ต่างประเทศ

'กรมการจัดหางาน' แนะคนไทยอยากทำงานเก็บผลไม้ป่าต่างแดน ควรหาบ.จัดหางานที่ถูกต้อง ป้องกันการถูกหลอก

โดย parichat_p

10 ก.ย. 2565

292 views

กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน แนะนำคนไทยที่ต้องการเดินทางไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่ประเทศสวีเดน และฟินแลนด์ ควรมากับบริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง เพื่อสิทธิประโยชน์ที่ครบถ้วน และป้องกันการถูกหลอกลวง สำหรับแรงงานที่มีปัญหาค่าเดินทาง มีโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ทำร่วมกับ ธกส. รวมถึงกองทุน เพื่อช่วยเหลือคนหางานในต่างประเทศด้วย


ขั้นตอนการทำงานของแรงงานไทยในสวีเดน ต้องตื่นเวลาประมาณ 04.00 น. หรือ 05.00 น. เพื่ออกเดินทางไปยังจุดเก็บผลไม้ป่าที่บางจุดอยู่ไกลเกือบ 200 กิโลเมตร ทำให้ต้องตื่นเช้า ไปรับอาหารที่ทางบริษัทจัดเตรียมไว้สำหรับมื้อเช้าและมื้อกลางวันไปทานระหว่างทำงานในป่า ใช้เวลาในการเก็บผลไม้ป่าตั้งแต่เช้าจนพลบค่ำ เพื่อจะได้เก็บได้มากที่สุด


ก่อนจะนำผลไม้มาขายที่จุดรับซื้อของบริษัทรัฐซื้อชาวสวีเดน ซึ่งแต่ละทีมประมาณ 6-7 คน จะมากันเป็นคันรถ บรรทุกผลไม้ทั้งหมดที่คัดแยกแล้ว ใช้กิ่งไม้ทำสัญลักษณ์ไว้ว่าเป็นของใคร เพื่อนำไปชั่งน้ำหนัก และทางบริษัทจะจัดบันทึกไว้เป็นรายวันว่าแต่ละคนทำงานได้กี่กิโลกรัม คิดเป็นเงินตามราคาผลไม้ อย่างลูกสีแดง ลิงกอน จะได้กิโลกรัมละ 8 โคลนสวีเดน หรือประมาณ 30 บาทไทย ส่วนลูกสีดำ บูลเบอรี่ จะได้กิโลกรัมละ 15 บาท หรือประมาณ 50 บาทไทย ซึ่งแต่ละคนจะเก็บได้สูงสุดเกือบ 200 กิโลกรัมก็จะได้เงินวันละ เกือบ 6 พันบาท แต่ละคนจึงมีรายได้เดือนละกว่า 1 แสนบาท ตลอดเวลา 3 เดือน เมื่อหักค่าใช้จ่ายก็จะมีเงินกลับบ้านไม่ต่ำกว่า 1 แสนถึง 2 แสนบาท


นี่จึงเป็นเหตุผลให้แรงงานไทยที่ส่วนใหญ่เป็นชาวนาจากภาคอีสาน และพบว่าในสวีเดนส่วนใหญ่เป็นชาวจังหวัดชัยภูมิ เช่นจากอำเภอแก้งคร้อ พากันมาทำงานเก็บผลไม้ป่า จากรุ่นแรกๆ อย่างนายสุภาพ เขื่อนดอนเจ้า อายุ 57 ปี มาเก็บผลไม้ป่าเกือบ 30 ปีแล้ว เขาสามารถเก็บเงินใช้หนี้ ส่งลูกเรียนหนังสือ สร้างบ้าน ซื้อรถไถนา และกลายเป็นอาชีพหมุนเวียนในชีวิต จากฤดูทำนาในไทย ก็มาเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดน กลับไปเกี่ยวข้าว ทำไร่อ้อย ซึ่งในสวีเดนนอกจากเก็บผลไม้แล้ว นายสุภาพยังเป็นหัวหน้าคนงานได้รายได้เสริมจากการขับรถด้วย


สำหรับผลไม้ที่แรงงานไทยเก็บได้พบว่ามีคุณภาพดี จนเจ้าของบริษัทรับซื้อผลไม้ ชื่นชมในฝีมือของแรงงานไทย ที่มีวินัย ขยัน ทำให้พร้อมซื้อผลไม้จากแรงงานไทยมากที่สุดเท่าที่เก็บได้ และรักคนไทย ที่มาทำงานทำให้เขาส่งขายผลไม้ป่าได้มากปีละหลายพันตัน


หลังนำผลไม้มาขายแรงงานจะกลับเข้าที่พัก ซึ่งที่สวีเดน บริษัทเฟรนด์ เบอรี่ จะมีบ้านพักให้แรงงาน พักรวมกันแบ่งเป็นห้อง คิดรวมเป็นค่าที่พัก ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ไปเยี่ยมชมให้มั่นใจว่าแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี และพบว่าอาชีพผลไม้ป่า กลายเป็นอาชีพหลักของบางครอบครัว อย่างครอบครัว สิมาชัย ที่มาทำงานทั้ง พ่อ แม่ และลูก ทำให้แต่ละปีจะมีรายได้กว่า 3 แสนบาท เป็นต้นทุนกลับไปทำไร่ทำนาที่จังหวัดชัยภูมิ


สำหรับอาหาร ทางบริษัทมีโรงอาหารที่จะมีแม่ครัว ทำอาหารไว้แรงงานงานวันละ 3 มื้อ โดย 2 มื้อแรงงานจะนำไปทานในป่า ส่วนมื้อค่ำจะกลับมาทานที่โรงอาหาร ซึ่งมีนี้มีเมนู ข้าวมันไก่ แกงส้มและไข่เจียว ที่ดูน่าทานจน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะต้องขอร่วมทานมื้อค่ำด้วย


ชีวิตประจำวันของแรงงานไทยเก็บผลไม้ป่าในสวีเดนตลอด 3 เดือนก็จะเป็บแบบนี้ทุกวันจนหมดฤดูกาล ทุกคนยอมรับว่าอาจทำงานไม่มีวันหยุดแต่ก็เต็มจเพื่อเก็บเงินให้ได้มากที่สุด โดยส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยมาแล้วทุกปี จึงคุ้นเคยกับสภาพอากาศและการทำงานแล้ว ส่วนคนที่มาใหม่ อธิบดีกรมการจัดหางาน แนะนำให้มากับบริษัทจัดหางานที่มีรายชื่อกับกรมการจัดหางาน


ซึ่งในสวีเดนมี 14 บริษัท ฟินแลนด์ 12 บริษัท โดยกรมการจัดหางานมีโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำกับธนาคาร ธกส.ให้กับแรงงานไทยที่มาเก็บผลไม้ป่า สำหรับค่าเดินทาง 75,000 บาท ผ่อนจ่าายสามเดือน ซึ่งแรงงานในบริษัทเฟรนด์ เบอรี่ ส่วนใหญ่ก็กู้ผ่านโครงการนี้เพื่อจะได้ไม่ต้องกู้นอกระบบ


นอกจากนี้อธิบดีกรมการจัดหางานยังแนะนำให้แรงงานไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ ควรสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ เพื่อได้รับการช่วยเหลือกรณีเจ็บป่วยและเสียชีวิต รวมถึงศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทางป้องกันการถูกหลอกลวง ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร 1506 กด 2 และ สายด่วนกรมการจัดหางาน โทร 1694

คุณอาจสนใจ

Related News