เลือกตั้งและการเมือง

'วีรวิชญ์' มือต่อย 'ศรีสุวรรณ' ลั่นทำเพื่อสั่งสอน อย่าเลียจนเกินเลยไป คนแห่โอนเงินช่วยค่าคดี

19 ต.ค. 2565

301 views

วานนี้ (18 ต.ค. 65) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางไปกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อขอให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามครรลองของกฎหมาย กรณีมีบุคคลทอล์กโชว์เดี่ยวไมโครโฟน 13 ซึ่งเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์


มีการใช้ถ้อยคำ บางคำพูดอันอาจมีลักษณะส่งเสริมให้บุคคลร่วมชุมนุมสาธารณะที่ผิดกฎหมาย ซึ่งอาจขัดต่อความมั่นคงของรัฐและหรือละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น และหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา


ทั้งนี้ บทพูดของการโชว์เดี่ยวไมโครโฟนดังกล่าว มีบางคำพูด อาทิ “วันนี้รถติดเยอะหน่อย มีม็อบไล่คนที่เราอยากจะไล่เขา ก็ให้อภัยเขาไปนะครับ ถือว่าเขาทำงานแทนเรา” นั้น จะสื่อความหมายไปอย่างอื่นมิได้ นอกเสียจากการพูดเพื่อที่จะสื่อหรือโฆษณาให้ผู้ฟังหรือผู้ชม ได้เข้าใจตรงกันว่า มีเจตนาหรือจงใจที่จะให้ทุกคนที่รับฟังและรับชมให้อภัยกลุ่มผู้ที่ออกมาชุมนุมสาธารณะที่เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งเมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั่น “ทำงานแทนเรา” นั่นเอง


โดยที่การชุมนุมเหล่านั้นล้วนผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อกำหนดใน ม.9 แห่ง พรก.ฉุกเฉิน 2548 และมีการสอดใส้การชุมนุมเป็นเรื่องการยกเลิก ปอ.112 และการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ มิใช่การชุมนุมเพื่อขับไล่ผู้นำรัฐบาลแต่อย่างใดไม่


กรณีดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด หากแต่อาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความผิดต่อแผ่นดิน อาจกระทบต่อความมั่นคง และอาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน


ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมาแจ้งต่อ บก.ปอท. ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบ สอบสวน กรณีดังกล่าวว่าเข้าข่ายความผิดอาญาต่อแผ่นดินหรือไม่ หากพบว่าเป็นความผิดให้ดำเนินการตามครรลองของกฎหมายต่อไป


หลังจากนั้น ปรากฎว่านายวีรวิชญ์ รุ่งเรืองศิริผล ในนามของกลุ่มศักดินาเสื้อแดงต่อต้านเผด็จการ ซึ่งแฝงตัวมาเป็นนักข่าวทำท่าทีสอบถามประเด็นการร้องเรียนของนายศรีสุวรรณ ว่าหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินคดี 8 ปี นายกรัฐมนตรี จะมีการแจ้งความคนเห็นต่างหรือไม่ แต่ยังไม่ทันจะถามจบนายวีรวิชญ์ได้เข้าไปทำร้ายชกต่อยนายศรีสุวรรณ ทันทีกลางวงสัมภาษณ์ ทำให้นักข่าวอึ้งกันทั้งวงสัมภาษณ์


หลังจากนั้น นายวีรวิชญ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนคาใจเพราะหลังจากศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยปม 8 ปี นายกรัฐมนตรี นายศรีสุวรรณ ออกมาประกาศว่า ใครชุมนุมจะแจ้งความจะแจ้งจับหมด ซึ่งตนเป็นคนหนึ่งที่ชุมนุม วันนี้ตั้งใจมาตบเพื่อสั่งสอน ซึ่งมีตำรวจที่รู้จักฝากมาตบด้วย กราบขอโทษกองปราบที่มาทำแบบนี้ เพราะไม่มีโอกาสเลย


ตนเฝ้าและแอบดูว่านายศรีสุวรรณจะไปร้องอะไรบ้าง เมื่อเช้าตนยอมทิ้งงาน ตนอายุ 62 ปี จะเป็นอะไรไม่สนใจ อยากให้เห็นว่า คำว่าประชาธิปไตย ทุกคนต้องยอมรับความเห็นต่าง ประเทศนี้เป็นของประชาชน ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ถ้าถูกดำเนินคดีพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และที่มาวันนี้ไม่ได้มีใครจ้างมาแต่ตั้งใจมาด้วยตัวเอง

--------------

ภายหลังนายวีรวิทย์ รุ่งเรืองศิริผล บุกทำร้ายร่างกาย นายศรีสุวรรณ จรรยา ที่ด้านหน้าอาคารตำรวจสอบสวนกลาง นายวีรวิทย์ ได้ไลฟ์ทางยูทูบช่องของตัวเอง "ศักดินาเสื้อแดง" ระบุชื่อคลิปว่า สดกับลุงศักดิ์ (สัญญาลุงทำตามสัญญา)


นายวีรวิทย์ อกว่า ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพี่น้องประชาชน เพราะสังคมไทยตอนนี้เราหาความยุติธรรมไม่ได้ ในเมื่อคำก็กฎหมาย สองคำก็กฎหมาย หนำซ้ำกลั่นแกล้งพวกเราตลอด จึงต้องใช้วิชาสถุน ถ้าไม่เล่นแบบนี้ไม่ได้หรอก ตนบอกแล้วว่าถ้าให้สัญญาไว้แล้วทำจริง ซึ่งตนเคยตบแรมโบ้ แรมโบ้ก็ดับมาแล้ว ตอนนี้ตบศรีสุวรรณ ศรีสุวรรณก็ต้องดับ


จากนั้นได้เริ่มมีประชาชน โทรศัพท์เข้าพูดคุยให้กำลังใจเป็นจำนวนหลายร้อยสาย ส่วนใหญ่พูดในลักษณะที่ว่า “พี่เจ๋งมากเลย / เป็นกำลังใจให้ / สะใจมาก” ฯลฯ รวมทั้งขอเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินช่วยหากถูกดำเนินคดี


ช่วงหนึ่งกล่าวถึงความรู้สึกหลังก่อเหตุไปว่า ตอนนี้ไม่มีความรู้สึกดีใจหรือเสียใจ แต่ที่ทำไปเพราะเขาร้องเรียนจนเกิดไป หนำซ้ำที่ปักใจ คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปม 8 ปี นายกรัฐมนตรี แต่เขากลับบอกว่า ใครออกไปม็อบจะจับหมด ถือว่าเป็นการจุดประเด็นความเกลียด จะร้องใครไม่ว่า แต่การเป็นคนต้องมีคุณธรรมและจริยธรรม จึงออกไปดำเนินการตบหรือตีในลักษณะสั่งสอน และตนพร้อมน้อมรับทุกคดีความ

--------------

วานนี้ เวลา 13.30 น. ภายหลัง นายศรีสุวรรณ ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เสร็จสิ้น นายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า ตนได้แจ้งความเอาผิดกับชายคนที่เข้ามาทำร้ายตน เบื้องต้นในข้อหาทำร้ายร่างหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 และพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำและออกใบส่งไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โดยพนักงานสอบสวนได้ถามว่า หากคู่กรณีต้องการจะเจรจาไกล่เกลี่ย ตนจะยินยอมหรือไม่ ซึ่งตนขอบอกว่า จะไม่มีการไกล่เกลี่ยยอมความทั้งสิ้น เพราะถือว่ากล้าทำต้องกล้ารับ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานกับสังคม
--------------






คุณอาจสนใจ

Related News