สังคม

เพื่อนวัยรุ่นจะแนะ ชี้จุดเกิดเหตุถูก ฮ.ยิง ยันเห็น ฮ.บิน ก่อนเสียงปืนดัง พบรอยกระสุนบนถนน 10 จุด

7 ชั่วโมงที่แล้ว

298 views

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 69 นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง นำผู้สื่อข่าวตรวจสอบจุดเกิดเหตุที่ นายซอและ อายุ 21 ปี ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค. 69 โดยมีเพื่อนอีก 3 คน ที่เดินทางไปด้วยกันได้ชี้จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนทางไปหมู่บ้านไอยือรุส

จากสภาพที่เกิดเหตุเป็นถนนที่เป็นทางโค้งขึ้นเนินเขา สองข้างทางเป็นป่า โดยเยาวชน 3 คน ชี้ให้ดูจุดเกิดเหตุที่นายซอและ ถูกยิง และมีร่องรอยกระสุนบนถนน ประมาณ 10 จุด เป็นจุดที่มองเห็นต้นไม้ไผ่บนเนินเขา แม้จะเป็นช่วงกลางคืน แต่ทั้ง 3 คน บอกว่ามองเห็นว่าเป็นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะมีเสียงปืนดัง และนายซอและ ถูกยิงเข้าที่ท้อง มีร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ พวกตนมาด้วยกัน 4 คน รถจักรยานยนต์ 3 คัน ต้องทิ้งรถจักรยานยนต์ 2 คัน แล้วพากันซ้อน 4 คน มาในคันเดียว เพื่อพา นายซอและ มาขอความช่วยเหลือที่ อบต.ช้างเผือก โดยเพื่อน 1 คน ได้โทรแจ้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยเหลือ

จากการตรวจสอบร่องรอยกระสุน ผู้สื่อข่าวได้ใช้นิ้ววัด พบว่ากว้างและยาวประมาณ 8-9 ซม. และบางรอยที่ขนาดเล็ก 4-5 ซม. อยู่บริเวณกลางถนน จุดที่นายซอและ ถูกยิง 3 นัด ห่างออกมาริมถนนอีก 1 นัด รวมแล้วประมาณ 10 นัด ขณะที่สภาพสองข้างทางเป็นป่าที่เป็นเนินเขา อีกข้างเป็นทางลงคลอง เพื่อนนายซอและ ยืนยันว่าไม่ได้ให้การว่าเป็นการยิงจากข้างทาง เพราะสิ่งที่เห็นมีเฮลิคอปเตอร์บิน และมีเสียงปืนดังจากที่สูง ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากสภาพที่เกิดเหตุ

"พวกผมก็ยกมือว่าไม่ได้ทำผิด ไม่มีเจตนาอะไร ตอนยกมือก็มีเสียงปืนยิงลงมา แล้วซอและถูกยิงบาดเจ็บ ส่วนผมจอดมอเตอร์ไซค์หลบอยู่ข้างทาง และเห็น ฮ.บินอยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความมืดไม่ได้เห็นคนบน ฮ. ซึ่งผมไม่รู้ว่าใครยิง แต่ยืนยันได้ว่ายิงจากข้างบน เพราะ ฮ.อยู่ข้างบนเรา" เพื่อนนายซอและ กล่าว พร้อมยืนยันว่า พวกเขาพร้อมพิสูจน์ความจริง จึงอยากให้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรม ซึ่งไม่ได้กล่าวหาว่าทหารยิง แต่เมื่อมีคนบาดเจ็บ และมีร่องรอยกระสุนปืนในที่เกิดเหตุจริงก็ต้องพิสูจน์ หรือหาตัวผู้ก่อเหตุให้ได้

ด้าน นายนูเซ็ง ลาเต๊ะ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า นายซอและ เล่าเหตุการณ์ตรงกับเพื่อนทั้ง 3 คน ว่าหลังเดินทางกลับจากตั้งแคมป์ ได้แวะกินกาแฟที่ร้านในบ้านดุซงญอ และเจอกับเพื่อนในช่วง 2 ทุ่ม โดยก่อนหน้านั้นช่วงทุ่มกว่า ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะเปียกฝน ส่วนเพื่อนอีกคนที่มาจากหมู่บ้านไอยือรุด เมื่อรู้ว่ามีเหตุการณ์ที่ อบต.ช้างเผือก ทั้ง 4 คน จึงตัดสินใจขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้านด้วยกัน โดยมีรถจักรยานยนต์ 3 คัน นายซอและ เป็นคนขับ มีเพื่อนอีก 1 คน ซ้อนท้าย และเมื่อผ่านด่านตรวจ สภ.จะแนะ ช่วง 3 ทุ่มกว่า ก็ถูกตรวจค้นไม่พบอาวุธใดๆ ทั้ง 4 คน ก็เดินทางต่อมาจนผ่านหน้า อบต.ช้างเผือก และเลี้ยวเข้าถนนทางไปหมู่บ้านไอยืดรุด ห่างจาก อบต.ประมาณ 3 กม.

ระหว่างทาง เริ่มมีเฮลิคอปเตอร์บินตามมาด้านหลัง พวกเขาเห็นแล้วแต่ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้กระทำผิด และต้องการกลับบ้าน แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุ มีเสียงปืนดังครั้งแรก พวกเขาได้จอดรถจักรยานยนต์เพื่อดูเหตุการณ์ เมื่อเสียงปืนเงียบ จึงขี่รถจักรยานยนต์ต่อ ห่างกันประมาณ 100 เมตร เป็นทางขึ้นเนินและมีทางโค้ง จะมองเห็นเฮลิคอปเตอร์บินมาด้านหน้า และมีเสียงปืนดัง พวกเขาจึงจอดรถและยกมือขึ้นสูง เป็นสัญลักษณ์ยอมจำนน จากนั้นก็มีเสียงปืนและนายซอและถูกยิง เพื่อนๆจึงพากันขึ้นรถจักรยานยนต์คันเดียว 4 คน ขับออกมาจากจุดเกิดเหตุ ส่วนเฮลิคอปเตอร์ก็บินออกไป โดยเพื่อนคนหนึ่งโทรหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านว่า นายซอและถูกยิง จึงพากันนำตัวนายซอและ ไปที่ อบต. เพื่อพบกับผู้ใหญ่บ้าน แล้วนำส่งโรงพยาบาลจะแนะ

นายนูเซ็ง เล่าอีกว่า ช่วงหลัง 2 ทุ่ม ที่อบต.ถูกเผา ตนได้ไปช่วยระงับเหตุ จากนั้นในช่วง 3 ทุ่มเศษๆ เริ่มมีเฮลิคอปเตอร์บิน มารอบแรก จนเห็นรถจักรยานยนต์ของกลุ่มน้องๆขับผ่าน จึงสอบถามว่าไปไหนว่า น้องๆบอกว่าไปเที่ยวมา จากนั้นก็เห็นเฮลิคอปเตอร์มารอบ 2 แล้วได้ยินเสียงปืน แต่ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น ซึ่งช่วงได้ยินเสียงปืน ก็ได้สอบถาม ชรบ.ว่าเกิดขึ้นจุดไหน โดย ชรบ.บอกว่าน่าจะมีเสียงมาจากริมคลอง จึงให้ ชรบ.หลบให้ปลอดภัย จนกระทั่งกลุ่มน้องๆ ทั้ง 4 คน ขี่รถจักรยานยนต์กลับมาพร้อมนายซอและที่บาดเจ็บ จึงนำตัวไปส่งโรงพยาบาลจะแนะ เพื่อนนายซอและ ยืนยันว่า พวกเขาไม่ใช่คนร้าย เป็นชาวบ้านธรรมดา เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงอยากขอความยุติธรรม และไม่สบายใจที่มีการกล่าวหาว่าพวกตนพูดโกหก เพราะไม่ได้โกหก อยากให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายนูเซ็ง กล่าวด้วยว่า ตนในฐานะผู้ใหญ่บ้านถือเป็นคนกลางที่ได้ฟังข้อเท็จจริงจากลูกบ้านทั้ง 4 คน ยืนยันได้ว่า ทั้ง 4 คน อยู่ในพื้นที่ ไม่ได้ยุ่งกับการเกิดเหตุ เพราะเด็กเป็นกลุ่มที่ชอบไปเที่ยว และเมื่อเด็กถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ตนก็ช่วยเหลือ และเด็กๆก็เล่าตามข้อเท็จจริง จึงต้องตรวจสอบ เพราะไม่อยากให้ชาวบ้านเกิดความหวาดระแวงกับเจ้าหน้าที่รัฐอีก

"เฮลิคอปเตอร์ใหญ่ ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เมื่อเกิดเหตุที่ข้อเท็จจริงไม่ตรงกัน ก็ต้องตรวจสอบ ซึ่งเด็กทั้ง 4 คน ก็เล่าข้อเท็จจริงแบบนี้ตั้งแต่ต้น รวมถึงชาวบ้านก็พูดเช่นนี้ ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ก็อยากให้มีสื่อกลางมาตรวจสอบ ไม่อยากให้ผู้บริสุทธิ์ต้องกลายเป็นผู้ร้าย ถ้าหาข้อสรุปได้ก็ยิ่งดี เพราะไม่อยากให้เด็กๆเสียขวัญ" ผู้ใหญ่บ้านนูเซ็ง กล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ป่วนใต้ ,3จังหวัดชายแดนใต้

คุณอาจสนใจ

Related News