อาชญากรรม

ตำรวจลงพื้นที่เจรจา “ยายตัวตึง” ขี่รถเร่งมรดกลงถนน จ่อแจ้ง 3 ข้อหา คนไว้ใจไขความจริง

5 ชั่วโมงที่แล้ว

282 views

ตำรวจลงพื้นที่เจรจา “คุณยายตัวตึง” ขี่รถเร่งมรดกซิ่งบนถนนย่านบางแค จ่อแจ้ง 3 ข้อหา ด้านคนไว้ใจเล่า ยายเป็นคนสันโดษ-ไม่เอาใคร เผยเคยเตือนแล้ว ยายรับปากแต่แอบขี่ไปอีก

ทีมข่าวลงพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค กทม. ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายวัย 85 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “คุณยายสล็อต” หรือ “ตัวตึงประจำหมู่บ้าน” ที่ขี่รถสามล้อไฟฟ้าในลักษณะสุ่มเสี่ยง เช่น การขับขี่กินเลนบริเวณกลางถนน จนสร้างความกังวลใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนและชาวเน็ตที่พบเห็นนั้น โดยบ้านหลังเกิดเหตุของคุณยายเป็นบ้านไม้สองชั้น

ทั้งนี้เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา ตำรวจ สน.หลักสอง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาชุมชน สำนักงานเขตบางแค ลงพื้นที่ไปที่หน้าบ้านของคุณยายที่ปรากฏภาพขับรถสามล้อหวาดเสียว โดยอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ย่านบางแค

โดยเจ้าหน้าที่เคาะประตูขออนุญาตเข้าไปในบ้าน เพื่อเจรจาด้วย แต่กลับถูกคุณยายปฏิเสธไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมตะโกนต่อว่าด้วยอารมณ์ไม่พอใจ

ขณะที่ทีมข่าวได้คุยกับคุณโจ หนึ่งในวินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่ตรงข้ามบ้านคุณยาย บอกว่า วันนี้ยังไม่เห็นคุณยายออกจากบ้านไปไหน

คุณโจ เล่าว่า เห็นคุณยายขี่รถสามล้อออกไปทุกวัน ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้า หรือร้านสะดวกซื้อบ้าง ซึ่งความอันตรายก็คือ คุณยายขี่เลนกลางบ้าง ขี่ย้อนศรบ้าง เอาเท้าขึ้นมาบ้าง แต่หลายครั้งตักเตือนก็ไม่ได้ ก็จะถูกด่า บางครั้งเคยออกจากบ้านมาแล้วด่าก็มี เคยมีคนเตือนแกกลางถนน ก็ด่าพ่อ ด่าแม่ ด่าหยาบคาย

แม้แต่เมื่อช่วงสายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมา ก็ถูกตะโกนด่าเช่นเดียวกัน ซึ่งจนถึงตอนนี้ตั้งแต่เช้ามา ก็ยังไม่ได้ออกจากบ้าน สงสัยแกน่าจะกลัวว่าจะถูกจับตัวไป

ทั้งนี้ ที่ทราบมา คุณยายเคยยกที่ให้วัด แต่ไม่ทราบว่าวัดอะไร และเดิมคุณยายเป็นพนักงานการรถไฟ และอาศัยอยู่บ้านหลังนี้มานานแล้ว

ขณะที่ทีมข่าวได้คุยกับคุณเอ (นามสมมติ) 1 ในคนที่คุณยายไว้ใจ และให้ซื้อกับข้าวให้ เล่าว่า เพิ่งมาช่วยดูแลคุณยายในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยแท้จริงแล้วคุณยายไม่ได้ถูกลูกหลานทอดทิ้งตามที่สังคมเข้าใจ แต่คุณยายเป็นคนที่มีนิสัยรักอิสระ ชอบพึ่งพาตัวเอง และไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากใคร มีลักษณะเป็นคน Introvert อย่างมาก ไม่ยอมให้ใครเข้ามาวุ่นวายในบ้าน หรือใช้ชีวิตร่วมด้วย แม้กระทั่งลูกหลานที่พยายามจะเข้ามาดูแล ก็มักจะถูกคุณยายปฏิเสธ และต่อว่ากลับไปเสมอ จนทำให้ต้องยอมถอยออกไปห่างๆ

ส่วนภาพคลิปที่ปรากฏ เป็นเหตุการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดยคุณยายได้ขี่รถสามล้อไฟฟ้าออกไปกลางถนนใหญ่ในเลนกลาง เพราะคุณยายต้องการออกไปจัดการเรื่องสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง แผ่นสังกะสีเพื่อนำมาซ่อมแซมรั้วบ้านด้วยตนเอง ทั้งที่คุณเอได้สั่งซื้อให้แล้ว และเคยห้ามปรามไว้แล้ว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเลิกเรียนที่รถติดขัด แต่คุณยายก็แอบขับออกไปจนได้ ซึ่งปกติแล้วคุณยายมักจะขับชิดซ้าย แต่วันดังกล่าวไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงขับขี่อยู่กลางถนน

หลังจากนั้นก็ถูกแชร์ในเพจต่างๆ ตนก็บอกคุณยายไป ซึ่งยายก็รับปากแล้วว่า “ไม่ขี่แล้ว” แต่บางทีเคยพูดแบบนี้หลายครั้งก็ยังแอบออกไป

วันนี้ เมื่อช่วงสายทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง ซึ่งเห็นคลิปที่ปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์จึงได้เดินทางมาที่บ้าน โดยแจ้งว่าปัญหาคือการขับขี่ที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลัก ทางผู้ดูแลจึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง เพื่อหาทางแก้ไข โดยเสนอให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือแจ้งเตือนเกี่ยวกับกฎจราจร ข้อบังคับ บทลงโทษเรื่องการปรับและการยึดยานพาหนะ หากมีการฝ่าฝืน เพื่อนำมาอธิบายให้คุณยายเกิดความเกรงกลัวและยอมปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจรได้รับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้ว

พร้อมกันนี้ ทางจราจร สน.หลักสอง ก็บอกว่า หากพบเห็นคุณยายขับรถออกไปนอกบ้านอีก ให้ประสานมา เพื่อจะส่งกำลังเข้าไปดูแลความปลอดภัย

สำหรับรถสามล้อไฟฟ้าคันดังกล่าว คุณยายเป็นคนเก็บเงินซื้อด้วยตนเองมาตั้งแต่ที่รถไฟฟ้าเริ่มมีขายยุคแรกๆ ในราคาหลายหมื่นบาท และใช้งานมานานนับสิบปี ในอดีตคุณยายสามารถขับขี่ และเดินทางได้ตามปกติ แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเริ่มถดถอย

ประกอบกับเมื่อปีที่ผ่านมา คุณยายเคยประสบอุบัติเหตุถูกรถเกี่ยวจนได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้คุณยายเกิดความหวาดระแวงและมีความคิดสับสน บางครั้งก็เชื่อว่ามีสิ่งลี้ลับชหรือมีคนจ้องจะทำร้ายตนเอง

ส่วนประเด็นเรื่องมรดก และทรัพย์สินของคุณยายนั้น ยืนยันว่า ลูกหลานของคุณยายต่างมีฐานะ และมีมรดกของตัวเองอยู่แล้ว ไม่ได้หวังทรัพย์สินของคุณยายตามที่มีกระแสข่าวลือ อีกทั้งคุณยายเองเคยแจ้งกับคุณเอว่า ได้แจ้งความประสงค์บริจาคร่างกายให้กับโรงพยาบาลศิริราช จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าคุณยายไม่ได้เป็นผู้สูงอายุที่ขาดการเหลียวแล แต่เป็นเรื่องนิสัยส่วนตัวที่คุณยายเลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบนี้เอง

ทางด้าน พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุจึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยตำรวจเตรียมกล่าวโทษไว้ 3 ข้อหา คือนำรถที่ไม่ได้จดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาใช้ในทางจราจร, กีดขวางทางจราจร และขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่

อย่างไรก็ตาม จะใช้หลักกฎหมายอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีอายุกว่า 80 ปี พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ช่วยเหลือตัวเองค่อนข้างลำบาก ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่จะเข้าไปพบคุณยายอีกครั้ง เพื่อพูดคุยเจรจาและพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการตามกฎหมายในข้อใดบ้าง ตาม พ.ร.บ.จราจร

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ยายตัวตึง ,รถเร่งมรดก

คุณอาจสนใจ