เลือกตั้งและการเมือง
“อภิสิทธิ์” วอนเลือก ปชป. ให้ถึง 40-50 เสียง เพื่อคุมเกมตั้งรัฐบาล
3 ชั่วโมงที่แล้ว
9 views
“อภิสิทธิ์” วอนเลือก ปชป.ให้ถึง 40-50 เสียงเพื่อคุมเกมตั้งรัฐบาล สวนวาทกรรม “ไม่เลือกเราเขามาแน่” ลั่นอย่าเหมารวมตีกิน วอนประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ต้องเลือกเชิงกลยุทธ์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 โดยกล่าวถึงยุทธศาสตร์ของการคุมเกมทางการเมืองเพื่อสร้างความปรองดองในสังคม โดยนายอภิสิทธ์ยอมรับว่า มีเวลาน้อยมากในการทำนโยบาย หลังมีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด แต่ได้ระดมความคิดเห็นจากคนนอกและทำนโยบายกว่า 200 เรื่อง โดยผสมผสานคนรุ่นใหม่และคนรุ่นใหญ่ที่ยังมีใจรักพรรค
ถามว่าเสนอเป็นทางเลือกให้อยู่ตรงกลางของขั้วความคิดสุดโต่งถูกไหม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ผมก็ต้องบอกตรงๆ ว่า ก็ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด ขณะนี้ผมคิดว่า ถ้าเลือกเรามากพอ เราคุมเกมให้ คุมเกมให้ประชาชน”
ถามต่อแล้วแปลว่าอะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “แปลว่าขณะนี้ มันมีความวิตกกังวล พูดตรงๆ ในพรรคที่เขาแข่งขันกันอยู่ ที่เขาบอกว่าเขาจะใหญ่ที่สุด ทุกพรรคมันมีความกังวลของคนบางกลุ่ม กังวลว่า ทุนเทา คอร์รัปชั่น เป็นยังไง กังวลว่าจะมีความแตกแยกมั้ย ผมก็บอกว่า ประชาธิปัตย์ เลือกเรามีกำลังมากพอเนี่ย ถ้าคุณใช้คำว่าตัวแปร หมายความว่าเค้าต้องมาเจรจากับเรา”
เมื่อถามว่าต้องมั่นใจสูงพอที่จะเป็นตัวแปรถูกไหม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า “ถูกต้องครับ... ผมกำลังจะบอกประชาชนว่า ถ้าคุณอยากให้มีคนคุมเกมให้คุณ ต้องเลือกเราให้มากพอ”
ถามต่อว่าคาดหวังที่นั่งที่จะคุมเกมได้ จะต้องมีจำนวนเท่าไหร่ นายอภิสิทธิ์ ตอบว่า 40-50 ขึ้นไป ก็มีโอกาสที่จะเป็นตัวแปร
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงเงื่อนไขการร่วมรัฐบาลผ่าน “หลัก 3 ไม่” ว่า 1. ไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม 2. ไม่ร่วมกับพรรคที่มีครอบครัวครอบงำ 3. ไม่ร่วมกับพรรคที่จะสร้างเงื่อนไขความขัดแย้งรุนแรงในสังคม
“อภิสิทธิ์” โต้วาทกรรม “ไม่เลือกเราเขามาแน่” วอนประชาชนเลือกสิ่งที่ดีที่สุด
เมื่อถามถึงจุดยืนทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ ชี้แจงว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอนุรักษนิยมขวาจัด แต่อยู่ในขั้วเสรีนิยมประชาธิปไตย ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างอนุรักษนิยมสุดโต่งและก้าวหน้าสุดโต่ง และยอมรับว่าอาจดึงคะแนนจากพรรคประชาชนและพรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยม เพราะพยายามนำเสนอทางออกที่ไม่สุดโต่ง เพื่อดึงสติสังคมกลับมาหาจุดร่วม ไม่ใช่การทะเลาะกันจนประเทศเดินไม่ได้
ส่วนวาทกรรม “ไม่เลือกเราเขามาแน่” จากพรรคภูมิใจไทย คิดเห็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ ถามกลับว่า “เขาคือใคร เราคือใคร ดูให้ดี เพราะอะไร.. เขาพูดที่กรุงเทพฯ ใช่ไหม ซึ่งพรรคส้มเป็นแชมป์อยู่ ภูมิใจไทยก็พยายามบอกว่าจะล้มส้มได้ ต้องไปเลือกน้ำเงิน ผมท้าเลยครับตอนนี้ คุณไปทำโพล อย่าเอาออนไลน์นะ คุณไปเดินทำโพลเลยในเขตต่างๆ ภูมิใจไทยไม่ได้ที่ 2 หรอก ก็ไม่ใช่ 2 แล้วไม่ใช่ 1 เพราะฉะนั้น ถ้าบอกไม่เลือกเรา เขามาแน่ ถ้า “เขา” หมายถึงส้ม ผมบอกได้ “เรา” ไม่ใช่น้ำเงินหรอก ในกรุงเทพฯ”
“สำหรับผมนะ อย่าไปเลือกเชิงกลยุทธ์เลย เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ยืนยันไป อย่างน้อยในระบบบัญชีรายชื่อ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดก่อนนะ เขตก็เหมือนกัน ถ้าคุณคิดเชิงกลยุทธ์ ผมก็บอกคุณว่าคุณต้องไปทำงานละเอียดหน่อย คุณอย่าไปเหมารวมตีกิน แต่ผมบอกว่าในเชิงของหลักการการเลือกตั้ง เอาระบบบัญชีรายชื่อก่อน ไม่มีคะแนนไหนตกน้ำยกเว้นพรรคที่ไม่ถึง 1% ทุกคะแนนมีความหมายเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเถอะ ถ้าท่านต้องการคนไปคุมเกมก็เลือกคนของประชาธิปัตยน์เข้าไป คือถามว่าไม่เลือกเรา เขามาแน่ แล้วคุณเองก็ยังบอกว่า ยังไปรวมกันได้ แล้วทำไมคุณจะมาแบ่งแยกกันเฉพาะตอนเลือกตั้ง แล้วสุดท้ายคุณก็ไปรวมกัน” นายอภิสิทธ์ กล่าว
ช่วงท้าย คุณอภิสิทธิ์ ย้ำอีกว่า ขอให้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ 40-50 ที่นั่ง เพื่อเข้าไปคุมเกม วันนี้อาจจะยังไม่ถึง จึงต้องขอแรงประชาชนช่วยเลือกให้ถึง เพื่อเข้าไปคุมเกมให้ประชาชน เพื่อตัดปัญหาเรื่องทุนเทา และเพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้ง
เรียบเรียงโดย สรายุทธ ถ้วยทอง
แท็กที่เกี่ยวข้อง อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ,พรรคประชาธิปัตย์