สรุปข่าว
เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง 13 มิ.ย.66 ประชุมหุ้นไอทีวี-แห่ช่วยเด็กเลี้ยงย่าตาบอด-รวบหมวย บุษราคัม ฉ้อโกงอื้อ
13 มิ.ย. 2566
55 views
-งามหน้าทั้งโรงพัก พล.ต.อ.วิสนุ จเรตำรวจแห่งชาติ สุ่มตรวจสายฟ้าแล่บ ทางหลวงนครปฐม พบทั้งโรงพักเหลือตำรวจประทวน 3 คน ชี้หัวหน้าหน่วยขาดความรับผิดชอบ ไม่ใส่ใจต่อหน้าที่ สั่งทำรายงานชี้แจงเหตุผล ลั่นพิจารณาโทษตามความเหมาะสม ก่อนเรียก รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม ให้ถ้อยคำ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหา
-สืบภาค 2 โชว์รวบ หมวย บุษราคัม หลังก่อเหตุแสบหลอกดาวน์รถ-ขายคอลลาเจน พบความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ก่อนผงะซ้ำพบกำไลอีเอ็มยังคาข้อเท้า มีประวัติคดีฉ้อโกงติดตัว 11 คดี เร่งขยายผลขบวนการที่เกี่ยวข้อง ด้านผู้เสียหายชี้ผู้ต้องหาหลอกมาตีสนิท อ้างว่าอยากช่วยขายอาหารเสริม ขอเหมาไปขายต่อโดยมัดจำเพียงร้อยละ 10 ก่อนจะเอาไปขายต่อครึ่งราคาของสินค้าผ่านร้านค้าส่งเพื่อให้ได้เงินเร็ว
-โซเชียลโพสต์ทวงสิทธิ์ให้ผู้พิการและผู้ป่วยผู้สูงวัยหลัง พบเสาและป้ายโชว์หรา ห้ามวีลแชร์-คนพิการข้าม ใช้วิ่งกลางถนนหรือเหาะข้ามไป บริเวณใกล้ตลาดอินดี้ ดาวคะนอง ด้านผู้พิการโวย จนท.ทำแบบนี้ คนพิการใช้ชีวิตลำบาก ทั้งๆที่มันเป็นทางเพื่ออำนวยความสะดวกวอนให้ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่เรียกสอบ ล่าสุดโฆษก กทม.โร่แจง ยันไม่ใช่ฝีมือเทศกิจ มีคลิปวงจรปิดชัดพบชายขับรถจักรยานแล้วนำป้ายมาติด จ่อเรียกตัวมาสอบสวน
-ศาลจังหวัดลำพูนตัดสินจำคุกสาวเมาแล้วขับ ขับรถชนน้องอ๊อฟ ดาราดาวรุ่งจนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง พร้อมสั่งให้ชดใช้เงินให้กับคู่กรณี 4 ล้านบาท ขณะที่แม่น้องอ๊อฟเผยครอบครัวทนทุกข์ทรมานมานนานนับปีหลังเกิดเหตุ หลังจากนี้จะขอปรึกษากับทนายความว่าจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ ชี้ มีค่าใช้จ่ายจำนวนมากเฉลี่ยเดือนล่ะไม่ต่ำกว่า 6 หมื่นบาท
-ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย เด็กหญิง 4 ขวบกตัญญูดูแลย่าตาบอด ทั้งล้างจาน-หุงข้าว-ซักผ้า รับผิดชอบทำงานบ้านทุกอย่าง ขณะที่ยอดบริจาคเกือบ 1 ล้าน ย่าตกใจ บอก “พอแล้ว” เห็นใจคนบริจาค เบื้องต้นสาธารณสุขอำเภอ พาย่าไปตรวจดวงตาที่โรงพยาบาลห้วยราช จ.บุรีรัมย์ พบตาข้างขวายังพอเห็นแสง ส่วนตาข้างขวาบอดสนิท อาจมีโอกาสเห็นได้ 1 ข้าง
เรื่องเล่าการเมือง
-ประเด็นร้อนสืบเนื่องจากการที่ “ข่าวสามมิติ” เปิดคลิปการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทไอทีวี ซึ่งใจความสำคัญไม่เหมือนกับบันทึกรายงานการประชุมที่ออกมาก่อนหน้านี้ เมื่อวานเลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงละเอียดยิบ ชี้ข้อพิรุธที่เกิดขึ้นว่าเป็นความพยายามฟื้นไอทีวี เพื่อสกัดนายพิธา
ข้อพิรุธแรกที่ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แถลงคือ ความขัดแย้งระหว่างคลิปการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2566 กับรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท ในประเด็นที่ว่า ไอทีวียังดำเนินกิจการเกี่ยวกับสื่อหรือไม่
คือในคลิป นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานคณะกรรมการบริษัท ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ตอบอย่างชัดเจนว่า "ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นะครับ ก็รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อน"
ขณะที่ในรายงานการประชุม ระบุว่า "ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ"
โดยมีการตั้งคำถามไปถึง
1.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่ไปยื่นร้องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา
2. นายนิกม์ แสงศิรินาวิน ผู้สมัคร .ส.กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย การออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับ “นักการเมืองถือหุ้นไอทีวี” 2 วันก่อน การประชุมผู้ถือหุ้น
3.นายภาณุวัฒน์ ขวัญยืน ผู้ถือหุ้นไอทีวีที่รับโอนหุ้นมาจากนายนิกม์ และยังเป็นผู้จัดการคลินิกของครอบครัวของนายนิกม์ด้วย ซึ่งไปตั้งคำถามในที่ประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี ว่าไอทีวียังดำเนินกิจการสื่อมวลชนอยู่หรือไม่ และภายหลังมีการบันทึกการประชุมไปอีกอย่าง
และ 4. นายจิตชาย มุสิกบุต กรรมการผู้สอบทานและแก้ไขรายงานการประชุมนั้น ซึ่งเป็นผู้บริหารของ บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของไอทีวีอีกด้วย จึงมีคำถามว่า บริษัท อินทัช รับรู้หรือเกี่ยวข้องกับแก้ไขรายงานให้ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในการประชุมด้วยหรือไม่
นายชัยธวัช ระบุว่าทั้งหมดเป็นหนึ่งในข้อพิรุธที่นายพิธาได้เคยตั้งคำถามไว้ว่า เป็นความพยายามฟื้นคืนชีพไอทีวีให้กลับมาเป็นสื่อมวลชน เพื่อสกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลตามฉันทานุมัติของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ใช่หรือไม่ ซึ่งอาจเข้าข่ายกระทำการอันเป็นเท็จ เพื่อจะแกล้งให้ผู้สมัคร ส.ส. ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.
-ส่วนประเด็นที่สอง คือ ความขัดแย้งกันระหว่างคลิปการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี กับแบบนำส่งงบการเงิน ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และเอกสารงบไตรมาสแรกปี 2566 ของไอทีวี
นายชัยธวัช ระบุว่า หากพิจารณาใจความสำคัญของข้อความที่ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขในบันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นของไอทีวี จาก "ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ รอผลคดีความให้สิ้นสุดก่อน" กลายเป็น "ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ" นั้น ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ "แบบนำส่งงบการเงิน" (ส.บช.3) ที่ไอทีวียื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 หรือไม่
เพราะคำตอบของนายคิมห์ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 26 เมษายน นายคิมห์ สิริทวีชัย ในฐานะประธานที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นและประธานกรรมการบริษัท ไม่ได้ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ว่าไอทีวีประกอบกิจการ "สื่อโทรทัศน์" และมีรายได้จาก "สื่อโฆษณา" แต่อย่างใด แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่า แบบนำส่งงบการเงิน ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2566 จะระบุว่า รายได้ของไอทีวีในรอบปี 2565 มาจากสื่อโทรทัศน์ โดยมีสินค้า/บริการ คือ "สื่อโฆษณา"
นายชัยธวัช ระบุว่า เรื่องนี้จะเห็นได้ว่าในแง่พฤติการณ์ ข้อเท็จจริง และช่วงระยะเวลาการเสนอแผนธุรกิจ รวมถึงการรับรู้รายได้จากแผนธุรกิจใหม่ มีความไม่สอดคล้องกันและขัดแย้งกันเองเป็นอย่างยิ่ง
จึงมองว่าการดำเนินการเปลี่ยนแปลง แก้ไขข้อความในบันทึกรายงานการประชุมดังกล่าวให้แตกต่างจากการตอบข้อซักถามตามคลิปการประชุม จึงไม่น่าจะใช่ความผิดพลาดโดยบังเอิญ แต่เป็นการจงใจแก้ไขให้สอดรับกับบรรดาเอกสารต่าง ๆ ที่ตกแต่งจัดทำขึ้นในภายหลังหรือไม่
สุดท้าย นายชัยธวัช ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความพยายามจากบางกลุ่มที่จะสกัดไม่ให้นายพิธา โดยต้องการใช้ประเด็นหุ้นไอทีวีส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพื่อสั่งให้หัวหน้าพรรคก้าวไกลหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ให้ได้ ก่อนที่จะมีการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งพรรคก้าวไกลจะพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ และอาจจะมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่นายชัยธวัชระบุว่า เป็น "ขบวนการปลุกผีไอทีวี” ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายราย รวมถึงหากใครมีเจตนาที่จะกระทำการกลั่นแกล้งให้ผู้ที่ลงสมัคร ส.ส.ขาดคุณสมบัติ พรรคก็จะดำเนินการอย่างแน่นอน
ส่วนที่มีคำถามว่ามีการตัดต่อคลิปหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ทางที่ดี บริษัท อินทัช ควรเร่งเปิดคลิปเต็มออกมา เพื่อให้สังคมหายสงสัยเร็วที่สุด ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะชะลอการเปิดคลิปนี้ แม้แต่วินาทีเดียว
-ความเคลื่อนไหวของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เมื่อวานนี้มาประชุมที่พรรคตามปกติ แต่มีการสลับรถเลี่ยงสื่อและยังไม่พูดถึงเรื่องคลิปการประชุมผู้ถือหุ้นไอทีวี
โดยที่พรรคก้าวไกล ช่วงเช้า เมื่อวานนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเดินทางมาร่วมประชุมกรรมการบริหารพรรคประจำสัปดาห์ตามปกติ
ซึ่งสื่อมวลชนได้เจอนายพิธา เพียงระยะไกล ระหว่างกำลังเดินข้ามทางเชื่อม อาคารจอดรถ ชั้น2 และไม่ได้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อ แต่มีการโบกมือทักทายผู้สื่อข่าว ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
นักข่าวบอกว่า นายพิธา มีความพยายามเลี่ยงสื่อมวลชน โดยการสลับรถ ก่อนเข้ามาที่พรรค จากปกติ รถของนายพิธาเป็นรถตู้โตโยต้าสีขาว แต่ปรากฏรถตู้คันสีขาวที่เข้าพรรคมา ไม่มีนายพิธานั่งอยู่ จากนั้นมีรถเก๋งคันสีแดง ตามเข้ามา ซึ่งก็มีรายงานว่า รถคันสีแดง ซึ่งเป็นรถของเจ้าหน้าที่พรรคที่ออกไปรับ นายพิธา บริเวณปากซอยก่อนเข้ามาพรรค
และหลังการประชุมเสร็จสิ้น ประมาณบ่ายสองโมง นายพิธา ได้เดินทางออกจากพรรค แต่ก็ยังไม่นั่งรถตู้คันสีขาวของตัวเอง ออกไป มีการให้รถของตัวเองออกไปก่อน จากนั้น คุณพิธานั่งรถเก๋ง คันสีดำ จากลานจอดรถชั้น2 ตามออกไป โดยสื่อมวลชน สังเกตเห็นนายพิธานั่งอยู่บริเวณเบาะด้านหลังของรถ และ ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที รถเก๋งสีดำดังกล่าว ก็กลับเข้ามาที่พรรค
สำหรับกรณีหุ้นสื่อไอทีวี หลังที่มีรายงานว่า กกต.ตั้งกรรมการสืบสวนไต่สวน ขึ้นมาพิจารณาข้อกล่าวหาตาม มาตรา151 ทางนายพิธา ก็ยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ถึงเรื่องนี้แต่อย่างใด
-ขณะที่ประธาน กกต. ก็เปิดเผยกับทีมข่าวการเมืองช่อง 3 ว่า ทราบถึงคลิปการประชุมหุ้นไอทีวี ที่รายการข่าว 3มิติ ออกมาเปิดเผยแล้ว โดยคาดว่าจะมีการนำคลิปมาตรวจสอบด้วย
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึง คลิปภาพการประชุมผู้ถือหุ้น ไอทีวี ที่รายการข่าว 3 มิติ ออกมาเปิดเผยว่า เรื่องนี้มีคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ของ กกต. รับผิดชอบอยู่แล้ว เนื่องจากได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ขึ้นมาพิจารณาคดีคุณสมบัติ ของนายพิธา ในส่วนข้อกล่าวหา ตามมาตรา 151 ของกฎหมายเลือกตั้ง ฐานรู้อยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติแต่ฝ่าฝืนลงสมัครรับเลือกตั้ง
โดยประธาน กกต. ระบุว่า คณะกรรมการสืบสวนไต่สวน คงจะเรียกข้อมูลดังกล่าว จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาพิจารณาในส่วนนี้ด้วย
รับชมผ่านยูทูปได้ที่ : https://youtu.be/pM1QVXkF6mY
แท็กที่เกี่ยวข้อง เรื่องเล่าหน้าหนึ่ง ,เรื่องเล่าการเมือง ,ข่าวการเมือง ,สรุปข่าว