เลือกตั้งและการเมือง

‘ก้าวไกล’ ปราศรัยใหญ่ ลั่นเป็นตัวกำหนดรัฐบาล - ‘โรม’ ย้ำไม่จับมือ รทสช.-พปชร. ชี้ปิดสวิตช์ 3 ป.สร้างรัฐบาลของปชช.

20 เม.ย. 2566

197 views

พิจารณ์ ลั่นก้าวไกลต้องเป็นผู้กำหนดหน้าตารัฐบาล คะแนนเสียงหลังเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัด จวกบางพรรคชนะเลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังถูกรัฐประหาร เหตุไม่ยอมตัดงบประมาณกลาโหม เพิ่มอำนาจกองทัพ ด้านรังสิมันต์ ย้ำชัด ไม่ร่วม รทสช.-พปชร. แน่


วานนี้ (วันที่ 19 เม.ย.) ที่ลานใต้สะพานพระราม 8 ในเวทีปราศรัยใหญ่ ภายใต้ชื่อ “ปักธงฝั่งธนบุรี 10 เขต ยึดฐานที่มั่นก้าวไกล” นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยถึงบางพรรคการเมือง ระบุว่า มีคนอยากเป็นนายกรัฐมนตรีจนตัวสั่น ทั้งที่ไม่รู้จะมีโอกาสได้ ส.ส.ถึง 25 คนหรือไม่ แต่กลับเสนอตัวเป็นผู้จัดการรัฐบาล แต่ตนยืนยันว่า คนที่จะกำหนดอนาคตและหน้าตาของรัฐบาลได้คือพรรคก้าวไกล


"หลังการเลือกตั้ง จำนวน ส.ส.ของพรรคก้าวไกลจะเป็นตัวชี้ขาดว่า รัฐบาลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะนาทีนี้ มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีขอพรรคก้าวไกลเพียงคนเดียวคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่พูดชัดที่สุดว่า เราจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคทหารจำแลง"


นายพิจารณ์ ย้ำว่า ถ้าจำนวน ส.ส. ของพรรคก้าวไกลมีมากพอ จะเป็นตัวกำหนดคณะรัฐมนตรี และหน้าตาของรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จึงขอเชิญชวนให้ประชาชน หากคิดว่าควรพอกันทีกับ 2 ลุง วันที่ 14 พ.ค. นี้ ขอให้กาพรรคก้าวไกลทั้ง 2 ใบ


นายพิจารณ์ เผยว่า ส.ส.อาวุโสระดับเคยเป็นรัฐมนตรี มานั่งรับประทานอาหารร่วมกัน ปฏิรูปกองทัพ ทลายทุนผูกขาด กระจายอำนาจ โดย ส.ส.อาวุโสกล่าวว่า อยากให้พรรคก้าวไกลได้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะได้รู้ว่าสิ่งที่พูดมาเป็นไปไม่ได้ ทำให้ตนคิดว่า เพราะมีคนแบบนี้อยู่ต่างหาก จึงเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากยอมจำนนกับปัญหาและระบบที่บิดเบี้ยว


นายพิจารณ์ ยังกล่าวถึงการตัดงบประมาณของกระทรวงกลาโหม ที่ไม่มีพรรคใดกล้าทำ แม้พรรคที่ประกาศตัวจะแลนด์ไถล แม้ชนะการเลือกตั้งถล่มทลายหลายครั้ง แต่ไม่เคยแก้ปัญหาที่ต้นตอ ไม่มีวิสัยทัศน์ ทำให้กองทัพมีงบประมาณมาทำรัฐประหาร ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลอภิปรายงบประมาณกระทรวงกลาโหมทุกปี ทำให้งบประมาณลดลงรวมกัน 30,000 ล้าน แต่ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นรัฐบาล งบส่วนนี้ลดได้ทันที


ด้านนายรังสิมันต์ โรม ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยเป็นคนสุดท้าย ว่า ก่อนตนจะขึ้นเวที ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่ง โทรมาหาตน เพื่อรายงานปัญหาที่ตัวเขากำลังพบเจอ เป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนพลเมืองคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรก็เจอเหมือนกันหมดคือ "ค่าไฟแพง"


 "กลายเป็นว่าตำรวจของผม ตอนนี้บอกว่าเรื่องตั๋วช้างก็แย่แล้ว การทุจริตอะไรต่างๆในวงการตำรวจก็แย่แล้ว มาเจอปัญหาค่าไฟแพงแบบนี้ ตำรวจชักจะชักหน้าไม่ถึงหลังแล้ว" นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์ พูดเรื่องนี้ เพราะวันนี้ประเทศไทยกำลังเจอวิกฤตที่เต็มไปด้วยปัญหาต่างๆมากมายที่รัฐบาลนี้ไม่คิดจะแก้ไข เวลาพี่น้องประชาชนถามพรรคก้าวไกลว่ามีเป้าหมายแก้วิกฤตปัญหาต่างๆ อะไร ตนพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่พวกเราต้องการทำ เป็นการวางเป้าหมายที่ง่ายมาก แค่ต้องการทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ในช่วงที่ผ่านมา ตนมีโอกาสได้ลงพื้นที่หลายจังหวัด ตนเจอคนแก่และเด็ก ซึ่งคนที่เป็นประชากรวัยทำงานไม่เข้ากรุงเทพก็จะไปทำงานที่เมืองใหญ่ ขณะที่ตามต่างจังหวัดแทบไม่มีงานหรือรายได้น้อย จึงเป็นเหตุผลที่ต่างจังหวัด เราจึงเจอแค่คนแก่และเด็ก และคนแก่ยังต้องทำงานโดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องหยุด


 "มันเป็นไปได้อย่างไรที่ประเทศของเราที่เป็นแผ่นดินทอง แต่ประชาชนของเราต้องทำงานจนตายก็ไม่หลุดพ้นจากความยากจน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่รับการแก้ไข" นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์ ระบุต่อว่า ชาวต่างชาติสามารถจ่ายเงินท่องเที่ยวประเทศไทยได้ บางคนไม่ต้องทำงานเพราะปลดเกษียณ ก็สามารถมาท่องเที่ยวในประเทศของเราได้เป็นเดือน พวกเขาเหล่านี้ดูมีความสุข สามารถท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆสามารถเข้าไปประเทศไหนก็ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกกักอยู่ที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง โดยชีวิตแบบนี้เป็นชีวิตที่เราได้แต่ฝัน


 ตนตั้งคำถามว่าเรามีโอกาสที่จะทำแบบนี้ได้บ้างหรือไม่ หากพูดกันตามตรงก็ได้แค่ฝัน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลมีจุดประสงค์เดียวคืออยากให้พี่น้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและมีชีวิตที่ดีเท่านั้น


นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า เราต้องปิดสวิตซ์ 3 ป. เหตุผลง่ายๆ เพราะการที่เราจะแก้ปัญหาค่าไฟแพง ตนนึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่จัดการกับ 3 ป. ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มทุน ขุนศึก ศักดินาได้อย่างไร จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมพรรคก้าวไกลถึงไม่สามารถจับมือกับพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อยู่ร่วมเป็นรัฐบาลได้


 "ผมนึกไม่ออกว่าถ้าชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ยังเป็นรัฐมนตรี จะจัดการให้ค่าไฟลดลงได้อย่างไร ผมนึกไม่ออกเลยว่าถ้าธรรมนัสเป็นรัฐมนตรี เราจะแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างไร ผมนึกไม่ออกเลยว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่อง ส.ว.ทรงเอได้อย่างไร ถ้ารวมไทยสร้างชาติเป็นรัฐบาลร่วมกันกับเรา ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะจัดการกับบรรดากลุ่มทุนผูกขาดที่ไปล็อบบี้นักการเมือง ทำให้สุราก้าวหน้าไม่ผ่านด้วยการร่วมมือกับคนอย่างพลเอกประยุทธ์ได้อย่างไร"  นายรังสิมันต์กล่าว


นายรังสิมันต์ กล่าวว่า การปิดสวิตช์ 3 ป. จึงเป็นทางเลือกเดียวที่ประเทศนี้ เราจะสร้างรัฐบาลที่เป็นของประชาชนได้อย่างไร ถ้าสุดท้ายผู้ที่ให้กำเนิด ส.ว. 250 คน ยังอยู่ในคณะรัฐมนตรี เราจะจัดการกับการเกณฑ์ทหารได้อย่างไร ถ้าสุดท้ายการผสมพันธุ์ข้ามขั้วที่มีพลเอกประวิตรอยู่ใน ครม. ยังเกิดขึ้น การปิดสวิตช์ 3 ป. จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคตใหม่เพื่อความฝันใหม่ของพวกเรา


"ประชาชนอาจจะมีคำถามในใจว่าใครเขาอยากจะจับมือ บางคนบอกว่าพอถึงเวลาเลือกตั้ง เดี๋ยวก็มีการผสมพันธุ์ข้ามขั้ว เดี๋ยวพรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะนโยบายมันแหลมคมเกินไป ผมจะบอกว่าผมมีความเชื่อว่าหากพรรคก้าวไกล ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ได้เสียงเกิน 100 คะแนน อย่างไร พรรคก้าวไกลก็เป็นรัฐบาลและจะเป็นคนกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลบ้าง ซึ่งเหตุผลง่ายๆ ดูจากผลโพลทั้งหมดที่คะแนนฝั่งประชาธิปไตยชนะฝ่ายเผด็จการ


ตนจึงต้องย้ำว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกลัวคะแนนตกน้ำ เพราะผลโพลยืนยันแล้วว่า อย่างไรพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรประชาชนก็ไม่เอาอยู่แล้ว เขากำลังเดินไปสู่อนาคตใหม่แล้ว


  "เราผ่านประสบการณ์การถูกยุบพรรคมาแล้ว ต้องทำหน้าที่แค่ 11 เดือน ยังไม่เคยเป็นฝ่ายบริหาร เขาก็ยุบเราแล้ว ถามว่าเราเจ็บปวดไหม พูดตามตรงโคตรเจ็บใจฉิบหายเลย แต่เราไม่เคยกลัว เราเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นความกล้า ความตรงไปตรงมา ความต้องการที่จะทำให้มั่นใจว่าคนที่ยุบพรรคอนาคตใหม่จะไม่มีวันได้ในสิ่งที่ต้องการ ถ้ามันคิดรัฐประหาร เราจะปฏิรูปกองทัพ ถ้านายพลมันว่างนัก เราจะลดจำนวน" นายรังสิมันต์กล่าว


รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/EMJAmqGh0-w

คุณอาจสนใจ

Related News