สังคม
สุดทน! ชาวบ้านฮือประท้วง เปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ก่อนได้ข้อยุติเปิดเพิ่มอีก 20 ซม.
3 ต.ค. 2569
261 views
ชาวบ้านลาดสวายกว่า 200 คน ฮือประท้วงบุกกดดันเจ้าหน้าที่ให้เปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้น ด้าน อ.ลำลูกกา เร่งระบายน้ำ 3 ตำบล เจรจาเปิดประตูคลองสองใต้เพิ่ม 10 ซม. หลังน้ำท่วมขังนานนับสัปดาห์
เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ ตั้งอยู่ติดกับเขตเชื่อมต่อ อ.สายไหม กทม. กับ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้มีชาวบ้าน ต.ลาดสวายและ พื้นที่ใกล้เคียง กว่า 200 คน บุกประท้วงกดดันให้ทางกรมชลประทานเปิดประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้น หลังจากชาวบ้านลำลูกกาและพื้นที่ใกล้เคียงและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน
โดยมี นายอาสา สุขขัง ผอ.สำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ กทม. เจรจากับ นายวินัย สังย์วาลเงิน นายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย ซึ่งเป็นเป็นตัวแทนชาวบ้าน ต.ลาดสวาย มาพูดคุยเพื่อเจรจาขอให้ทางฝั่ง กทม. ให้ดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ เพิ่มอีก 20 เซนติเมตร
ในขณะที่บรรยากาศหน้าประตูน้ำคลองพระยาสุเรนทร์ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหม และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา นำ แผงเหล็กกั้นนำมาปิดกั้นบริเวณโดยรอบประตูคลองระบายน้ำพระยาสุเรนทร์เนื่องจากหวั่นเกรงว่าชาวบ้านฝั่งสายไหมและฝั่งลำลูกกาจะมีการกระทบกระทั่งกัน เนื่องจากมีรายงานข่าวว่าทางชาวบ้านฝั่งสายไหมกำลังรวมตัวเพื่อมาที่บริเวณจุดเกิดเหตุ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าภายหลังจากที่ทั้งสองฝั่งที่มีการเจรจาและพูดคุยกันนานกว่า 2 ชั่วโมงทาง ฝั่งกทม. ได้มีข้อตกลงยุติในการเรียกร้องของชาวบ้าน และได้มีการดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำคลองพระยาสุเรนทร์เพิ่มขึ้นอีก 20 เซนติเมตร ตามคำร้องขอ ทำให้ชาวบ้านทั้งหมดร้องเฮด้วยความดีใจ และได้แยกย้ายกันกลับบ้านในที่สุด
ด้านนายวินัย สังวาลย์เงิน นายกเทศมนตรีเมืองลาดสวาย กล่าวว่า วันนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการระบายน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานขอความร่วมมือจากสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร เพื่อขอเพิ่มระดับการเปิดทางระบายน้ำ เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่มีความแตกต่างกันพอสมควร หวังช่วยเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเบื้องต้นต้องติดตามผลหลังจากปรับการเปิดทางระบายน้ำ ว่าสามารถช่วยให้ระดับน้ำลดลงได้มากน้อยเพียงใด โดยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ลำลูกกาปัจจุบันได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง เนื่องจากพื้นที่มีทั้งภาคเกษตร ชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น รวมถึงโครงการบ้านจัดสรร ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั่วทั้งพื้นที่ โดยปัญหาน้ำขังเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายวัน หลังจากมีมรสุมและพายุเข้าพื้นที่ อีกทั้งการระบายน้ำในพื้นที่มีทั้งการสูบน้ำออกและการระบายตามธรรมชาติ โดยในจุดที่สามารถระบายได้เองผ่านการเปิดทางระบายน้ำ จึงอยากขอความร่วมมือให้เปิดทางระบายน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดปริมาณการใช้เครื่องสูบน้ำ ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน และไม่ต้องใช้เครื่องสูบน้ำในจุดที่สามารถระบายออกได้เอง พร้อมระบุว่า หากสามารถเปิดทางระบายน้ำได้มากกว่านี้ก็จะช่วยสถานการณ์ได้ แต่จำเป็นต้องทดลองเปิดในระดับที่เหมาะสมก่อน เพื่อดูว่าจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงหรือไม่ ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์เป็นระยะ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องอีกทั้งการบริหารจัดการน้ำจำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชนทั้งสองฝั่ง ไม่ควรกั้นหรือควบคุมทางน้ำจนทำให้พื้นที่ข้างเคียงได้รับความเดือดร้อน
ส่วนทางด้าน นายอาสา สุขขัง ผู้อำนวยการสำนักงานระบบควบคุมน้ำ สำนักการระบายน้ำ เปิดเผยถึงสถานการณ์การระบายน้ำว่า ขณะนี้น้ำที่ไหลลงมาอาจเข้าพื้นที่บริเวณถนนกาญจนาภิเษก และถนนคู้บอน โดยชุมชนในพื้นที่ด้านล่างยังคงได้รับผลกระทบจากน้ำ เบื้องต้นน้ำจะไหลตาม คลองพระยาสุเรนทร์ ต่อเนื่องไปยังคลองตาแฟง และลงสู่คลองแสนแสบ ซึ่งขณะนี้ระดับน้ำในคลองแสนแสบค่อนข้างต่ำ ทำให้น้ำสามารถไหลต่อไปยังพื้นที่ด้านล่างได้ สำนักการระบายน้ำจะพยายามเร่งระบายน้ำลงพื้นที่ด้านล่าง แต่จะติดตามผลกระทบต่อชุมชนควบคู่กัน โดยจะประเมินสถานการณ์ในช่วง 6 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องเพิ่มการเปิดทางระบายน้ำหรือไม่ เนื่องจากยังมีชุมชนในพื้นที่ด้านล่างที่ได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งขณะนี้จะไม่ปิดการระบายน้ำ แต่จะพยายามเร่งระบายน้ำลงด้านล่าง พร้อมประสานสำนักงานเขตให้เข้าดูแลชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดยจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังผ่านไปประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อดูว่าสถานการณ์น้ำส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพฯ มากน้อยเพียงใด
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ ต.คูคต ต.ลำสามแก้ว และ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำบางจุดจะเริ่มลดลง แต่หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจนเริ่มส่งกลิ่นเหม็น กระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ขณะที่ถนนพหลโยธินและถนนลำลูกกา-สายไหมยังมีน้ำท่วมขัง ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ทั้งนี้ นายองครักษ์ ทองนิรมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย นายวีรพจน์ ปานนุ่ม นายกเทศมนตรีเมืองคูคต และนายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตใต้ กรมชลประทาน ได้ประชุมหารือแนวทางเร่งระบายน้ำในพื้นที่ โดยมีการประสานขอเปิดประตูระบายน้ำคลองสองฝั่งใต้เพิ่มอีก 10 เซนติเมตร จากเดิมที่เปิดอยู่ประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่ลำลูกกาออกไปยังพื้นที่ฝั่งกรุงเทพมหานคร เนื่องจากการเปิดประตูระบายน้ำในระดับเดิมยังไม่สามารถลดระดับน้ำในพื้นที่ปทุมธานีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายองครักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนักในจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะพื้นที่ 3 ตำบล ในเขตอำเภอลำลูกกา คือตำบลคูคต ตำบลลำสามแก้ว ตำบลลาดสวาย ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งบริหารจัดการและระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
สำหรับน้ำที่ท่วมขังส่วนหนึ่งเป็นน้ำฝนที่ตกสะสม เดิมมีปริมาณน้ำประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้สามารถระบายออกไปได้บางส่วน เหลือประมาณ 190 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยจังหวัดได้บูรณาการร่วมกับกรมชลประทาน ฝ่ายปกครอง อำเภอ เทศบาลเมืองคูคต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี พร้อมนำเครื่องสูบน้ำเข้ามาเร่งระบายออกจากพื้นที่
นายองครักษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันสามารถระบายน้ำออกได้ประมาณวันละ 19 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านเส้นทางต่าง ๆ ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา และเส้นทางระบายออกไป คลองลาดพร้าว เขตพื้นที่กทม. หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 10 วันในการระบายน้ำส่วนที่เหลือจนเกือบหมด
ด้านนายวีระวัฒน์ ผสมทรัพย์ กล่าวว่า สถานการณ์บริเวณถนนพหลโยธิน ช่วงธูปะเตมีย์-อนุสรณ์สถาน และพื้นที่โดยรอบ ระดับน้ำบางจุดเริ่มลดลง แต่ยังต้องใช้เวลาในการระบาย เนื่องจากมีมวลน้ำจากหลายพื้นที่ไหลมารวมกันที่คลองหกวา โดยมีคลองเชื่อมต่อหลายสาย ทั้งคลอง 1-5 รวมถึงคลองหม้อแตกและคลองสองฝั่งใต้ ทำให้มีน้ำสะสมจำนวนมาก
กรมชลประทานจึงเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ทางด้านเหนือเข้าสู่คลองรังสิต ก่อนระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยาผ่านระบบประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต ขณะเดียวกันยังมีการระบายน้ำบางส่วนออกทางด้านตะวันออกเข้าสู่พื้นที่นครนายก และเส้นทางระบายลงสู่อ่าวไทย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ระดับน้ำในคลองหกวายังค่อนข้างสูง ทำให้การระบายน้ำทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
นายวีระวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการประเมินปริมาณน้ำฝนสะสมประมาณ 300 มิลลิเมตร สามารถประเมินเป็นปริมาณน้ำท่าได้เกือบ 300 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นพื้นที่เหนือคลองรังสิตประมาณ 130 ล้านลูกบาศก์เมตร และพื้นที่ใต้คลองรังสิตประมาณ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ระบบชลประทานสามารถระบายน้ำออกได้ประมาณวันละ 19-20 ล้านลูกบาศก์เมตร
หากคำนวณจากมวลน้ำทั้งหมด อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 15 วันในการระบายออกจากระบบ แต่ระยะเวลาที่ประชาชนในแต่ละพื้นที่จะเห็นระดับน้ำลดลงแตกต่างกัน โดยพื้นที่ถนนและพื้นที่สูงคาดว่าจะเริ่มกลับมาสัญจรได้สะดวกขึ้นภายในประมาณ 7 วัน ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำหรือมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำระบายออกได้ช้า อาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกประมาณ 10 วัน
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเร่งบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยต้องพิจารณาทั้งการเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ประสบภัยและผลกระทบต่อพื้นที่ปลายน้ำควบคู่กัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของ
แท็กที่เกี่ยวข้อง