เลือกตั้งและการเมือง

‘ชัยธวัช’ ชี้ ‘ทักษิณ’ กลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อไม่กระทบจัดตั้งรัฐบาล

26 ก.ค. 2566

77 views

‘ชัยธวัช’ ชี้ ‘ทักษิณ’ กลับไทยเป็นเรื่องส่วนตัว เชื่อไม่กระทบจัดตั้งรัฐบาล ตอบไม่ชัดแกนนำบินดีลลับที่ฮ่องกง ย้ำจุดยืนไม่เห็นด้วยหากศาล รธน.มีอำนาจเหนือรัฐสภา ขอรอความชัดเจนประชุม 8 พรรคร่วม ฉีก MOU หรือไม่

วันนี้ (26 ก.ค. 2566) ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ว่า เรื่องนี้ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีกระบวนการเป็นอย่างไร โดยหลักทั่วไปแล้วประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มองว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบกับการตั้งรัฐบาล

ส่วนกระแสข่าวแกนนำคนสำคัญของพรรค ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิดของพรรคด้วยก้าวไกล เดินทางไปฮ่องกงเพื่อเข้าพบนายทักษิณ ในวันคล้ายวันเกิดวันนี้ และเตรียมพูดคุยเสนอลดเพดานการแก้ไข ม.112 นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ไม่น่าจะใช่ เมื่อถามย้ำว่าไม่น่าจะใช่นี้หมายถึงไม่ได้เดินทางไปหรือไม่ทราบข้อมูล นายชัยธวัช ตอบว่า ไม่น่าจะมีการคุยกันตามที่เป็นข่าว

ส่วนการเจรจาถอยเรื่องมาตรา 112 นายชัยธวัช กล่าวว่า ขอให้รอการประชุมที่เป็นทางการจาก 8 พรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทยรับภารกิจไปแล้วว่าหลังจากที่ไปทำงานมาแล้วมีความคืบหน้าอย่างไร มีข้อสเนออะไรบ้างที่เป็นรูปธรรม เรื่องนี้คงต้องรอการนัดประชุมอีกครั้งจากพรรคเพื่อไทย

ส่วนมีความเป็นไปได้หรือความจำเป็นที่พรรคก้าวไกลต้องคุยกับนายทักษิณหรือไม่นั้น คิดว่าตอนนี้ใช้กลไกในการประชุม 8 พรรค และการประชุมร่วมกันระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลเป็นหลัก

ส่วนกรณีที่มีการประเมินว่าจะการตั้งรัฐบาลเสร็จก่อนที่นายทักษิณจะกลับมา นายชัยธวัช กล่าวว่าย้ำว่า ไม่ทราบเรื่องการกลับบ้านของนายทักษิณจริงๆ ว่าจะมีรายละเอียดหรือจังหวะเวลาอย่างไร

ในกรณีมีการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องพรรคก้าวไกลเสนอร่างกฎหมายแก้ไข ยกเลิก ม.112 ล้มล้างการปกครองหรือไม่โดยให้พรรคชี้แจงภายใน 15 วันและครบกำหนดการวันนี้นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า กำลังให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการ ซึ่งได้ยื่นขอขยายเวลาในการยื่นชี้แจงไปแล้ว ต้องรอดูว่าศาลอนุญาตให้ขยายเวลาไปกี่วัน ซึ่งคำร้องดังกล่าวร้องให้ยุติการกระทำที่กล่าวหาว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง ยังไม่ไปไกลถึงเรื่องยุบพรรค แต่พรรคก้าวไกลก็ต้องไม่ประมาท โดยประเมินสถานการณ์ไว้ถึงขั้นร้ายแรงที่สุด ต้องป้องกันไว้ทุกทาง ย้ำว่าคำร้องดังกล่าวร้องให้ยุติการกระทำ

ส่วนความคืบหน้ากรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องข้อบังคับที่ 41 นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับการเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจของรัฐสภา และมีอำนาจเหนือรัฐสภา แต่ควรจะใช้ที่ประชุมสภาในการหาทางออก ขณะเดียวกันเห็นด้วยกับการปลดล็อกข้อจำกัดในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด ไม่อย่างนั้นสภาที่ถือเป็นตัวแทนอำนาจอธิปไตยจะทำอะไรได้หรือไม่ได้ต้องไปถามศาลรัฐธรรมนูญทุกอย่าง มันไม่น่าจะใช่ มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้น ทั้งนี้จ่อเสนอเรื่องนี้ของพรรคก้าวไกลคงต้องนำไปหารือกัน

ส่วนจะมีโอกาสที่พรรคก้าวไกลจะพลิกกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด แต่สิ่งที่เราอยากผลักดันตอนนี้คือควรปลดล็อกมติ ซึ่งน่าจะขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ทำให้การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำไม่ได้ หรืออาจเป็นไปได้ แต่ด้วยความยากลำบาก เพราะเรื่องนี้จะเป็นเงื่อนไขที่ไปกดดัน บีบให้การจัดตั้งรัฐบาลของ 8 พรรคการเมือง มีปัญหาได้ ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตจากพรรคไหนก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องของแคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลพรรคเดียว

หากปลดล็อกเรื่องนี้ได้ 8 พรรคจะเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ซ้ำอีกหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน เบื้องต้นตอนนี้พรรคก้าวไกลได้ส่งไม้ต่อให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ส่วนการประชุม 8 พรรคร่วมครั้งต่อไปยังไม่ได้รับการประสานจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจเป็นผลสืบเนื่องจากการงดประชุมสภา และพรรคเพื่อไทยอาจต้องการระยะเวลาพอสมควรที่จะนำเสนอ ข้อเสนอต่างๆ ในที่ประชุม 8 พรรคอีกครั้ง

ส่วนเรื่อง MOU 8 พรรค ที่มีกระแสข่าวฉีก MOU ออกมาเรื่อยๆ นั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอในที่ประชุม แต่สำหรับพรรคก้าวไกลยังมีจุดยืนชัดเจนว่าพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปตามผลการเลือกตั้ง และยังไม่ได้เจอกับพรรคพลังสังคมใหม่ที่ออกมาพูดเรื่องนี้

ส่วนการช่วยหาเสียงโหวตเพิ่มนั้น พรรคก้าวไกลก็พยายามพูดคุยกับทั้ง สว.และ สส.

สำหรับกรณีพลตำรวจเอกเสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่ออกมาแสดงความเห็นค่อนข้างเป็นผลในทางลบกับพรรคนั้น นายชัยธวัช กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกันและคงต้องเคารพความเห็นของทุกคน

ส่วนสัมพันธ์ก้าวไกล-เพื่อไทย ยังเป็นข้าวต้มมัดหรือไม่ เรื่องนี้คิดว่าสิ่งที่สำคัญคือความคาดหวัง ความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นพรรคอันดับ 1 อันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน เพื่อยุติอำนาจเดิม

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าควรรออีก 10 เดือนเพื่อให้ สว.หมดวาระ สามารถทำได้หรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ในทางปฏิบัติทำได้ แต่อาจจะนานเกินไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่า 8 พรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคอันดับ 1 และ 2 จับมือกันแน่น รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปได้ยากกว่ารัฐบาลเสียงข้างมาก

คุณอาจสนใจ

Related News