เลือกตั้งและการเมือง
'เพื่อไทย' แขวะอยู่มา 8 ปี เพิ่งคิดได้ ทำไงค่าไฟถึงจะถูก - 'ณัฐวุฒิ' ซัด 'บิ๊กตู่' ทำได้แค่โบ้ยให้ 'ยิ่งลักษณ์'
21 เม.ย. 2566
610 views
วานนี้ (20 เม.ย. 66) นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ คณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย ร่วมแถลงข่าวการตั้งข้อสังเกตถึงสาเหตุที่ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นผิดปกติ
นายแพทย์พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช กล่าวว่า ประชาชนประสบปัญหาค่าไฟแพง ซึ่งเกิดจากการวางแผนที่ไม่ตระหนักว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบ และเป็นที่น่าแปลกใจเป็นอย่างมากที่พรรคการเมืองต่างๆ ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล เพิ่งคิดออกและคิดได้อย่างน่าตกใจ ทั้งที่นั่งอยู่ในตำแหน่งมาตั้ง 8 ปี แต่ประชาชนมีความเฉลียวฉลาดพอว่าอะไรทำได้ หรือไม่ได้
ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัวนโยบาย ‘ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ลดราคาทันที’ มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา เพราะเรามองเห็นปัญหา และรู้วิธีการแก้ไข จนในวันนี้พบว่า ปัญหาค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น เกิดจากสาเหตุนี้
1. ระบบการคิดในโครงสร้างพลังงาน เป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นการส่งผ่านไปให้ประชาชนเท่านั้น โยนให้ประชาชนรับ ไม่ได้คิดถึงประสิทธิภาพในการบริหาร
2. ค่าพร้อมจ่าย โดยปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าที่มีกำลังการผลิตเกินความต้องใช้จริง 54% ในขณะที่ความต้องการใช้จริง อยู่ที่ 15% โดย 15% ดังกล่าวมาจากการที่ปกติทุกปี จะมีโรงไฟฟ้าทั้งหมด ที่ต้องหยุดการผลิต 1 เดือน ในแต่ละปี จะเปิดกำลังการผลิตเต็มที่ จะมีไฟฟ้าสำรอง
แต่ขณะนี้ ไฟฟ้าเกิน 54% ซึ่งค่าพร้อมจ่ายนี้ ผูกพันกับข้อสัญญาของผู้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งนายแพทย์พรมินทร์ ยอมรับว่าไม่ง่าย แต่รัฐต้องผ่อนปรน หาวิธีการจัดการ ซึ่งมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยมีศักยภาพที่สามารถทำได้
3. โครงสร้างการบริหารค่าไฟฟ้า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าผลิตอยู่ 60% สายไฟฟ้า 25% รวมแล้วเป็น 85% ที่เหลือสำหรับสำรองอีกประมาณ 15% ซึ่งเป็นโครงสร้างปกติ หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะกระจายออกไปให้ใกล้กับความต้องการ เราสามารถประหยัดในส่วนของ 25% นั้นออกไปได้ด้วยการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และอื่นๆ ทำให้ค่าไฟฟ้าถูกลงได้
นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่ไฟฟ้าแพงเพราะมีการอ้างอิงที่สมัยที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เซ็นสัญญาเพิ่มกิโลวัตถ์ ซึ่งหากย้อนไปช่วงนั้นพบว่า GDP ประเทศไทยเติบโตประมาณ 7% ดังนั้น การมีกิโลวัตถ์ไฟฟ้าที่เหลือ เพื่อการรองรับเศรษฐกิจที่โตขึ้นจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม
แต่ 8 ปีที่ผ่านมา GDP ไทยโตต่ำกว่าที่ประมาณการณ์ไว้จากการบริหารของรัฐบาลนี้ หากจะใช้ข้ออ้างว่า ต้องมีส่วนเพิ่มเติมตามขีดความสามารถของเศรษฐกิจ (Access capacity) ให้มากกว่า 54% ถือว่าไม่ค่อยเหมาะสม
อีกทั้ง คสช.ทำรัฐประหาร มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานชุดใหม่ และไม่มีการเปิดประมูลให้ผู้ผลิตไฟฟ้าอิสระเข้ามาอีก และไม่มีการเจรจากับภาคเอกชน ทั้งที่การใช้พลังงานของประเทศลดลง ดังนั้น จึงต้องเข้าไปเจรจากับโรงไฟฟ้าเพื่อปรับลดการผลิตไฟฟ้าโดยทำอย่างเป็นธรรม
ในขณะเดียวกัน ช่วงโควิดกำลังระบาดมีการปิดโรงไฟฟ้า 7-9 โรง แต่โรงไฟฟ้าเหล่านั้นยังได้รับรายได้เหมือนเดิม อีกทั้ง 6 เดือนก่อนยุบสภา มีการเจรจาซื้อไฟฟ้าเพิ่มอีก 3 แหล่ง เพิ่มมาอีกประมาณ 1,000 กิโลวัตต์ และมีการทำสัญญาอนุมัติที่เขื่อนหลวงพระบางอีก 35 ปี ซึ่งเปรียบเสมือนการล็อคตัวเองไว้กับค่าใช้จ่าย ซึ่งปกติต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้
---------------
วานนี้ (วันที่ 20 เม.ย.) นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย กล่าวถึงปัญหาค่าไฟแพง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็ไม่รับผิดชอบอะไรให้ลูกน้องออกมาบอกว่าสาเหตุที่ค่าไฟแพง เป็นเพราะรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อ 8 ปีที่แล้ว พร้อมถามว่าสถานการณ์จะย้อนหลังไปขนาดนั้นเลยหรือ
ในความเป็นจริง 8 ปีที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯใช้อำนาจ คสช. ปลดคณะกรรมการกิจการพลังงานแล้วตั้งขึ้นใหม่ กำลังการผลิตเกินความต้องการ 50% ไม่ได้มีการเจรจากับภาคเอกชนป้องกันความเสี่ยงให้ประชาชน และยังต่อสัญญาซื้อไฟฟ้าจากลาว 35 ปี ซึ่งเรื่องเหล่านี้เกิดในรัฐบาลปัจจุบัน ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา เมื่อเกิดปัญหาไม่คิดจะรับผิดชอบ แต่ชี้ว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดที่แล้ว คงลืมไปว่าก่อน 4 ปีนี้พลเอกประยุทธ์ก็เป็นนายกฯ
นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวติดตลกว่า เดี๋ยวนี้ตนไปปราศรัยที่ไหนไม่มีเสาไฟเครื่องหัว เพราะค่าไฟแพง คนจึงประหยัดไฟ จึงอยากบอกประชาชนว่าขอให้เปลี่ยนถอนรากถอนโคนทั้ง 3 ป.และพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบัน
นายณัฐวุฒิ ยังระบุว่า นายกคนนี้มีหน้าที่ 2 อย่างอะไรที่จะดีดีก็เคลมเข้าตัว อะไรไม่ดีก็ชี้มั่งไปหาคนอื่น ทั้งที่ถือมาตรา 44 แต่สามารถแก้ปัญหา ได้ มาตรา 44 ที่ถืออยู่เทียบเท่าป๊อก 8 สองเด้ง
“ลองให้ผมถือมาตรา 44 สักวันรับรองจะสร้างผลงานที่เกิดความสุขให้คนไทยทั้งชาติ โดยการสั่งจับพลเอกประยุทธ์และ 3 ป. ไปขัง แต่ไม่ใช่ขังคุกเพราะเป็นการรังแกกันเกินไป แต่จะเอาไปไว้ที่เดิมของหลินฮุ่ยเพราะเจ้าของที่ไม่อยู่แล้ว ถอดป้ายชื่อหลินฮุ่ยออกติดป้ายชื่อ ‘หลินเฮีย’ พร้อมเปิดกล้องวงจรปิดดูกัน 24 ชัวโมง”
นายณัฐวุฒิยังระบุว่า ถ้าทักษิณเป็นนายกฯ 8 ปี บ้านเมืองนี้พัฒนาไปนานแล้ว ประเทศไม่มีคนจน พร้อมย้ำว่าพรรคเพื่อไทยประกาศชัดทุกเวทีว่าหากได้เป็นรัฐบาล จะต้องมีนายกฯจาก 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น
-----------
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/bXGniShf7oM