เลือกตั้งและการเมือง

“ปลัด มท.” ยันภรรยาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังเพจดังแฉคลิปเสียงอ้างเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

3 ชั่วโมงที่แล้ว

36 views

“ปลัดมหาดไทย” ตั้งโต๊ะแถลงป้องภรรยา ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังเพจดังแฉเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น

วันที่ 28 มิถุนายน 2569 เวลา 11.30 น. ที่ กระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจง ภายหลังเพจดังแฉคลิปว่อนอ้างว่า “ภรรยาปลัด มท.” เอี่ยวขบวนการทุจริตการสอบท้องถิ่นด้วย ว่า “ตลอดชีวิตของกระผม และภรรยา กระผมรับราชการด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน, ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก, รองปลัดกระทรวงมหาดไทย, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, อธิบดีกรมการปกครอง จนกระทั่งก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน

ในส่วนของภรรยานั้น ทำงานกับบริษัทต่างชาติจนเป็นที่ยอมรับ และได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือโปรโมทจากฝีมือการทำงาน โดยไม่ได้คุ้นเคยกับระบบการเมืองหรือระบบราชการแบบบ้านเรา แต่ก็ได้อุทิศสละเวลาเข้ามาช่วยทำงานตามฐานะหน้าที่ แม้ว่าจะมีงานบริหารกับบริษัทต่างชาติมากพอสมควรอยู่แล้ว ทั้งนี้ ตนเองยินดีที่จะมอบประวัติโดยย่อของภรรยาให้กับทุกคนที่ต้องการข้อมูลที่ถูกต้อง

นายอรรษิษฐ์ กล่าวต่อ โดยขอยืนยันด้วยเกียรติของปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ข้อข้อมูลต่าง ๆ ที่เผยแพร่ว่ามีความเชื่อมโยงเป็นญาติกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เป็นความเท็จทั้งสิ้น ผมเชื่อมั่นในหลักธรรมที่ว่า ผู้จงใจกล่าวเท็จหรือทำผิด แล้วจงใจปฏิเสธ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3 วัน 7 วันอย่างแน่นอน ยืนยันจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความถูกต้องชอบธรรม

ส่วนจะเป็นการเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนจะให้ดำเนินการเรื่องทุจริตมาทั้งหมด อยู่ดี ๆ ก็มีคลิปเสียงออกมาว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตน และไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางราชการใด ๆ เรื่องเหล่านี้สามารถสืบกันได้ แต่การเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่และพยายามจะเล่นข่าวนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นการกลบกระแสข่าวหรือไม่ ข่าวเดิมที่กำลังเอาผิดคนที่กระทำผิด คนที่เดือดร้อนคนที่กำลังเสียหายก็ไม่สบายใจเพราะหันเหประเด็นไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้ 3-7 วัน จะได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน

ส่วนจะมีการฟ้องร้องหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าของเพจว่าไปเอาคลิปจากไหน บอกแล้วว่าไม่ให้ค่า เพราะคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่า เราจะไปให้ค่าคนที่มากล่าวหาแล้วไม่เป็นเรื่องจริงจะทำอย่างไร แต่ในฐานะที่เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยต้องทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด และหาคนกระทำความผิดมาลงโทษให้ได้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวว่า ในคลิปเสียงตนไม่รู้จักกับใครเลย บุคคลชื่อ ”ส้ม“ ในคลิปเสียงก็ไม่รู้จัก ส่วนภรรยาเอง ก็ยืนยันว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย และภรรยาเองก็ไม่สบายใจด้วย เลยบอกว่า เป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย ก็ได้ให้กำลังใจไป ทำนองว่าบางคนทำลายหรือดิสเครดิตตัวปลัดไม่ได้จึงไปยุ่งกับคนใกล้ตัว

โดยตนคิดว่าบุคคลที่เข้ามาทำร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และเมื่อมาเปลี่ยนเป็นเรื่องของปลัดก็เปลี่ยนประเด็นไป และแน่นอนว่าคนที่ไม่หวังดีกับตนต้องการที่จะดิสเครดิต พอทำไม่ได้ก็มาหาคนข้างข้างก็คือภรรยา ต้องยอมรับว่าภรรยาของตนไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้วและไม่ควรเอามาเกี่ยวข้องด้วย ชีวิตของตนไม่เคย มีความขัดแย้งกับใครเลยทำงานด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ตั้งแต่ตำแหน่งเล็ก ๆ จนขึ้นมาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอาจเกิดจากคนอื่นที่ชักนำ เสี้ยม ให้เกิดขึ้นแต่หากเรามีสตินึกได้ว่าเรามาอยู่ในหน้าที่สำคัญทำหน้าที่ให้กับประชาชน ต้องถึงหน้าที่ของเราเป็นหลัก ตั้งแต่วันที่สอบเข้ามาไม่มีใครจะรู้ว่าเราจะเติบโตมาเป็นตำแหน่งอะไร

ส่วนจะเชื่อมโยงกับการย้ายรองผู้ว่าฯ-ผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต หรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนมองว่าการเกี่ยวข้องกับการย้ายที่ จ.ภูเก็ต ตนต้องหาคนทำอย่างที่บอกมาต้องทำให้เรื่องทุกอย่างคลี่คลาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็ต้องคลี่คลาย ตอนนี้คนใหม่ได้เข้าไปดำเนินการในจังหวัดภูเก็ตแล้ว ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อย ๆ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า เราต้องทำงานให้โปร่งใส ให้ประชาชนเชื่อมั่นให้มากสุด เพราะถือว่าเป็นเหตุที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกระทรวงมหาดไทย ต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น และขอให้เชื่อมั่นว่าเราจะทำเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นและเอาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้

โดยหลังแถลงข่าวเสร็จ ปลัดกระทรวงมหาดไทย แจกประวัติภรรยาให้กับสื่อมวลชน ซึ่งภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย ชื่อ “คุณจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer), ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย และอุปนายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรผ่านการพัฒนาศักยภาพของผู้คน การยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และการประยุกต์ใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าทางธุรกิจ ให้กับลูกค้าในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


คุณอาจสนใจ

Related News