เลือกตั้งและการเมือง

โหนกระแส ระอุ! 5 พรรคชูนโยบาย ขุดคลองไทยเชื่อมโลก-หวยต้นไม้ 1 ล้าน-บัตรทองหมาแมว

25 ม.ค. 2569

92 views

5 พรรค นำโดย “คลองไทย-ไทยรวมพลัง-ปวงชนไทย-กรีน-ไทยธรรม” ชูนโยบายในโหนกระแส คลองไทยเปิดนโยบายขุดคลองเชื่อมมหาสมุทร “อินเดีย-แปซิฟิก” ขณะกรีนชูนโยบายสิ่งแวดล้อม ยก “หวยต้นไม้” พันต้น 3 ปี 1 ล้านบาท ส่วนถามถึงจุดยืนทางการเมือง ปวงชนไทย ลั่น ไม่จับมือทุนเทา ด้านกรีนกร้าว ขอเป็น “เขียวขาวๆ” ไม่เป็น “เขียวเทาๆ” ย้ำชัดไร้ที่นั่งในสภาแน่นอน


ในรายการโหนกระแส โดย นายกรรชัย กําเนิดพลอย เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง มาพูดถึงนโยบายของแต่ละพรรค ประกอบด้วย นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ หัวหน้าพรรคคลองไทย นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย นายพงศา ชูแนม หัวหน้าพรรคกรีน และพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หัวหน้าพรรคไทยธรรม


โดยทั้ง 4 พรรคได้นำเสนอนโยบายต่างๆ โดยพรรคคลองไทย บอกว่า นโยบายที่ใหญที่สุดคือการขุดคลองเชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก โดยเริ่มขุดคลองเชื่อมตั้งแต่ ใต้เกาะลันตา จ.กระบี่ ผ่านตรัง พัทลุง นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งทำให้ประเทศไทยสามารถหาเงินเข้าประเทศปีละ 20 ล้านล้านบาท โดยเสนอ พ.ร.บ. คลองไทย และชวนให้ทุกพรรคยกมือผ่านพ.ร.บ. คลองไทย ถ้า พ.ร.บ. คลองไทยเกิดขึ้น การขุดคลองก็จะเกิดขึ้นได้


ขณะพรรคไทยรวมพลัง บอกว่า ทุกวันนี้ไทยมีปัญหาเศรษฐกิจปากท้องและชายแดน และอยากสื่อสารว่าปัญหาชายแดนเขาลำบากแค่ไหน โดยเน้นย้ำเรื่องงบประมาณพัฒนาชายแดน ไม่ใช่แค่ซื้อปืน แต่ต้องทำถนน และพัฒนาพื้นที่รกร้าง


ด้านพรรคปวงชนไทย บอกว่า มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง การสร้างรายได้ให้คน ไม่ว่าคนที่จะขาดโอกาส ไม่ว่าจะ SME หรือ Micro SME โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องดึงนักลงทุนเข้ามาสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศและสร้างอาชีพให้คนไทยมีงานทำมากขึ้น โดยต้องยุติถึงการพูดถึงค่าแรงขั้นต่ำ แต่พูดถึงค่าแรงตามความสามารถจะดีกว่า


นอกจากนี้เพื่อแก้ปัญหาสุนัขและแมวจร จึงมีนโยบายออกบัตรทองให้สุนัขและแมว เนื่องจากปัจจุบันปัญหาสุนัขจรจัดสร้างปัญหามากมา โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาแพง ทำให้พรรคปวงชนไทยมีนโยบาย ลงทะเบียนฝั่งชิพ ฉีดวัคซีนฟรี ทำหมันฟรี และมีสัตวแพทย์ชุมชนบริการทุกที่ นโยบายเหล่านี้จะช่วยลดการปล่อยสุนัขน้อยลงทำให้ไม่เกิดภาระในสังคม


ในขณะที่พรรคกรีน บอกเน้นนโยบายสิ่งแวดล้อม เพราะเชื่อว่าเราเชี่ยวชาญที่สุดในสิ่งแวดล้อม เช่น นโยบาย 39 บาทรักษาหมาแมวและนโยบาย “พันต้น 3 ปีมี 1 ล้านบาท” สำหรับนโยบาย “พันต้น 3 ปีมี 1 ล้านบาท” ก็คือ ถ้าใครมีต้นไม้ 1,000 ต้น และอายุต่อต้นเกิน 3 ปี การันตีได้รับเงินต้นละ 1,000 บาท ถ้ามี 1,000 ต้น ก็ได้ 1 ล้านบาท


นอกจากนี้ทุกต้นจะมีหมายเลขประจำต้นไม้ 15 หลัก เพื่อรับรองมูลค่าของต้นไม้ ทั้งนี้ ยังสามารถนำต้นไม้เหล่านี้มาลุ้นเงินรางวัลผ่านนโยบายหวยต้นไม้ได้ โดยนำเลขประจำต้นไม้ 15 หลักมาจับรางวัล ถ้าสุ่มได้ต้นไม้ของใครรับเงินรางวัล 1 แสนบาท ต่อ 1 รางวัล ไม่ต้องซื้อ


หัวหน้าพรรคกรีนกล่าวอีกว่า อยากให้โลกรู้ว่าพรรคกรีนจำเป็นกับโลก เพราะปัจจุบันโลกร้อนขึ้น ชีวิตแย่ลง และระบบทุนพยายามแสร้งให้โลกเย็นลง เพื่อให้กำไรมากขึ้น โดยพรรคมีเป้าหมายให้โลกเย็นลงชีวิตดีขึ้น และยืนยันว่าต้องทำให้เป็นเศรษฐกิจกรีนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น ผ่านมี 10 แผนเศรษฐกิจ


ส่วนพรรคไทยธรรม บอกสิ่งที่ทำ 100 ร้อยวันแรก จะทำผ่าน 3 โหนกระแส คือ กระแสน้ำ กระแสไฟ และกระแสเงิน


1. โหนกระแสน้ำ เราจะแก้ปัญหาโดยตั้งกระทรวงบริหารจัดการน้ำ เพื่อจัดการปัญหาน้ำท่วมทั้ง ก่อนเกิด ขณะเกิดและหลังเกิดน้ำท่วมได้

2. โหนกระแสไฟ จะแก้กฎหมายให้ทุกบ้านมีบ้านบวก Solar Roof และออกกฎหมายใหม่ให้เอาค่าไฟมาผ่อนบ้าน และให้ทุกบ้านเป็นกรีนอีโคโนมิคในอนาคต

3. โหนกระแสเงิน เด็กอายุ 18 ปี สามารถกู้เงินเงินได้ 100,000 บาทใน 1 อาชีพ ที่เขาต้องการ เช่น เขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ขายลูกชิ้น


นอกจากนี้เราจะทุบเครดิตบูโรทิ้ง เพราะปัจจุบันหากติดบูโร เราจะไม่สามารถไปกู้ธนาคารอื่นได้เลย โดยการแก้ไขนี้ทำให้ถ้าเราติดบูโรจากธนาคารไหน ก็ติดแค่ธนาคารนั้น เพื่อให้ SME เกิด และยังมีนโยบายที่ให้ทะเบียนบ้าน สามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ 100,000 บาท นโยบายทั้งคู่สามารถผลักดันได้เกิดได้จริงผ่านการผลักดันกฎหมายใหม่

หัวหน้าพรรคไทยธรรมกล่าวอีกว่า วิสัยทัศน์คือ มีคุณภาพ คุณธรรม นำสังคมไทย เน้นแนวคิด Generation X Next No Corruption คือ ผู้สูงวัยต้องมีอาชีพ ทำงานต่อได้แล้วไม่โกงกิน


จุดยืนและความคาดหวังที่นั่งในสภา

เมื่อนายกรรชัยถามถึงจุดยืนทางการเมืองและความคาดหวังที่นั่งในสภานั้น พรรคคลองไทย กล่าวว่า ไม่มองว่าเป็นพรรคเล็กแต่เป็นพรรคที่มีนโยบายใหญ่ที่สุด โดยคาดหวัง 18 ที่นั่งในสภา แบ่งเป็น สส. บัญชีรายชื่อ 16 ที่นั่งและ สส. เขต 2 ที่นั่ง


ส่วนพรรคปวงชนไทย กล่าวว่า ร่วมได้กับทุกรัฐบาล ขอเพียงไม่มีทุนสีเทา ไม่มีสแกมเมอร์ และไม่โกงกิน ส่วนที่นั่งในสภาคาดหวังไว้ที่ 25 ที่นั่ง โดยมองว่าเป็นจำนวนขั้นต่ำที่จะสามารถขับเคลื่อนงานในสภาได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขณะพรรคไทยรวมพลัง กล่าวว่า  เป็นตัวแทนคนชายแดนและคนตัวเล็กตัวน้อย เน้นหาจุดตรงกลาง ไม่แบ่งฝ่าย และพร้อมนำนโยบายดีๆ ของทุกพรรคมาทำหากเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ประกาศตัวว่าเป็นพรรคเล็กพรรคเดียวที่รอดจากการโดนซื้อตัว โดยคาดหวัง สส. บัญชีรายชื่อ 1 ที่นั่ง |


ขณะที่พรรคไทยธรรมกล่าวว่า ทุกพรรคเท่าเทียมกันตามกฎหมาย ไม่ควรแบ่งแยกเล็กใหญ่ หากได้เข้าร่วมรัฐบาลขอ สส. บัญชีรายชื่อเพียง 3 ที่นั่ง


ด้านพรรคกรีน กล่าวอย่างชัดเจนว่า เป็นสีเขียวขาวๆ ไม่ยอมไปรวมกับพรรคใหญ่เพราะไม่อยากเป็นสีเขียวเทาๆ และระบุว่าไม่ได้ที่นั่งแน่นอน โดยมองว่า กติกาหาร 100 เอื้อต่อพรรคใหญ่ พรรคเล็กไม่มีทางได้ตามหลักสถิติ แต่ที่ลงสมัครเพื่อต้องการพื้นที่สื่อในการนำเสนอนโยบายสิ่งแวดล้อมให้พรรคอื่นหรือสังคมได้รับรู้ และต้องการกระตุ้นให้ช่องโหวตโน มีความหมายทางการเมือง


เรียบเรียงโดย สรายุทธ ถ้วยทอง

คุณอาจสนใจ

Related News