เลือกตั้งและการเมือง

"ดร.เจษฎ์" แฉพิรุธเงินเลือกตั้งสะพัดกว่า 2 แสนล้าน จี้ กกต.ต้องกล้าฟันตัวการใหญ่

11 ชั่วโมงที่แล้ว

20 views

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายณัฏฐกรณ์ ทวีรักษา รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 5), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายณภัทร นวเครือสุนทร รองเลขาธิการพรรค และนายวรวิช กมลโชติรส ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 6 ร่วมลงพื้นที่ตลาดสะพาน 2 แขวงสะพานสอง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เพื่อช่วยแนะนำ 2 ผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครักชาติ เนื่องจากบริเวณตลาด ถือเป็นจุดคาบเกี่ยว 2 เขต ได้แก่ เขต 5 นายปณิธิ บวรวนิชยกูร เบอร์ 5 และ เขต 13 นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว เบอร์ 9



ซึ่งแม้จะเป็นตลาดอาหารสดที่เปิดขายตั้งแต่ช่วงเช้ามืด 03.00 น. แต่บรรยากาศค่อนข้างคึกคัก โดยทีมพรรครักชาติ ได้รับการตอบรับที่ดี จากบรรดาพ่อค้าแม่ค้า ที่มาเปิดร้านขายของ ร่วมถึงประชาชนที่มาจับจ่ายในช่วงเช้า ที่เข้ามาทักทายขอถ่ายรูป พร้อมชวนเต้นขยับร่างกายเรียกความสดชื่นยามเช้า โดยแม่ค้าหลายรายต่างชื่นชมทีมพรรครักชาติ ที่ออกมาเดินแนะนำตัวช่วยผู้สมัคร สส.กทม.ในพื้นที่ ซึ่งแต่ละคนสวยหล่อ ยิ้มแย้ม ไม่อ่อม แม้จะต้องตื่นเช้า พร้อมทั้งอวยพรให้โชคดีมีชัย ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง เพราะเห็นถึงความตั้งใจของทีมพรรครักชาติ ที่มีแต่คนรุ่นใหม่ เดินหาเสียงแจกแผ่นพับ ใบปลิว และถือป้ายกันเอง เหนื่อยช่วยกัน โดยไม่มีการจ้างทีมงานหาเสียง



หลังจากนั้นทีมพรรครักชาติ ได้ลงพื้นที่ต่อเนื่องไปช่วยผู้สมัคร สส.กทม.เขต 1 เบอร์ 15 นายอดัม ชินรัตนพิสิทธิ์ ขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตลาด ตรอกหม้อ เขตพระนคร ซึ่งมีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ เข้ามาสนใจเรื่องการรณรงค์ไม่แก้รัฐธรรมนูญ เพราะเปลืองงบประมาณเป็นหมื่นล้าน ขณะที่ประชาชนหลายคนดีใจที่อาจารย์เจษฎ์มาลงการเมือง สร้างคนรุ่นใหม่ โดยระบุว่า “ ฝากประเทศด้วยนะคะ แย่สุดๆภาคประชาชน ตอนนี้ลำบากมากๆ อยากให้สภาบ้านเมืองเรา ดีกว่านี้มีความรับผิดชอบ รักประเทศ มากกว่านี้ ไม่ใช่มา เเถ ๆ ไปแบบนี้บ้านเมืองเราจะเป็นเสทฝือตัว11ได้ไง ตัวที่1ยังไม่ได้เลย



นอกจากนี้ยังฝากปัญหายาเสพติด ที่ระบาดไปทุกพื้นที่ เป็นห่วงเยาวชน บรรยากาศ เป็นไป ด้วยความคึกคัก มีคนจับมือให้กำลังใจ และบอกว่าสู้ ๆ เยอะมาก หลายคนชอบที่ รศ.ดร.เจษฎ์ ไม่ไปอยู่พรรคใหญ่ และมาช่วยสร้างสรรค์คนรุ่นใหม่ พร้อมกับ ชอบนโยบาย ที่จะสนับสนุน เด็ก รุ่นใหม่ให้มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง โดยจะเปิดเป็น Academe ฝึกอบรมทักษะด้านการแสดง หรือการฝึกเป็นศิลปิน เพราะคนส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสและไม่มีเงินส่งลูกหลาน ไปเรียนการแสดงหรือเรียนร้องเพลง เพราะแพง



ซึ่ง รศ.ดร.เจษฎ์ ได้ให้สัมภาษณ์ต่อเนื่องจากที่เคยเปิดประเด็นเรื่องเม็ดเงินสะพัดเมื่อสัปดาห์ก่อน ถึงข้อมูลที่น่าตกใจว่า พรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในภาคพื้นที่สูงถึง 100,000 ล้านบาท และยังมีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีธนาคารใดออกมาปฏิเสธ เมื่อรวมตัวเลขแล้ว อาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท จากการคำนวณเม็ดเงินดังกล่าว พบอัตราการจ่ายเงินซื้อเสียงที่สูงขึ้นอย่างผิดปกติ

• ​พื้นที่กรุงเทพมหานคร: ราคาพุ่งสูงถึง 7,500 บาทต่อหัว

• ​พื้นที่ต่างจังหวัด: เฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 - 5,000 บาทต่อหัว



เงินมหาศาลเหล่านี้คือ “เงินสีเทา” จากธุรกิจผิดกฎหมายและกลุ่มสแกมเมอร์ทั้งในและต่างประเทศ พร้อมเตือนประชาชนว่า หากรับเงินเหล่านี้ เท่ากับสนับสนุนให้พรรคการเมืองเข้าไปถอนทุนคืนผ่านการคอร์รัปชัน นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต.) ที่ผ่านมา ซึ่งมีการ “เบี้ยว” จ่ายเงินไม่ครบ หรือสัญญาว่าจะให้แต่ไม่ให้ ซึ่งพรรครักชาติเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่าเป็นนักการเมืองแบบสแกมเมอร์ที่เข้ามาหลอกลวงประชาชน



​ส่วนสถานการณ์การเมือง ตอนนี้ประเทศกำลังเดินหน้าสู่ความวิบัติ เพราะพรรคการเมืองแบ่งเป็นสองขั้วที่อันตราย

• ​กลุ่มพรรคใหญ่ที่ใช้ “กระสุน” (เงิน): จ่ายเงินซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่อำนาจ

• ​กลุ่มที่อ้าง “กระแส”: แม้บอกไม่ใช้เงิน แต่มีวาระซ่อนเร้นต้องการเข้ามารื้อรัฐธรรมนูญ แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ซึ่งทางพรรคมองว่าเป็นการทำลายโครงสร้างบ้านเมือง



​ขณะที่ นายชัยวุฒิ กล่าวเสริมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างดุเดือด โดยระบุว่า กกต. มีเครื่องมือ กฎหมาย และผู้ตรวจการเลือกตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้เรื่องการซื้อเสียงที่เกิดขึ้นทุกหน่วยเลือกตั้ง



​“ปัญหานี้เป็นที่รู้กันทั่ว แต่เหมือน กกต. ไม่รู้อยู่คนเดียว ที่ผ่านมาจับได้แต่คดีเล็กน้อย เช่น การจัดเลี้ยงทำบุญ แล้วแจกใบเหลืองใบแดง แต่ปัญหาใหญ่คือการจ่ายเงินซื้อเสียงโดยตรงกลับเงียบ ท่านต้องทำงานเชิงรุก หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าทุจริต ต้องกล้าแจกใบแดงทันที ไม่ใช่รอจนหูหนวกตาบอด” แกนนำพรรคกล่าว



​ทั้งนี้ พรรครักชาติยืนยันจุดยืน “ไม่มีเงินแจก” ป้ายหาเสียงน้อยเพราะทุนน้อย แต่ขอสู้ด้วยอุดมการณ์ พร้อมขอให้ประชาชนและ กกต. ช่วยกันกวาดล้างขบวนการซื้อสิทธิ์ขายเสียงให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้ประเทศชาติต้องจมอยู่กับวังวนของทุนสามานย์



รับชมทางยูทูบที่ : https://youtu.be/nSxS6iyFgP0

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ซื้อเสียง ,เลือกตั้ง

คุณอาจสนใจ

Related News