เลือกตั้งและการเมือง
'สมชาย' ยินดี 'เพื่อไทย' ฟอร์มทีมตั้งรบ.ใหม่ ร่าย 11 ข้อ ควรแถลงให้ชัด ต้องไม่มีพรรคแก้ 112
21 ก.ค. 2566
134 views
'สมชาย' ยินดี 'เพื่อไทย' ฟอร์มทีมตั้งรบ.ใหม่ ร่าย 11 ข้อ เพื่อไทยควรแถลงให้ชัด ต้องไม่มีพรรคร่วมแก้ ม.112
หลังจากที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรค และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค ได้แถลงข่าวประเด็นการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รับไม้ต่อจากพรรคก้าวไกล
ล่าสุด วันที่ 21 ก.ค. 66 เฟซบุ๊กของ นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ได้โพสต์ภาพแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย และข้อความระบุว่า
"ยินดีกับการฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ของพรรคเพื่อไทย
ถือเป็นการเดินตามครรลองประชาธิปไตยที่ถูกต้อง
ดังนั้นจึงขอเสนอผ่านไปยังพรรคเพื่อไทยแกนนำใหม่
ควรแถลงประเด็นของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องดำเนินการ
ให้ชัดเจนอย่างน้อย ดังนี้
1) ตัวบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี
2) พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ที่ต้องมีนโยบายร่วมสำคัญในการเดินหน้าประเทศให้เจริญก้าวหน้า มีความสงบสันติสุข และไม่มีนโยบายใดๆจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือกลุ่มการเมือง กลุ่มอื่นๆที่พรรคการเมืองสนับสนุนในการแก้ไขประมวลกฎหมายมาตรา 112 และมาตราอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
หรือดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กระทบต่อสถาบันหลัก คือ สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ทั้งการกระทำโดยตรงของรัฐบาล
รมต สส และเครือข่ายทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะกระทำเองหรือการให้การสนับสนุนใดๆอีกต่อไป
3) ไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริตและคดี 112 หรือคดีอาชญากรรมร้ายแรง
4) นโยบายด้านเศรษฐกิจนำพาสู่ประเทศพัฒนาแล้วที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม
5) นโยบายด้านการต่างประเทศที่ไม่กระทบความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาค
6) นโยบายด้านการทหารและความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในทุกมิติ
7) นโยบายด้านปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาสังคมเพื่อเด็กและเยาวชนให้ปลอดภัยจากสังคมสื่อโซเชี่ยลที่สร้างความเกลียดชังในปัจจุบัน
8) นโยบายด้านแรงงานและสวัสดิการสังคม
9) นโยบายกระจายความเจริญลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างครอบคลุมทุกมิติ
10) นโยบายแก้ไขปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยไม่สนับสนุนการทำประชามติแบ่งแยกดินแดนใดๆ
11) นโยบายแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่เป็นรูปธรรม
ถ้าพรรคเพื่อไทยแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ยังหาข้อสรุปร่วมให้ชัดเจนไม่ได้ ขอเสนอให้ทำเรื่องแจ้งต่อประธานรัฐสภา เพื่อเลื่อนการประชุมรัฐสภาในวันที่ 27 ก.ค. ที่จะถึงนี้ออกไปก่อน
เพื่อจะได้เกิดความรอบคอบรัดกุมให้ชัดเจนในการให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาร่วมกันทำหน้าที่โหวตให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนที่30 ได้เสียทีครับ"