เลือกตั้งและการเมือง

จับตาก่อนโหวตนายกฯพรุ่งนี้ พท.ยันโหวต 'พิธา' ปชป.งดออกเสียง

12 ก.ค. 2566

64 views

ปฏิกิริยาทางการเมืองก่อนจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ พรรคเพื่อไทยมติเอกฉันท์ยกมือสนับสนุนนายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะที่ประชุมส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีมติงดออกเสียง



นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค แถลงข่าวหลังประชุมส.ส.พรรค ซึ่งมีทั้ง ส.ส. คณะกรรมการบริหารพรรครวมถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ระบุว่าที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีมติเอกฉันท์ ให้ความเห็นชอบให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล เป็นนายกรัฐมนตรี และจะมีผู้อภิปรายสนับสนุนนายพิธา



นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่าพรุ่งนี้ตน จะเป็นผู้ลุกขึ้นเสนอชื่อนายพิธา และอภิปรายสนับสนุน ยอมรับว่า ในที่ประชุมวันนี้มีการพิจารณาข้อกังวลต่างๆของ ส.ส.โดยเฉพาะการลงมติให้กับคนที่ไม่มีคุณสมบัติจะกระทบต่อพรรคหรือไม่ ซึ่งได้ชี้แจงให้เข้าใจแล้ว และจะดำเนินการตามมติวันนี้ พรรคเพื่อไทยยัง เชื่อว่าการโหวตวันพรุ่งนี้ชอบด้วยกฎหมายทุกอย่าง ตราบใดที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ถูกเสนอชื่อยังมีคุณสมบัติครบถ้วน



ขณะเดียวกันทางพรรคประชาธิปัตย์ ประชุม 25 ส.ส. การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ โดย น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการประชุม ย้ำจุดยืนชัดเจนไม่สนับสนุน พรรคที่มีแคนดิเดต สนับสนุน การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112



น.ส.สุณัฐชา ชี้แจงว่า ทุกคนเห็นตรงกันว่าจะทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ ย้อนกลับไปสมัยที่แล้ว พรรคก้าวไกลได้มีการเรียกร้อง ให้ลงมติสนับสนุนเสียงข้างมากในสภา ซึ่งในปี 2562 พรรคก้าวไกลก็ไม่ได้โหวตให้พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชา ซึ่งเป็นแคนดิเดตเสียงข้างมากในสภา จึงเป็นที่มาของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีมติงดออกเสียง



ทางด้านสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 ว่า เมื่อพรรคการเมืองใดรวบรวมคะแนนเสียงของ ส.ส. ได้เกิน 250 เสียง ย่อมมีความชอบธรรมที่จะได้สิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้ามาบริหารประเทศตามเจตจำนงของประชาชนเสียงข้างมาก ตามหลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข



ส่วนประเด็นนโยบายของพรรคการเมืองที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชนนั้น เป็นเพียงนโยบายของพรรคที่เสนอต่อประชาชน ไม่ใช่เหตุที่จะนำมาเป็นเงื่อนไขในการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ เนื่องจาก พรรคการเมืองที่ได้เข้ามาบริหารประเทศย่อมต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการแก้ไขกฎหมายใดๆ ย่อมต้องให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ รัฐบาลไม่สามารถกระทำตามอำเภอใจได้



เช่นเดียวกับสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เผยแพร่จดหมายเปิดผนึก ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2566 แสดงจุดยืน 2 ข้อต่อ ส.ว. ขอให้ยึดหลักการประชาธิปไตยอันสากลโลกยึดถือ คือพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงอันดับ 1 มีหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลรวบรวมเสียงข้างมากให้ได้ เพื่อให้มีความชอบธรรมในการบริหารประเทศ



และขอให้พรรคร่วมรัฐบาลเสียงข้างมาก ได้จัดตั้งรัฐบาลให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดตามครรลองประชาธิปไตย เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศได้เดินหน้าต่อไปเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน

คุณอาจสนใจ

Related News