเพียง ๔-๕ ชั่วโมงเท่านั้นเพราะว่าเหตุการณ์กำลังตึงเครียด (ระวังกองทัพอากาศอาจจะฟ้องหมิ่นประมาทให้ร้ายกองทัพอากาศได้นะ)”
แต่มาให้สัมภาษณ์ปีนี้ว่า “ถูกกักตัวจนมางานศพพ่อไม่ทัน” งานสวดศพคุณพงษ์ศักดิ์นั้น คืนแรกผมก็ไปและได้เจอนายพิธาด้วย”
คุณพ่อเขาเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เคยทำงานด้วยกันที่ อตก.และ พูดคุยกันบ่อย พี่ชายหรือลุงนายพิธารู้ดีเพราะเป็นเพื่อนรุ่นที่สนิทกันพอควร
แม้ก่อนเสียชีวิตนั้นผมแนะนำว่าคุณพงษ์ศักดิ์ว่า ควรจะไปโรงพยาบาลศิริราช เพราะเกิดอาการไอต่อเนื่องไม่ทราบสาเหตุ
ผมแนะนำเพราะคิดว่าต้องมีการวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและมีนักวิทยาศาสตร์การแพทย์ประจำห้องแลป ยังคุยกันอยู่ก่อนตายครับ
๒.นายพิธากุเรื่องให้เป็นดราม่าว่า “ต้องวิ่งหาเงินทำศพพ่อ” ไร้สาระจริง อยากสร้างดราม่าเพื่อให้คนสงสาร
คุณพงษ์ศักดิ์เป็นนักธุรกิจฐานะเศรษฐี อีกทั้งตระกูลนี้มีฐานะร่ำรวยจากเป็นผู้นำเข้าเชือกมะนิลาผู้เดียวในช่วงสงครามมหาเอเชียบูรพามีห้างในสำเพ็ง
ก่อนคุณพงษ์ศักดิ์เสียชีวิตคุณพงษ์ศักดิ์บริหารกิจการกว่า ๑๐ กว่าบริษัท นายพิธา มาสร้างดราม่าเขาไม่มีเงินเพราะถูกควบคุม
คสช.ไม่เคยควบคุมการเงินของตระกูลนี้เลยครับ (ผมต้องรู้ครับเพราะลุงของพิธามีโยงใยกับเพื่อนทหารหลายคนและคงต้องแจ้งให้พวกเราทราบและบุคคลในตระกูลนี้ไม่มีใครถูก คสช.ควบคุมตัวแม้นายผดุง ก็ตาม (ลองตรวจสอบดู)
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/FXUxazRkTxI
แท็กที่เกี่ยวข้อง พิธาลิ้มเจริญรัตน์ ,งานศพพ่อ ,พรรคก้าวไกล ,ดรามาพูดไม่ตรง ,ทหารคุมตัว