เลือกตั้งและการเมือง

คณะกรรมการไต่สวน ชง กกต.ยกคำร้อง 'พิธา' เหตุไม่พบไอทีวีประกอบกิจการ มีรายได้ทำสื่อ

โดย panisa_p

14 ส.ค. 2566

379 views

ความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ช่วงนี้ มีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคที่ได้รับเชิญมาร่วม ต่างมีเงื่อไข ให้มีการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้ชัดเจนก่อน และวันนี้ ที่ กกต. ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ ในการไต่สอนคำร้อง กรณีคุณลักษณะของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์



ตามที่ก่อนหน้านี้ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ได้เปิดเผยว่า สำนวนการสอบสวนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ถูกส่งมายังสำนักงาน กกต.แล้วนั้น มีรายงานว่า ผลสอบของคณะกรรมการไต่สวน กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสส.มาตรา 151 เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามในการลงสมัครรับเลือกตั้งสส. เพราะเหตุมีชื่อถือครองหุ้นบริษัทไอทีวี จำกัด มหาชน จำนวน 42,000 หุ้น สรุปออกมาแล้วว่า เห็นควรให้ยกคำร้อง ด้วยเหตุผลว่า การดำเนินการตามมาตรา151เป็นคดีอาญาที่ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน แต่ขณะเปิดสมัครรับเลือกตั้งสส. เมื่อวันที่ 4-7 เมษายน 2566 ไม่พบว่าบริษัท ไอทีวี จำกัด มหาชน มีการประกอบกิจการอยู่และมีรายได้จากการทำสื่อแต่อย่างใด



ทั้งนี้คณะกรรมการไต่สวนได้สรุปสำนวนและเสนอรายงานไปยังเลขาธิการกกต.ซึ่งได้มอบให้ รองเลขาธิการกกต.ไปดำเนินการจ่ายสำนวนดังกล่าวให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งพิจารณาต่อ ก่อนที่จะเสนอให้กกต.วินิจฉัย อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่ กกต.จะรอคำวินิฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีกกต.ยื่น ให้พิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ขอให้วินิจฉัยสถานะส.ส.ของนายพิธา จากเหตุเดียวกัน



ขณะที่เรื่องของนายพิธา ต้องดำเนินไปตามขั้นตอนของ กกต. พรรคก้าวไกล เองก็ยังคงจับตาการตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย โดยวันนี้ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ พรรคก้าวไกล ยังไม่ได้ข้อสรุปท่าทีในการโหวตนายกรัฐมนตรี คาดว่า พรุ่งนี้จะชัดเจน



ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย เริ่มถูกกระแสกดดันจากพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล ขอให้จัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรี ก่อนโหวตนายกฯ รวมถึงปัญหาเรื่องของตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี



นายชัยธวัช มองว่า การจัดแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเรื่องปกติ ในการจัดตั้งรัฐบาล ในทางปฏิบัติก็ปฏิเสธไม่ได้ที่ต้องทำควบคู่กันไปเราก็มองด้วยความเป็นห่วงว่าการจัดตั้งรัฐบาลในสถานการณ์แบบนี้ น่าจะถูกเข้ามากำกับควบคุมโดยขั้วอำนาจเดิมมาก เป็นสิ่งที่น่าจะปฏิเสธยาก



ขณะที่ฟากพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ยังไม่ได้ยินกระแสกดดันตามที่เป็นข่าว ย้ำว่าเพื่อไทยชัดเจน ยืนยันจะเสนอนายเศรษฐา ทวีสิน ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะตัวนายเศรษฐา ไม่ได้มีปัญหาอะไรและมีความพร้อมทุกอย่าง



ส่วนที่ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา ระบุว่าไม่อยากให้พรรคร่วมรัฐบาลเดิมอยู่กระทรวงเดิมนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า นายเศรษฐาพูดในหลักการเท่านั้น ถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องให้เกียรติ หัวหน้าพรรคและพรรคที่มาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ต้องมีการพูดคุยในรายละเอียดให้เห็นพ้องต้องกันทั้งหมด แต่การพูดคุยกันเราเริ่มต้นจากการเอาวาระประเทศและประชาชนเป็นหลัก

คุณอาจสนใจ

Related News