สังคม
เร่งล่า! ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกาย สะเดาะกุญแจมือหลบหนี แม่วอนลูกมอบตัว
16 ก.ย. 2569
83 views
ตำรวจเร่งล่า! ผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกาย สะเดาะกุญแจมือหลบหนี ขณะหิ้วส่งศาลจังหวัดสมุย ด้านแม่เผยอยากให้ลูกออกมามอบตัว โทษหนักจะได้เป็นเบา
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงาน ได้มีเพจเฟซบุ๊กของ สภ.บ่อผุด อำเภอเกาะสมุย เผยแพร่เหตุผู้ต้องขังคดีทำร้ายร่างกาย ก่อเหตุสะเดาะกุญแจมือหลบหนี โดยมีการลงรายละเอียด ตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องขัง ชื่อ นายวรินทร ผู้ต้องหาคดี อายุ 26 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ผิวดำแดง ผมยาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว (ไม่สวมเสื้อ) สภ.บ่อผุด จึงแจ้งเตือนภัยและขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบบุคคลที่มีลักษณะต้องสงสัยหรือทราบเบาะแสการหลบหนี สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สภ.บ่อผุด โทร. 077-414567 หรือ 061-3064453 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
จากการตรวจสอบพบว่าจุดที่ผู้ต้องขังใช้หลบหนีอยู่บริเวณพื้นที่ด้านหลังศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่เชื่อมต่อกับบ่อขยะเทศบาลนครเกาะสมุย ในตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างปิดล้อมและเร่งติดตามจับกุมตัวอย่างกระชั้นชิด ซึ่งทราบรายละเอียดว่า ผู้ต้องหาที่คาดว่าได้สะเดาะกุญแจมือตั้งแต่อยู่ในรถควบคุมขัง ได้ฉวยจังหวะโอกาสดังกล่าว หลังจากที่รถยนต์คุมขังของ สภ.บอผุด ได้นำตัวผู้ต้องหาออกมาจาก สภ.บ่อผุด เพื่อนำผู้ต้องขังขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุยทำการฝากขัง เมื่อรถมาถึงด้านหลังศาล นายวรินทร ผู้ต้องขัง หลังจากที่ได้สะเดาะกุญแจแล้ว ได้ฉวยโอกาสลงจากรถแล้ววิ่งหนี เข้าไปยังปาละเมาะซึ่งเป็นป่ารก และมีความลาดชันของหน้าผาหิน ก่อนที่จะวิ่งหลบเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า
โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อผุด ได้ขอกำลังเสริมจากตำรวจ สภ.เกาะสมุย และ ฝ่ายปกครอง อาสาสมัคร ระดมกำลังกันออกค้นหาตามพื้นที่ป่า และอาคารร้าง ที่เชื่อว่าผู้ต้องหาจะใช้เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัวตลอดทั้งวัน ซึ่งการค้นหาก็ยังไม่พบตัวผู้ต้องหารายนี้ แม้จะมีการนำกำลังเดินเท้าค้นหาในป่า โดยในคืนทางเจ้าหน้ายังได้จัดกำลังออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้ที่ผู้ต้องขังหลบหนี ต่างเกิดความกังวล หวาดกลัวอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องขังรายนี้ให้ได้โดยเร็ว หวั่นเกรงถึงความปลอดภัย
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.บ่อผุด ได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณซอยอีสานพัฒนา ในตำบลบ่อผุด อำเภอกาะสมุย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบ นายวรินทร (ผู้ก่อเหตุ) ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายไทย ถูกมีดฟันได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเกาะสมุย เพื่อเข้ารับการรักษา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และดำเนินคดี ตามคดีอาญาที่ 751/2569
ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ร.ต.ท.เพียรธรรม ชูเชิด รอง สว.(ป.) สภ.บ่อผุด เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ทำหน้าที่พลขับ ได้นำตัว นายวรินทร ไปส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย โดยได้ควบคุมตัวและใส่กุญแจมือตามระเบียบ เมื่อเดินทางถึงบริเวณด้านหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาของศาลจังหวัดเกาะสมุย มีตำรวจซึ่งเป็นพนักงานขับรถควบคุมขัง ได้เปิดประตูรถยนต์ควบคุมขัง เพื่อเตรียมนำตัวผู้ต้องขังเข้าไปยังห้องควบคุม ปรากฏว่า นายวรินทรได้วิ่งออกจากรถ และหลบหนีไป
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านจุดเกิดเหตุ ในซอยอิสานพัฒนา ตำบลบ่อผุด พบกับแม่ของผู้ที่ถูกทำร้าย เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุลูกชายของตนนั่งอยู่ในบ้าน จู่ๆ นายวรินทรก็เดินเข้ามาในบ้านตน แล้วใช้อาวุธมีดฟันลูกชายจนได้รับบาดเจ็บที่ฝ่ามือ และแขน รวม 3 แผล ขณะนี้ยังคงรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนสาเหตุเกิดจากเรื่องอะไรก็ยังไม่ทราบ ปกติทั้ง 2 คนรู้จักกันดี เพราะอยู่ตรงกันข้ามกัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เล็ก ก็ไม่รู้เกิดจากสาเหตุอะไร นายนรินทร ถึงได้เอาอาวุธมีดมาฟันลูกชาย พอมาทราบข่าวว่านายนรินทรหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็รู้สึกกลัว อยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมให้ได้
ในขณะที่ นางแก้ว แม่ของนายวรินทร ผู้ต้องหารายนี้ บอกว่าหลังทราบว่าว่าลูกชายหลบหนีการควบคุมของเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก อยากให้ลูกมามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทษจะได้เป็นเบา ไม่ต้องหลบหนี ยอมรับโทษในสิ่งตัวเองก่อขึ้น
นางแก้ว เล่า นายนรินทรเมื่อก่อนก็ทำงานดี แต่ระยะ 4-5 ปีมานี้ ไม่ได้ทำงาน เป็นคนเก็บตัวเงียบอยู่แต่ที่บ้าน ไม่ออกไปไหน หรือพบปะกับใคร ตนเองเคยคุยกับลูกว่าจะพาไปหาหมอ เพราะคิดลูกอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ก็มาเกิดเหตุการณ์นี้เสียก่อน ก็อยากขอร้องให้ลูกมอบตัวอย่าได้หลบหนี
ซึ่งนางแก้วเองก็ยอมรับว่าเสียใจกับการที่ลูกชายไปทำร้ายร่างการเพื่อนบ้าน ตัวนางแก้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ไปเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บ และช่วยเหลือเยี่ยวยาผู้บาดเจ็บเท่ากำลังที่มีพอจะช่วยเหลือได้ เพราะทั้งฝ่ายเป็นเพื่อนที่ดีกันมา รู้จักกันมานานหลายปี แต่เหตุที่เกิดขึ้น ผู้เป็นแม่ทั้ง 2 ฝ่ายก็ไม่มีใครทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร นายนริทรถึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้เสียหายในครั้งนี้
แท็กที่เกี่ยวข้อง ผู้ต้องขังหลบหนี