อาชญากรรม

คุมตัว “อุทัย” สอบเครียด พบทำลายหลักฐาน-เปลี่ยนมือถือหลัง “มินา” ถูกจับ เร่งขยายผลล่าแก๊ง “แป้งที่แปลว่าแป้ง”

5 ชั่วโมงที่แล้ว

52 views

คุมตัว “อุทัย” สอบเครียดก่อนฝากขังพรุ่งนี้ เจ้าตัวสารภาพรับยาเสพติดมาจาก อ.เชียงคำ จ.พะเยา พบทำลายหลักฐาน เปลี่ยนมือถือหนีหลัง “มินา” ถูกจับ ด้านตำรวจเร่งขยายผลล่าแก๊ง “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ตัวการจัดหาคนหิ้วยาไปออสเตรเลีย

เช้านี้ (5 ก.ค. 2569) ทีมข่าวได้เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พบว่าเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านใน ให้รออยู่นอกรั้วเท่านั้น และระบุว่าเป็นสถานที่ราชการ ให้เพียงญาติผู้ต้องหาเข้ามาได้เท่านั้น และตั้งแต่ช่วงเช้ายังไม่มีญาติของนายอุทัย คนส่งพัสดุให้นางสาวมินา

ด้านพลตำรวจตรีสมบูรณ์ เทียนขาว รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่าเบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายอุทัยให้การรับสารภาพ และขณะนี้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดแล้ว และอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ปช.ปส.จะนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้

ส่วนการสืบสวนตรวจสอบพบว่านายอุทัยเพิ่งเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่หลังมีข่าวการจับกุมนางสาวมินา และมีการทำลายยาเสพติดทิ้ง จึงเชื่อว่ามีความชำนาญในการทำลายหลักฐานและทราบว่าตนเองขนส่งยาเสพติด โดยอ้างว่าเพิ่งทำเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผล

ส่วนคนที่ใช้บัญชีปริศนาชื่อว่า “แป้งที่แปลว่าแป้ง” ทักชวน “รับหิ้วของไปออสฯ” จากการสืบสวนพบว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่จัดหาคนหิ้วของไปส่งที่ประเทศปลายทาง ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับนายอุทัยที่ส่งของในไทย ซึ่งขบวนการนี้มีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขั้นตอน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลทั้งในและต่างประเทศ

ส่วนเครือข่ายนี้เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ บช.ปส.เฝ้าระวังอยู่ก่อนหน้านี้หรือไม่ พลตำรวจตรีสมบูรณ์ระุว่าที่ผ่านมาตำรวจ ปส. มีการจับกุมขบวนการยาเสพติดมาโดยตลอด ทั้งกลุ่มที่แฝงตัวมากับระบบขนส่งโลจิสติกส์ การจับกุมที่สนามบิน การจับกุมแอร์โฮสเตสหรือสจ๊วต ซึ่งเคยจับกุมมาแล้ว แต่สำหรับเคสของนายอุทัยอาจยังไม่พบความเชื่อมโยงโดยตรง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น บช.ปส.ได้ประสานข้อมูลร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้ง สำนักงาน ป.ป.ส. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับพฤติการณ์ในคดีเก่าๆ ว่าเคยมีรูปแบบที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นมาก่อนหรือไม่

ส่วนเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่มีรายงานว่ามาจากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา รอง ผบช.ปส. ยืนยันว่านายอุทัยรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ อ.เชียงคำ จริง ซึ่งในอดีตพื้นที่ดังกล่าวเคยมีการจับกุมยาเสพติดล๊อตใหญ่หลายล้านเม็ดมาแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงมีโอกาสที่กลุ่มขบวนการจะใช้ลักลอบขนส่ง โดยส่วนใหญ่ยาเสพติดจะมาจากประเทศเมียนมา แต่ใช้วิธีเลาะตัดผ่านเข้ามาทางประเทศลาว เนื่องจากช่องทางตรงเข้าไทยทำได้ลำบาก

อย่างไรก็ตามยืนยันว่าไม่ได้มีการลักลอบเฉพาะที่ อ.เชียงคำ เพียงจุดเดียว ซึ่งในปัจจุบันมีหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงและกองกำลังทหารร่วมกันดูแลพื้นที่แนวชายแดนอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้ รอง ผบช.ปส. ยังได้วิเคราะห์ถึงรูปแบบของขบวนการนี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีชาวต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านเป็นต้นทางของหัวขบวนการ แต่ลักษณะการทำงานของเครือข่ายนี้จะใช้ใช้วิธีตัดตอนเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่สาวถึงตัว เช่น การว่าจ้างขนส่งผ่านระบบพัสดุ การจ้างบุคคลสลับสับเปลี่ยนหน้าที่กันไป มีคนคอยรับช่วงต่อเป็นทอด ๆ รวมถึงกลุ่มคนที่ทำหน้าที่โอนเงินก็จะเป็นอีกชุดหนึ่ง ทำให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไม่ได้ทำงานคนเดียวตั้งแต่ต้นทางเชียงคำจนถึงปลายทาง



คุณอาจสนใจ

Related News