เลือกตั้งและการเมือง
“กรณ์-พีระพันธ์” จี้โรงกลั่น ต้องยอมเดือดร้อนไปกับ ปชช.ด้วย “พิพัฒน์” สวนกลับ โรงกลั่นไม่ใช่รัฐบาล
10 ชั่วโมงที่แล้ว
251 views
เรื่องน้ำมัน ยังเป็นประเด็นใหญ่ ที่รัฐบาลติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช้านี้นายกฯ อนุทิน บอกว่า ที่ลงพื้นที่ไปสุ่มตรวจปั๊มที่นครพนม ด้วยตัวเองเมื่อวาน เพื่อไปดูปัญหาหน้างาน ทำให้มีข้อมูลให้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง
ย้อนไปดูบรรยากาศ เมื่อวาน นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ขับรถเข้าไปที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ โดยนายกฯ เช่ารถยนต์และขับไปด้วยตัวเอง
และเมื่อมาถึงปั๊ม ก็ได้เติมน้ำมันด้วยตัวเอง เป็นน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ 91 โดยถามว่าเติมเต็มถังได้ไหม ทางปั๊มก็บอกว่าได้ สุดท้าย นายกฯเติมไป 450 บาท
จากนั้น พลังงานจังหวัด ได้มารายงานสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดให้นายกฯทราบ โดยบอกว่าได้มีการจัดทำแอปพลิเคชั่นเพื่อให้ประชาชนดูข้อมูลได้ สถานะน้ำมันดีเซลในจังหวัดเริ่มเป็นสีเขียวแล้ว นายกฯ ก็บอกว่า อย่าแดงอีกนะ และบอกว่า สถานการณ์น่าจะดีขึ้น และเน้นย้ำให้ทางจังหวัดประชาสัมพันธ์เรื่องการประหยัดพลังงาน และติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มีปริมาณน้ำมันเพียงพอต่อผู้ใช้บริการ
ขณะที่ ช่วงเช้านายกฯ อนุทิน เดินทางเข้าทำเนียบ นักข่าวก็สอบถาม การเดินทางลงพื้นที่ สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันที่จังหวัดนครพนมเมื่อวานนี้ ก็บอกว่า ปั๊มส่วนใหญ่มีการให้บริการตามปกติ แต่มีบางรายที่ยังไม่เปิดให้บริการ แต่ไม่ใช่ส่วนใหญ่
นายกฯอนุทิน บอกว่า "เราต้องลงไปดู เหมือนสมัยที่มีการสู้รบ ในพื้นที่ตามแนวชายแดน เมื่อเราไปเห็นหน้างาน เห็นปัญหาข้อเท็จจริง รวมถึงได้สอบถามกับประชาชนทั่วไป จะทำให้เรามีข้อมูล จะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง"
ขณะที่ในรายการกรรมกรข่าวคุณนอกจอ วันนี้ สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ร่วมพูดคุยกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และเป็นอดีตรัฐมนตรีพลังงาน ที่มีเพิ่งมีประเด็นวิวาทะกับทางรัฐบาลไปเมื่อวานนี้เรื่องของน้ำมัน, นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
โดยช่วงแรกสรยุทธ ถามถึงเรื่องว่าทำไม นายพิพัฒน์ ไม่มาชี้แจงปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาฯ ทั้งที่มี สส.อภิปราย เรียกร้องจำนวนมาก ซึ่งนายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า เพื่อต้องการให้ สส. ได้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ และไม่อยากให้ สส.พรรคภูมิใจไทยมีความเกรงใจรัฐบาล
ขณะที่นายวีระยุทธ ตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาล มีความตั้งใจนัดประชุมสภาเพื่ออภิปรายปัญหาเรื่องน้ำมันแค่เพียงวันพุธ ที่ 26 มี.ค. แค่วันเดียว เป็นเพราะรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วหรือไม่ ว่าจะขึ้น 6 บาท ในขึ้นนั้นและวันถนัดมาจึงไม่นัดประชุม ซึ่งนายพิพัฒน์ ชี้แจงเหมือนเดิมว่า การขึ้นราคาในวันดังกล่าวที่ต้องแจ้งช่วงกลางคืนเพราะต้องรอการปิดราคาจากทางสิงคโปร์ ซึ่งปิดประมาณ 1 ทุ่ม ทำให้กระบวนการต้องใช้เวลาก่อนประกาศ ส่วนเรื่องประชุมสภาวันเดียวก็เป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่ความตั้งใจของรัฐบาล
ช่วงไฮไลท์ เป็นเรื่องที่มีการตั้งคำถามถึงการแก้ปัญหาของรัฐบาล โดยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลงเพียง 1 บาทต่อลิตร ทั้งที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นไป 6 บาท และยังต้องรอขอจาก กกต. ในการดำเนินการ ซึ่งประเด็นนี้นายพิพัฒน์ บอกว่า เพื่อไม่ให้กระทบกับรายได้ของประเทศ เนื่องจากเงินภาษีน้ำมันเมื่อถูกลดไปก็จะหายไปเลยทำให้ต้องกู้เพิ่มมาชดเชย ดังนั้นรัฐบาลจึงใช้วิธีอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันดีกว่า เพราะเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติเงินก็จะถูกดูดจากตลาดกลับมาคืนกองทุน ไม่กระทบกับรายได้ ของประเทศ
ในขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช มองว่าวิธีดังกล่าว มันก็คือการดึงเงินจากประชาชน การผลักภาระให้กองทุนน้ำมันก็เป็นการผลักภาระให้ประชาชนเหมือนเดิม โดยนายกรณ์ และนายพีระพันธ์ ตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ให้โรงกลั่นมาช่วยรับภาระ คิดค่าธรรมเนียมลาภลอยจากโรงกลั่น เพราะโรงกลั่นมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าการกลั่น ในขณะที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ซึ่งรัฐบาลและโรงกลั่น ควรต้องยอมเดือดร้อนไปกับประชาชนด้วย
ประเด็นนี้ นายพิพัฒน์ สวนกลับทันทีว่า "ขอโทษนะครับ โรงกลั่นไม่ใช่รัฐบาล" และบอกว่า โรงกลั่นก็มีสิทธิของเขา จะให้หรือไม่ให้ก็ได้ ทุกอย่างมีขั้นมีตอนไม่ใช่นึกจะทำก็ทำได้ ถ้าอย่างนั้นคงต้องเปลี่ยนระบอบการปกครอง ถึงจะยึดทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาได้หมด จะโยนบาปรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : https://youtu.be/Rv3-j8m2fTM