เลือกตั้งและการเมือง
เลือก(สัก)ตั้ง EP.6 : เลือกตั้งรอบนี้ เลือกนายกฯแบบไหน
7 เม.ย. 2566
11 views
แม้การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้ง ส.ส. แต่ก็จะเป็นการกำหนดว่าใครจะเป็นรัฐบาลไปด้วย เราลองมาดูกันว่าถ้าเราเลือก ส.ส. ไปแล้ว เขาจะไปดำเนินการเลือกนายกฯแบบไหน ใครบ้างมีสิทธิได้รับเลือก และใครบ้างมีสิทธิจะเลือก
การเลือกนายกรัฐมนตรีของเรานั้น อยู่ในระบบที่เรียกว่าการเลือกทางอ้อม เพราะการเลือกตั้งทั่วไป เราจะเลือกตั้ง ส.ส.เข้าไปเพื่อทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร และผู้แทนราษฎรก็จะทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรี แต่มันอาจจะมีเรื่องที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งถูกบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560
เรามาเริ่มก่อนว่า ผู้ที่จะมีสิทธิได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี การเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะเลือกจาก บัญชีที่แต่ละพรรคการเมืองเสนอ โดยสามารถเสนอได้สูงสุดพรรคละ 3 คน แต่คนที่จะมีสิทธิได้รับการเสนอชื่อในสภา จะต้องเป็นชื่อที่เสนอโดยพรรคที่มีจำนวน ส.ส. ในสภาพไม่น้อยกว่าหรือ 25 คน
แต่การเลือกนายกฯ ครั้งนี้จะไม่ได้เลือกโดย สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่จะมีสมาชิกวุฒิสภาอีก 250 คน มาร่วมลงคะแนนด้วย โดยผู้ที่ได้รับเลือกจะต้องได้รับเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ทั้งสองสภารวมกัน หรือ มากกว่า 375 เสียง
แต่หากที่ประชุมไม่สามารถเลือกใครได้ เนื่องจากมีเสียงไม่ถึง ก็ต้องให้ ส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรหรือ 250 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อให้รัฐสภาลงมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 5oo คน เพื่อของดเว้นการใช้บัญชีชื่อนายกฯและสามารถเลือกรายชื่อจากนอกบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอได้ หรือที่เรียกว่า นายกฯ คนนอกนั่นเอง
ซึ่งหมายความว่า อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย กล่าวคือ หาก ส.ว. ไม่เห็นด้วย กับผู้ที่ได้เสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร ก็จะทำให้ได้เสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่ง แต่ ส.ว. อาจจะหันไปสนับสนุนผู้ที่ได้เสียงข้างน้อย เพราะแม้จะมีเสียงในสภาผู้แทนเพียง 125 เสียง แต่หากรวมกับ ส.ว. อีก 250 เสียงก็เพียงพอที่จะตั้งนายกฯเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม หาก คนที่ได้รับเลือกเป็นเสียงข้างมากของรัฐสภาที่รวมเสียง ส.ว. แต่เป็นเสียงข้างน้อยใน สภาผู้แทนราษฎร ก็อาจจะทำงานได้ยาก เพราะในขั้นตอนปกติ ส.ว. จะไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมาย หรือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และอายุสภาก็อาจสั้นมากๆเพราะไม่สามารถบริหารต่อไปได้