สังคม

"ปกรณ์" ชี้มูลนิธิมีเยอะ ทำตรวจสอบไม่เข้มข้น - ปค.แจงหลักเกณฑ์ "มูลนิธิองค์กรทำดี" อาจถึงขั้นมีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้

1 ชั่วโมงที่แล้ว

25 views

รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย คุณปกรณ์ นิลประพันธ์ เสนอให้กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยข้อมูลรายงานบัญชีของสมาคม มูลนิธิต่างๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้


นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย พูดถึงปัญหาเงินบริจาคมูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ว่า สมาคมมูลนิธิ เหล่านี้ อยู่ภายใต้กฎหมายประมวลแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งผู้ดูแลคือกระทรวงมหาดไทย ทางมูลนิธิกับสมาคมจะต้องส่งรายงานการเงินและผลการปฏิบัติงาน ให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบอยู่แล้ว


ปัญหาการตรวจสอบ น่าจะอยู่ที่จำนวนมูลนิธิเยอะมากกว่า ทำให้การตรวจสอบไม่เข้มข้น การแก้ไขปัญหาจึงจะต้องเข้มงวดกับการตรวจสอบบัญชี ผู้สอบบัญชี และตรวจสอบรายงานให้เข้มข้นขึ้น เพราะกระทรวงมหาดไทยมีรายงานจากสมาคมกับมูลนิธิอยู่แล้ว


ถ้าจะตรวจสอบก็อาจจะต้องให้ ทางกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยข้อมูล ถ้าไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไร ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยว่าข้อมูลเหล่านี้ต้องเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบได้ เพราะเงินที่ได้มาจากศรัทธาเหมือนกับเงินบริจาควัด เรายังอยากรู้ว่าเอาไปทำอะไร ก็หลักการเดียวกัน พร้อมย้ำว่า ส่วนตัวเห็นว่าควรเปิดเผยเรื่องเหล่านี้ ถ้ายังไม่มีกฎกติกาก็ควรต้องเพิ่ม


ด้านกรมการปกครอง ระบุว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวและมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคและ การก่อสร้างอาคารของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมนั้น กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของมูลนิธิ ขอชี้แจงหลักเกณฑ์ และแนวทางดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน


กรมการปกครองขอชี้แจงแนวทางดำเนินการดังกล่าวเป็น 2 กรณีสำคัญ ได้แก่

1.กรณีกรรมการมูลนิธิกระทำผิดต่อมูลนิธิ

หากปรากฏว่ากรรมการหรือคณะกรรมการของมูลนิธิผู้ใดดำเนินกิจการของมูลนิธิผิดพลาดเสื่อมเสียต่อมูลนิธิ ดำเนินกิจการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับของมูลนิธิ หรือมีฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย อาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการหรือคณะกรรมการมูลนิธิผู้นั้นได้ ตามมาตรา 129 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์


2.กรณีมูลนิธิกระทำการที่ขัดต่อกฎหมาย หากปรากฏว่ามูลนิธิมีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย หรือดำเนินกิจการขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนหรือความมั่นคงของรัฐ รวมถึงกรณีที่มูลนิธิไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือหยุดดำเนินกิจการตั้งแต่สองปีขึ้นไป นายทะเบียน พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสีย อาจร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งเลิกมูลนิธิได้ ตามมาตรา 131 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์



ทั้งนี้ กรมการปกครองขอยืนยันว่า การพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายกับมูลนิธิใด ๆ จะต้องอาศัยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏจากการตรวจสอบอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด การปรากฏเป็นข่าวหรือข้อกล่าวหายังไม่อาจถือเป็นข้อยุติว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น หากปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการดำเนินกิจการที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย หน่วยงานผู้มีอำนาจจะพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป


การดำเนินกิจการของมูลนิธิต้องยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินบริจาคและทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ รักษาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้บริจาค ตลอดจนป้องกันมิให้มีการนำมูลนิธิไปใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย



https://youtu.be/AdQ-Gr5y4WY

คุณอาจสนใจ

Related News