เลือกตั้งและการเมือง

“อภิสิทธิ์” แจงคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 53 ยันไม่เคยสั่งใช้กระสุนจริง

3 ชั่วโมงที่แล้ว

26 views

“อภิสิทธิ์” แจงคดีสลายชุมนุมเสื้อแดงปี 53 ยันไม่เคยสั่งใช้กระสุนจริง พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ย้ำต้องการให้มีการหาความจริงคดี “เสธ.แดง-วัดปทุม”

ระหว่างมาให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอวันนี้ (28 ม.ค.69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553  ซึ่งขณะนั้น นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี  

เมื่อถามว่าปี 2553 เกิดการสลายการชุมนุม ใช้กระสุนจริง นายอภิสิทธิ์แย้งว่า อย่าใช้คำว่าสลายการชุมนุมหรือใช้กระสุนจริง ให้ใช้คำว่ามีการสูญเสียเกิดขึ้น มีการใช้กระสุนจริงในการปกป้องด่านที่มีการไปปิดล้อม แต่ว่าไม่ได้มีลักษณะของการลุยเข้าไปในการชุมนุม เพื่อที่ใช้กระสุนจริง อันนั้นไม่มี

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ตนไม่เคยปฏิเสธเรื่องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาที่ผ่านมา ช่องที่มันถูกต้องมันไปที่ ป.ป.ช ซึ่งเมื่อ ป.ป.ช. พอดูคำสั่งทุกอย่างที่ตนออก ก็วินิจฉัยว่า สิ่งที่ตนได้ทำไปมันไม่ผิด เพราะถือว่าเป็นคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคำสั่งที่ชอบ เขาไม่ได้บอกว่าแปลว่าจบ เขาบอกว่าที่ถูกต้องคือการไปไต่สวนการสูญเสียที่เกิดขึ้น ตรงนั้นจะนำมาสู่การได้ข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้น ฝีมือใคร สมมติว่าเป็นเจ้าหน้าที่เขาทำโดยประมาทไหมหรือทำไปเพราะผิดพลาดหรือมีใครแอบสั่งเขา ก็ว่ากันไป

“แต่ปรากฏว่ารัฐบาลต่อจากผม (รัฐบาลยิ่งลักษณ์) เขาไม่ได้ทำอย่างงั้น อยู่ดีๆ เขาเอาเรื่องไปเข้า DSI แล้วไปฟ้องผมว่าฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล สิ่งที่เขายื่นไปว่าผมทำอะไร ก็มีอยู่แค่ว่าผมตั้ง ศอฉ. ศาลไม่รับ

ผมก็ตัดสินใจไปฟ้องกลับ อธิบดีกรม DSI ในขณะนั้น (นายธาริต เพ็งดิษฐ์) แล้วศาลก็มีในคำพิพากษาเป็นข้อเท็จจริง ที่บอกว่าผมไปสลายการชุมนุม ศาลก็วินิจฉัยมาให้เห็นว่า การชุมนุมมันมีผู้ติดอาวุธอะไรต่างๆ ข้อเท็จจริงทั้งหลายเหมือนกับที่ผมอธิบายมาทุกครั้งมาเป็นเวลา 10 กว่าปี”

นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า “ยังไงก็ต้องให้มันเกิดความเป็นธรรมขึ้น ผมไม่เคยปฏิเสธกระบวนการที่จะเดินไปให้มันเป็นไปตามกฎหมาย ใครต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย แม้แต่วันที่เขามาเสนอนิรโทษกรรม ผมก็ไม่เอา ผมก็คัดค้าน”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนยกตัวอย่างเสมอว่า 2 คดี ที่อยากเห็นความจริง คือ 1. กรณี พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) เพราะชัดเจนมากว่า มันไม่เคยมีคำสั่งอะไรจากรัฐบาล ให้มีการกระทำแบบนั้นได้ แล้วเหตุใดมันเกิดขึ้น และ 2. กรณีที่วัดปทุมวนาราม เพราะเหตุที่เกิดที่วัดปทุม เกิดหลังจากการชุมนุมมันยุติแล้ว มันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเป็นคำสั่งของรัฐบาล แบบนี้ ต้องไปสอบข้อเท็จจริง จนได้ข้อสรุปว่า สุดท้าย ฝีมือใคร อย่างไร เพราะอะไร และใครต้องรับผิดชอบ

“คุณต้องไปอ่านคำวินิจฉัย ป.ป.ช. เขาบอกว่า การมาบอกว่าแค่เพียงว่าผมออกคำสั่งตั้งตรงนี้แล้วผมผิดมันไม่ใช่ เพราะคำสั่งมันชอบด้วยกฎหมาย คือ ป.ป.ช. เขาบอกว่า ต้องไปไต่สวนการสูญเสีย แล้วก็นำมาประกอบกับคำสั่งตรงนี้ ว่าสุดท้ายแล้วมันเกิดอะไรขึ้น เพราะคำสั่งไต่สวนของศาลฝ่ายเดียว ที่นำไปสู่คดีของ DSI เขาเรียกไต่สวนการตาย ในตามกระบวนการปกติ มันจะไม่ใช่ทำแบบที่ DSI ทำขนาดนั้น มันก็จะนำไปสู่การสอบสวนของตำรวจ

ยกตัวอย่าง มีรายหนึ่งเสียชีวิต เพราะว่าศาลไต่สวนแล้ว มันมีการปิดด่าน เจ้าหน้าที่ก็ไปเบิกความว่า มันมีรายงานว่าจะมีการขนอาวุธเข้ามา มีการเตือนว่าอย่าขับฝ่าด่านเข้ามา ฝ่าเข้ามาก็มีการยิง ปรากฏว่ามันไปโดนคนที่อยู่บริเวณนั้น อย่างนี้ ก็ต้องไปดูว่าสรุปแล้วมันเป็นอย่างไร เจ้าหน้าที่ปฏิบัติถูกต้องตามแนวทางคำสั่ง ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ แล้วไม่ได้ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก็ต้องเป็นข้อสรุปออกมา ก็จบ แต่ถ้าบอกว่าแอบมีการไปสั่งให้ทำซึ่งมันผิด ก็ต้องไปลากมาว่า ใครเป็นคนสั่ง ถ้ามีหลักฐานประกอบว่าจะมาเกี่ยวกับนายอภิสิทธิ์ ซึ่งถ้าเกี่ยว ก็กลับไปให้ ป.ป.ช. ดู

ล่าสุดเพิ่งมีคำพิพากษาศาลฎีกาว่ามีผู้ที่ขนอาวุธ ติดอาวุธ เข้าไปชุมนุม แล้วใช้อาวุธจนประชาชนเสียชีวิตจริง นี่คือเป็นข้อยุติของศาล ในเหตุการณ์เหล่านี้ ทั้งหมดนี้ผมสนับสนุนมาตลอด และยังสนับสนุนอยู่ว่าข้อเท็จจริงต้องปรากฏ และใครทำผิดอะไรตามกฎหมายก็ต้องรับผิด ผมไม่เคยหนีตรงนี้”

ส่วนกรณีที่มีประเด็นถกเถียงกันว่าผู้เสียหายสามารถฟ้อง เดิมศาลกำหนดว่าต้องเป็น ป.ป.ช. เป็นผู้ตั้งเรื่อง ถ้าไม่มาจาก ป.ป.ช. ศาลไม่พิจารณา มีผู้เสนอให้แก้กฎหมายว่าผู้เสียหายไม่ต้องผ่าน ป.ป.ช. ถ้า ป.ป.ช. ยุติแล้ว หรือไม่ดำเนินการ ก็ให้ผู้เสียหายร้องกับศาลได้โดยตรง ให้ศาลมีเขตอำนาจพิจารณา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ขัดข้อง ถ้าจะเปลี่ยนแปลง คนที่จะมาสอบสวน ไม่ต้องเป็น ป.ป.ช. ก็ได้ แต่ว่าก็ต้องไปแก้ปัญหาว่าจะทำยังไงไม่ให้ซ้ำซ้อนกันเท่านั้นเอง

“เราก็ต้องเคารพกระบวนการของมันในระดับหนึ่ง อย่างที่ผมบอก ถ้าคุณคิดว่า ป.ป.ช. ลำเอียง แล้วจะเอาคนอื่นมา ผมก็ไม่ขัดข้อง แต่ว่าระบบมันก็ต้องปฏิบัติให้เสมอกันกับทุกกรณี”

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า “กระบวนการพิจารณาทั้งหมด ไม่มีองค์กรไหนที่พิจารณาเรื่องนี้ ระหว่างที่ผมอยู่ในอำนาจ ถ้ากลัวว่า ป.ป.ช. ต้องมาเอาใจผม ผมหมดไปแล้วนะครับ แล้วก็รวมทั้งศาลที่พิพากษาคดี ผมไม่ได้มีอำนาจอะไรเหลืออยู่แล้ว มันไม่ควรจะมีเครื่องหมายคำถามว่า ผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวแทรกแซง แม้แต่คณะกรรมการอิสระ ที่คุณคณิต ณ นคร เป็นประธาน การทำงานส่วนใหญ่ผมก็ไม่ได้อยู่ในอำนาจแล้ว ไปถามท่านก็ได้ว่า ผมเคยไปแทรกแซงไหม ท่านก็มีการยืนยันข้อเท็จจริงหลายอย่างที่ผมใช้ในการชี้แจงมาโดยตลอด”


เรียบเรียงโดย สรายุทธ ถ้วยทอง

คุณอาจสนใจ

Related News