เลือกตั้งและการเมือง

“ไอลอว์” เปิด 9 รายชื่อเอี่ยวโกง สว. นักการเมืองภูมิใจไทย รวม “อนุทิน” ด้าน “พริษฐ์” หวั่นน้ำเงินอ่อนช่วยน้ำเงินเข้ม

8 ชั่วโมงที่แล้ว

102 views

“ไอลอว์” เปิด 9 รายชื่อ “อนุทิน-รัฐมนตรี-นักการเมืองพรรคภูมิใจไทย” เอี่ยวโกง สว. ด้าน “พริษฐ์” จี้ กกต.เร่งส่งฟ้องศาลฎีกา 229 ผู้ถูกกล่าวหา หวั่น ตัดตอน-เป่าคดี สังเวยน้ำเงินอ่อนช่วยน้ำเงินเข้ม ลุยตรวจสอบ-เตรียมถกพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นซักฟอกรัฐบาล

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับมอบหลักฐานจาก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ในคดีโกงเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา (สว.)ที่เกี่ยวโยงกับนักการเมือง

โดยนายยิ่งชีพ กล่าวว่า เราได้เก็บข้อมูลการเลือกสว. มาตลอดตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และเรียกร้องให้กกต.ชุดนี้ ที่ไม่มีความชอบธรรมในเรื่องของที่มาเพราะกกต.ชุดนี้มาจากสว.และกำลังทำหน้าที่ตรวจสอบสว.อยู่ ดังนั้นต้องการให้กกต.ชุดนี้ไม่ต้องใช้ดุลพินิจเยอะแต่ทำหน้าที่เป็นเพียงบุรุษไปรษณีย์ เพื่อให้ครบกระบวนการและส่งคดีของสว. ทั้ง 138 คนและเครือข่ายรวม 229 คนฟ้องต่อศาลฎีกาให้เร็วที่สุด

นอกจาก กกต.ที่จะทำหน้าที่พิจารณาเรื่องนี้แล้ว มองว่ายังมีฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเป็นหลัก และบุคคลสำคัญในรัฐบาลจำนวนมากตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ด้วย และกำลังถูกดำเนินคดีและมีโอกาสที่จะลอยนวลด้วยน้ำมือของกกต. จึงนำเข้ามูลมาเสนอต่อวิฝ่ายค้านและช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล

โดยข้อมูลที่นำมาในวันนี้ มีข้อมูลรัฐมนตรีและสส.รวม 9 คน คือ 1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในปี 67 ระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภา เป็นรองนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งในระหว่างการเลือกสมาชิกวุฒิสภามีพยานกลุ่ม 14 พบนายอนุทิน ที่อาคารรัฐสภา เพื่อขอให้ช่วยในการเลือก สว. แต่นายอนุทิน มีการรักษาท่าทีโดยให้หมายเลขโทรศัพท์ของคนที่เกี่ยวข้องและให้ไปคุยกันเอง เมื่อโทรไปคุยบุคคลปลายสาย คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย ที่เป็นผู้จัดการประสานงาน และนอกจากนี้เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 67 มีพยานยืนยันหลายคนว่าได้พบ นายอนุทิน ไปนั่งพูดคุยกับ สว.จำนวนมากกว่า 100 คน ที่โรงแรมพูลแมนฯ ซอยรางน้ำ หลังจากการประชุมครั้งนั้นได้ผลลัพธ์ว่าจะเลือกให้ใครเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา 2 คน แล้วเมื่อวันเลือกจริงผลก็ออกมาเป็นไปตามนั้น

2. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เป็น สส.บุรีรัมย์ มาแล้วหลายสมัยและบุคคลในครอบครัวก็อยู่ในแวดวงการเมือง และที่สำคัญนายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายก็เป็นสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน พยานในจังหวัดภาคอีสานได้เล่าว่ากระบวนการก่อนการเลือกสว.ถูกเชิญไปที่ โรงแรมณัฐพงษ์แกรนด์ หนองบัวลำภู พบผู้สมัครสว.คนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการ การประชุมและประกาศในที่ประชุมว่าเป็นคำสั่งของนายทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ให้แบ่งรายชื่อกันให้ชัดเจนว่าใครอยู่กลุ่มไหนใครเป็นใคร และจะนำรายชื่อทั้งหมดส่งให้นายทรงศักดิ์ ทราบและได้รับแจ้งว่าให้ไปนั่งพักในห้องพักที่โรงแรมจะมีคนของนายทรงศักดิ์ นำค่าตอบแทนไปให้ แต่สุดท้ายพยานคนนี้ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. ไม่ได้มาทำงาน แต่ได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนของผู้ช่วย สว.

3. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือก สว.นายภราดร เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พยานคนหนึ่งที่เคยเป็นสส.ของพรรคภูมิใจไทยได้ออกมาเล่าว่า มีคณะกรรมการบริหารพรรคที่เป็นคนรุ่นใหม่ นำโดยนายภราดร เป็นคนศึกษาข้อมูลและออกแบบกลไกกระบวนการที่ต้องวางแผนส่งผู้สมัครไปลงตามจังหวัดต่างๆ โดยเน้นไปที่จังหวัดที่มีอำเภอน้อย เพื่อเสนอต่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและขอเงินสนับสนุน ต่อผู้สมัครคนละ 10,000 บาท สำหรับผู้สมัครที่เข้ารอบไปถึงระดับประเทศได้จะได้รับเงินสนับสนุนคนละ 40,000 บาท

4. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล น้องชายของนายภราดร พยานคนหนึ่งเล่าว่า ผู้ช่วย สส.ของนายกรวีร์ ทำหน้าที่ขับรถพาผู้สมัครสว.ในขณะนั้น ไปที่โรงแรม จังหวัดนครนายกเพื่อเข้าร่วมประชุมเตรียมการเลือกร่วมกับผู้สมัคร สว.อีกจำนวนหนึ่ง เมื่อเสร็จจากที่จังหวัดนครนายกก็พาไปต่อที่โรงแรมมารวยการ์เด้น เพื่อให้ผู้สมัครจังหวัดอ่างทองเดินทางมาพัก ก่อนการเลือกระดับประเทศ

5. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เมื่อสมัยปี 62-66 นายพิพัฒน์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แต่งตั้งที่ปรึกษารัฐมนตรีคือนายพิบูลย์อัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง 2 คนนี้ นอกจากจะเคยทำงานด้วยกันแล้วยังมีสถานะเป็นลูกพี่ลูกน้องกันด้วย พยานยังให้ข้อมูลว่าภรรยาของนายพิพัฒน์ ยังมีความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นเครือญาติเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนายประเทือง มนตรี และลูกชายของนายประเทือง เป็นผู้ประสานงานให้ผู้สมัครทุกคนมาพูดคุยกันที่โรงแรมอัศวินก่อนที่จะมีการเลือกระดับประเทศ แล้วยังมีพยานพบว่าภรรยานายพิพัฒน์ พร้อมลูกสาวได้เข้าร่วมเพื่อเตรียมการเลือกสว.ที่โรงแรมธาราแกรนด์ปทุมธานีด้วย

6.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในระหว่างการเลือกสว. นายนภินทร เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีผู้สมัครสว. ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม เปิดเผยว่าได้เข้าพบนายนภินทรที่ห้องทำงานที่กระทรวงพาณิชย์ แล้วนายนภิณทร ได้พูดคุยตกลงและขอให้ลงชื่อในใบลาออกของสว.เตรียมเอาไว้ ซึ่งคนใกล้ชิดกับนายนภิณทรก็บอกว่ามีการขอเข้าพบนายนภิณทรจริงแต่ไม่ทราบรายละเอียดว่ามีการช่วยเหลือกันจริงหรือไม่



7. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พยานเปิดเผยว่าสามีของนางสุขสมรวย ได้มาชักชวนให้ไปเป็นผู้สมัครสว.ในจังหวัดอำนาจเจริญและได้จ่ายเงิน 6,000 บาทเป็นค่าป่วยการ ระหว่างนั้นยังมีการจัดประชุมที่รีสอร์ทสุขสำราญ จังหวัดอำนาจเจริญด้วย และยังพบว่ามีคนนามสกุลเดียวกับนางสุขสำรวย ลงสมัครกลุ่มสตรีทั้งที่จังหวัดอำนาจเจริญและจังหวัดสงขลา จึงไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับนางสุขสมรวยหรือไม่

8. นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ก่อนวันเลือกสว. มีเงินโอนเข้าบัญชีนายพิชัย จำนวน 500,000 บาท พยานที่เป็นผู้โอนเงินบอกเพียงว่าเป็นเพียงการยืมเงินกัน จึงอยากให้ตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไร และยังพบข้อมูลว่านายสุบินศักดาผู้ช่วยสส.ของนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีฟอกเงินของ DSI เพราะมีการโอนเงินเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงการเลือกสว เป็นการโอนเงินให้กับผู้สมัครสว.จำนวน 1 และยังมีพยานบอกว่าพบกับการกระทำ ผู้ช่วยสส.อีกคนหนึ่ง ของนายพิชัยที่ขับรถพาผู้สมัครสว.จำนวนกว่า 10 คนไปสมัครที่อำเภอท่าช้างจังหวัดสุราษฎร์ธานี และยังพบข้อมูลทางการเงินของเสมียนพรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานีเขต 6 ที่ทำงานร่วมกับนายพิชัยตกเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน คนนี้ได้โอนเงินหลักหมื่นบาทและหลักแสนบาทหลายครั้งในระหว่างเดือนพฤษภาคมและ มิถุนายน 67 และเป็นการโอนให้กับผู้สมัครสว.ด้วย

9. นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธาน สภาผู้แทนราษฎรวุฒิ ที่ปรากฏอยู่ในคลิปงานเลี้ยงสว. ที่จังหวัดนครพนม และเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่านี่คือ"สว.สีน้ำเงิน" พยานหลายคนจากจังหวัดนครพนมยืนยันว่าพบกับนายศุภชัย ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดอยุธยาในช่วงก่อนวันเลือกสวและนายศุภชัยได้อยู่ในห้องที่มีกระบวนการคุยกันจัดทำโพยและสั่งให้ผู้สมัครแต่ละคนตีตารางและจดหมายเลขที่ต้องเลือกลงไปด้วย นายศุภชัย ยอมรับกับพนักงานสอบสวนแล้ว ว่าได้เดินทางไปที่โรงแรมนั้นจริง โดยบอกเพียงว่าให้กำลังใจผู้สมัคร สว. และได้เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วยแต่ปฏิเสธว่าไม่มีการทำโพยฮั้วเกิดขึ้น

ดังนั้น จึงฝากให้ฝ่ายค้านตรวจสอบเรื่องนี้ว่าบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดที่มีพยานพูดซ้ำไปซ้ำมา ทั้งหมดนี้เป็นความจริงหรือไม่แล้วถ้าเป็นความจริงจะถือว่ารัฐบาลชุดนี้ ที่ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีประวัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตเป็นรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและน่าไว้วางใจได้หรือไม่เพียงใด ในระหว่างที่เราพึ่งพากกต.ที่ไม่เป็นอิสระไม่มากจึงต้องขอฝ่ายค้าน ฝากให้ตรวจสอบด้วย

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณไอลอว์ที่ได้นำข้อมูลมาให้กับฝ่ายฝ่ายค้านในวันนี้ ขอให้คำมั่นสัญญากับภาคประชาชนและประชาชนทุกคนว่าเราในฐานะฝ่ายค้านจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในในการตรวจสอบคดีการโกงสว.ให้ดีที่สุด ทั้งในฐานะสส.พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า จากข้อมูลที่นายยิ่งชีพพูดเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ฝ่ายค้าน ได้พูดมาตลอด ว่ากระบวนการโกงสว.ไม่ใช่กระบวนการเล็ก ไม่ได้ถูกจัดทำเพียงแค่ผู้สมัคร สว. เพียงไม่กี่คน แต่เป็นขบวนการขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง ข้อมูลหลายอย่างที่นายยิ่งชีพได้พูด มีบางส่วนที่สอดรับกับข้อมูลที่พยานได้พูดในเวทีของวิปฝ่ายค้าน (12 ก.ค.) บางรายชื่อไม่ว่าจะเป็น นายทรงศักดิ์ นายศุภชัย โพธิ์สุ หรือนายพิพัฒน์ก็เป็นรายชื่อที่ปรากฏอยู่บนเวทีของวิฝ่ายค้าน แต่ก็ยังมีข้อมูลอีกหลายส่วนที่เป็นข้อมูลใหม่ที่วิปฝ่ายค้านจะรับมาดำเนินการต่อไป

“แต่ทั้งหมดนี้มันยืนยันว่าขบวนการนี้ เป็นขบวนการที่คาดว่าจะมีเครือข่ายนักการเมือง และพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลัง และสิ่งที่อยากเชิญชวน สังคมร่วมกันจับตา คือการตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอนให้เรื่องนี้ไปไม่ถึงศาล ซึ่งขบวนการตัดตอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การที่กกต. ยกคำร้องทั้ง 229 คน”

นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า สิ่งที่เรากังวลใจคืออาจจะมีการตัดตอนอีก 3 ประการ ที่เราต้องทำเต็มที่ไม่ให้เกิดขึ้น

ประเภทที่ 1 คือ การตัดตอนให้เหลือเฉพาะผู้ปฏิบัติการ เพื่อทำให้เครือข่ายนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลังในระดับสั่ง บริหารจัดการไปไม่ถึงศาล ซึ่งจากฟัง ข้อมูลทั้งพยานหลักฐาน และข้อมูลที่ไอลอว์ได้ยื่นในวันนี้บ่งชี้ชัดว่าขบวนการนี้ต้องอาศัยการวางแผนที่ค่อนข้างซับซ้อนมีเส้นเงินและปริมาณเงินที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากได้กลุ่มผู้สมัคร สว.เท่านั้น แต่คาดว่าจะต้องมีขบวนการของเครือข่ายนักการเมืองอยู่บ้างหลัง

ประการที่ 2 คือ ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต.ตัดตอนส่งให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัด เพราะจากที่ฟังรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดการคำนวณเชิงคณิตศาสตร์จะเห็นว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อเป็นขบวนการที่ครอบคลุมไปหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นการที่กกต. ออกมาให้ข้อมูลว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังพิจารณาคดีนี้ เป็นรายจังหวัดนั้นก็สร้างความกังวลใจ ว่าตกลงแล้ว กกต. กำลังจะเดินหน้าไปสู่การตัดตอนให้เรื่องไปถึงศาลแค่บางจังหวัดที่หลักฐานชัดมากกว่าจังหวัดอื่นหรือไม่ เราหวังว่า กกต. จะไม่ทำเช่นนั้นและเล็งเห็นเหมือนอย่างที่เราและสังคมเห็นว่าขบวนการนี้จะสำเร็จได้ในเชิงคณิตศาสตร์ต้องอาศัยขบวนการที่ครอบคลุมหลายจังหวัด ดังนั้นจึงควรส่งเรื่องไปยังศาลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทุกจังหวัดที่มีหลักฐานทั่วประเทศ

ประการที่ 3 คือ ต้องตรวจสอบไม่ให้ กกต. ตัดตอน ในลักษณะเป็นการสังเวยกลุ่มน้ำเงินอ่อน เพื่อปกป้องกลุ่มน้ำเงินเข้ม เพราะที่ผ่านมาจะเห็นรอยร้าว ระหว่างสีน้ำเงินกันเองก็มีปรากฏให้เห็นอยู่ สิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการเลือกตัดตอนน้ำเงินอ่อนที่อยู่ไกลศูนย์อำนาจ ส่งเรื่องบุคคลเหล่านั้นไปที่ศาล เพื่อหวังจะปกป้องน้ำเงินเข้มที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจที่แท้จริง ทั้งที่ความจริงแล้วต้องมีการสั่งฟ้องรวมกลุ่มน้ำเงินเข้มด้วยเช่นกัน

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้พรรคฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกที่มีในการตรวจสอบเรื่องนี้ ถึงแม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม แต่เมื่อเปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ ทุกกลไกและทุกเครื่องมือที่เรามีจะนำมาใช้ในการตรวจสอบเรื่องนี้ รวมถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่เราตั้งใจจะใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลทุกเรื่อง แต่ก่อนจะถึงเวลาเปิดสมัยประชุม ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ เราต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการใช้กลไกทั้งในและนอกสภาที่มีอยู่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยขอเชิญชวนประชาชนไม่กระพริบตาต่อการทำหน้าที่ของ กกต. และให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

ทั้งนี้ ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านวันนี้ (21 ก.ค.) ได้เห็นตรงกันว่าจะมีการจัดงานเสวนาอีกครั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 26 ก.ค.นี้ จะมีพยานบุคคลใหม่ๆ จากหลายจังหวัดเพื่อจะได้ร่วมร่วมกันตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเข้มข้นและชัดเจนมากขึ้น

นายพริษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังมีข้อกังวลใจเกี่ยวกับผลการประเมินการทำงานของนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ให้ทำหน้าที่ต่อ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่านายแสวงได้คะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ หากสรุปปัญหานี้ในหนึ่งประโยค ตนคิดว่าคือการที่เรามีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระจากประชาชน

หากถามประชาชนว่าพอใจกับการทำหน้าที่ของ กกต. หรือไม่ตนเชื่อว่าประชาชนจำนวนมากคงตอบได้ชัดเจนว่าไม่พอใจไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินคดีโกง สว.ที่ล่าช้ารวมถึงการเตรียมการเลือกตั้งปี 2569 ที่เริ่มต้นเตรียมการมาแต่ปี 2568 และยังมีข้อพิรุธ ในการเลือกตั้งปี 2569 ที่เกิดขึ้น เช่นกรณีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ส่งผลกระทบต่อหลักการการออกเสียงลงคะแนน แต่แม้ว่าสังคมส่วนใหญ่อาจจะไม่พอใจกันทำหน้าที่ของกกต. แต่กลายเป็นว่าประชาชนแทบจะไม่มีช่องทางที่จะตรวจสอบกกต. ได้ช่องทางที่ประชาชนเคยมีในการเข้าชื่อถอดถอนโดยรัฐสภานั้นก็ถูกดึงออกไปโดยรัฐธรรมนูญปี 2560 ตอนนี้กลายเป็นว่าองค์กรอิสระอย่างเช่นกกต.ก็เหลือเพียงแค่วิธีการประเมินกันเองปกป้องกันเอง มาถึงกรณีนี้แม้ว่าจะประเมินไม่ผ่านก็สามารถทบทวนการประเมินเพื่อปกป้องกันเองได้อีกตนจึงอยากให้คำสัญญาว่าทางพรรคฝ่ายค้านจะใช้ทุกกลไกของสภาที่มีประสานงานกับคณะกรรมาธิการชุดต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไปและตนเชื่อว่าเอกสารชิ้นสำคัญที่จะเสนอให้มีการเรียกจากกกต.และหากกกต. เปิดเผยมาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการตรวจสอบ คือสัญญาว่าจ้างนายแสวงในฐานะเลขาธิการกกต. นั่นจะเป็นหนึ่งในเอกสารที่จะขอและเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบต่อไป

เมื่อถามว่า ในสมัยประชุมหน้าจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องโกงส.ว. หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่าเราตั้งใจจะใช้ทุกกลไกของสภาในการตรวจสอบ สิ่งที่ตนเปิดเผยได้คือเรามีความตั้งใจว่าในสมัยประชุมหน้าใช้สิทธิ์ในการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคงมีทั้งเรื่องคดีโกงสว.รวมถึงเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่องที่ทำให้เราไม่ไว้วางใจรัฐบาล ขั้นตอนถัดไปก็จะมีการหารือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเกิดขึ้นในช่วงใด ของสมัยประชุมหน้ารวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องและหัวข้อจะเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า รายชื่อที่ปรากฏจะมีการยื่นอภิปรายทั้งหมดเลยหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คดีโกงส.ว. เราตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นรายชื่อที่มีเบาะแสหรือมีข้อมูลที่ยื่นเข้ามาเราจะมาตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่สามารถใช้ผ่านกลไกต่างๆได้มากน้อยแค่ไหนแต่ก็ไม่ได้จำกัดจำกัดเฉพาะรายชื่อที่มีข้อมูลในชุดนี้หากมีข้อมูลชุดอื่นที่มีรายชื่อปรากฏก็จะนำข้อมูลมาพิจารณาเช่นกันซึ่งเราไม่ได้ละเว้นชื่อคนใดคนหนึ่งอยู่แล้ว จะตรวจสอบทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์ กล่าวย้ำว่า หลักฐานที่เราและภาคประชาชนเข้าถึงตนเชื่อว่าหน่วยงานที่ตรวจสอบเข้าถึงอยู่แล้วและเข้าถึงได้มากกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ทั้งเรื่องสถานที่วันเวลาบุคคล แต่ที่เรากังวลตอนนี้แม้ว่าหลักฐานจะชัดเจนแต่หน่วยงานที่ตรวจสอบจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา กกต. เองก็มีมีผลประโยชน์ทับซ้อนและมีความล่าช้า ส่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ก็อยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่างรอดูมติกกต. ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

ทำให้เพิ่มข้อกังวลใจว่าหากกกต.มีการเป่าคดี หรือตัดตอนคดี จะเอาการตัดสินของกกต. มาเป็นข้ออ้างในการเป่าคดีและตัดตอนของฝั่งดีเอสไอในฐานฟอกเงินและอั้งยี่ด้วยหรือไม่ อย่างที่ตนย้ำว่าไม่ใช่การฮั้วกันระหว่างสว.แต่กลายเป็นว่าระหว่างหน่วยงานตรวจสอบก็มีมีการฮั้วกันเองด้วยเพื่อปกป้องคนที่เกี่ยวข้องในคดีนี้

นายยิ่งชีพ กล่าวเพิ่มเติมเรื่องเส้นเงินว่า จากปากคำเท่าที่เก็บจากปากคำพยานผู้ที่มีส่วนร่วมในขบวนการพบว่าส่วนใหญ่จ่ายเป็นเงินสด จึงไม่มีหลักฐาน เส้นเงินเท่าที่มีปรากฏเป็นเพียงปลายขอบของขบวนการที่ไม่ได้ระมัดระวังมากเพียงพอ

แท็กที่เกี่ยวข้อง  ไอลอว์ ,เอี่ยวโกงสว

คุณอาจสนใจ

Related News