เลือกตั้งและการเมือง
ลุ้นขึ้นทะเบียนมรดกโลก “ทางรถไฟสายมรณะ” ยกระดับท่องเที่ยวกาญจนบุรี
2 ชั่วโมงที่แล้ว
15 views
กลายเป็นปรากฏการณ์ในรอบ 42ปี ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมามีการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณเพื่อซ่อมบำรุงทำให้เห็นร่องรอยโครงสร้าง เส้นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ หรือทางรถไฟสายมรณะ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อข้ามจากไทยไปพม่า สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้แหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้รับความสนใจอีกครั้ง
ย้อนกลับไปสร้างรถไฟสายนี้ ถูกสร้างในช่วง ปี พ.ศ.2485-2488 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นขอยืมเงินจากรัฐบาลไทยจำนวน 4 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมไทย-พม่า จาก จ.กาญจนบุรีไปยังปลายทางที่พม่า มีระยะทางรวม 415 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการลำเลียงกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์หลังสงครามทางรถไฟบางส่วนถูกรื้อทิ้ง บางส่วนจมอยู่ใต้อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ

เส้นทางรถไฟสายนี้ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 1 ปี โดยใช้แรงงานเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและชาวเอเชียที่กองทัพญี่ปุ่นบังคับเกณฑ์มาจำนวนหลายแสนคน โดยมีผู้เสียชีวิตระหว่างสร้างทางรถไฟสายนี้กว่า 90,000 คน นี่จึงเป็นบาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่น่าสะเทือนใจของสถานที่แห่งนี้

เพจ Thai Burma Railway ทางรถไฟสายมรณะ ที่เกาะติดเรื่องราวประวัติศาสตร์นี้ โพสต์รำลึกถึงกรรมกรเอเชียที่ร่วมสร้างทางรถไฟสายมรณะ พร้อมให้ข้อมูล ว่า กรรมกรเอเชียคือใครแล้วเกี่ยวอะไรกับทางรถไฟสายมรณะ? ในมุมมองของคนทั่วไปที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องราวทางรถไฟสายมรณะอย่างจริงจังจะคิดว่าทางรถไฟแล้วเสร็จได้เพราะเชลยศึกผิวขาว ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ สหรัฐ แต่ที่แท้จริงแรงงานหลักกลับเป็นชนชาวเอเชีย มากมายนับแสนคนที่มาสร้างทางรถไฟ แต่เรื่องราวของพวกเขานั้นกลายเป็นประวัติศาสตร์กระแสรองที่ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ และกำลังเลือนหายไป
เชื้อชาติของกรรมกรเอเชียมีดังนี้
แรงงานชาวทมิฬ(อินเดีย)
แรงงานชาวพม่า
แรงงานชาวมลายู (มาเลเซีย)
แรงงานชาวชวา (อินโดนิเซีย)
แรงงานชาวไทย
แรงงานชาวเวียดนาม
แรงงานชาวจีน (กรรมกรจีนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)
แรงงานชาวกัมพูชา
แรงงานชาวลาว
แรงงานเอเชียจำนวนกว่า 230,000-250,000 คน (ข้อมูลบางแหล่งมีมากถึง 300,000 คน ส่วนเชลยศึกรวมกำลังทั้งหมด 60,000 นาย) หากเทียบอัตราส่วนแล้วเชลยศึกมีจำนวนน้อยกว่ากรรมกรเอเชียถึง 4 เท่าเลยทีเดียวจำนวนผู้เสียชีวิตของกรรมกรเอเชียอยู่ที่ประมาณ 90,000-100,000 คน หรือ 40% ของกรรมกรเอเชียทั้งหมด

ประวัติศาสตร์ของทางรถไฟสายมรณะเมื่อเราฉายไฟเข้าใส่ สิ่งที่ปรากฎที่คนส่วนใหญ่เห็นคือภาพเชลยศึกที่สร้างทางรถไฟอย่างยากลำบาก ภาพคนผิวขาวที่ถูกใช้แรงงานอย่างหนักจนซูบผอมแต่ในที่ที่แสงส่องไปไม่ถึง มันคือเงาอันมืดมิด ที่ยังมีเรื่องราวกรรมกรเอเชียที่มาใช้แรงงานสร้างทางรถไฟในสภาพที่เลวร้ายกว่ามาก แต่กลับไม่มีใครให้ความสนใจ
(ขอบคุณภาพ FB : เพจ Thai Burma Railway ทางรถไฟสายมรณะ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้ภาครัฐมีแนวคิดเดินหน้าผลักดันให้เส้นทางประวัติศาสตร์ สายนี้ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์เลือนหายไปกับสายน้ำ ซึ่งเรื่องนี้มีแนวคิดมาตั้งแต่ปี2554 แต่ยังไม่สำเร็จ ประกอบกับปัจจุบันจังหวัดกาญจนบุรีมีศักยภาพสร้างรายได้ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี และเป็นจังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีระยะเวลานักสั้นหรือไม่พักค้างคืนในพื้นที่ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของนักท่องเที่ยวในจังหวัดนี้ค่อนข้างต่ำ ทำให้รัฐบาลหันมาให้ความสนใจกับการสร้างจุดดึงดูดให้กาญจนบุรีเป็นแหล่งมรดกโลกที่ควรค่าแก่การศึกษาเรียนรู้เชื่อมโยงกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในอดีตที่ยังมีผลถึงปัจจุบัน
คอลัมน์ ใต้เตียงการเมือง by ARMdhiravath
แท็กที่เกี่ยวข้อง มรดกโลก ,ทางรถไฟสายมรณะ