สังคม

กอ.รมน.ภาค 4 ประณาม 4 คนร้ายสวมฮิญาบ ขี่จักรยานยนต์กระหน่ำยิง ด.ต.บาดเจ็บ ภรรยาดับขณะอุ้มลูกน้อย 2 เดือน

2 ชั่วโมงที่แล้ว

8 views

4 คนร้ายปลอมตัวสวมฮิญาบ ขี่รถมอเตอร์ไซค์ ยิงถล่มรถดาบตำรวจรถพรุนทั้งคัน ดาบตำรวจบาดเจ็บ ส่วนภรรยานั่งอยู่เบาะหลังเอาตัวบังลูกวัย 2 เดือน ดับสลด


เมื่อวานนี้เกิดเหตุอุกอาจขึ้นที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี คนร้าย 4 คน แต่งกายเป็นหญิงสวมฮิญาบ ขี่รถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน ประกบยิงรถยนต์ของดาบตำรวจอดุลย์ หยีสุหลง อายุ 38 ปี ผู้บังคับหมู่ปราบปราม สภ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ขณะกำลังขับรถยี่ห้อซูซูกิ สวิฟท์สีขาว มาพร้อมกับภรรยาและลูก 2 คน เพื่อไปรับลูกชายอีก 2 คนที่โรงเรียน


โดยดาบตำรวจอดุลย์ ถูกยิงที่ขา พยายามกัดฟันขับรถหนีเข้าไปในโรงเรียน ห่างจากจุดถูกยิงประมาณ 300 เมตร ก่อนที่จะลงจากรถตะโกนเรียกคนให้เข้ามาช่วย เมื่อเปิดประตูด้านหลัง ก็พบว่า นางฟาตีเมาะ อายุ 35 ปี ภรรยา นอนแน่นิ่งถูกยิงที่หัวเสียชีวิตอยู่ที่บริเวณเบาะหลังของรถเก๋ง โดยยังอุ้มลูกวัยประมาณ 2 เดือนอยู่ในตัก ซึ่งเด็กถูกสะเก็ดกระสุนปืนที่หน้าท้อง ส่วนลูกอีกคนนั่งอยู่ข้างคนขับปลอดภัย


จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้า 7 ปลอก ลูกกระสุน 1 ลูก และกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 3 ปลอก ตกเกลื่อนอยู่บนถนน เจ้าหน้าที่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน


หลังเกิดเหตุ พลตำรวจตรีสันทัศน์ เชื้อพุฒตาล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้ใครที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เร่งเก็บพยานหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ


นอกจากนี้ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกระจายกำลังเข้าปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ รวมไปถึงเส้นทางเข้าออกพื้นที่ และเน้นย้ำให้จุดตรวจจุดสกัดตรวจค้นรถและบุคคลต้องสงสัย นอกจากนี้ได้ประสานหน่วยกำลังทหารเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่และเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยก่อเหตุยิงตำรวจเสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา


ล่าสุดเช้าวันนี้ พลตำรวจตรีสันทัศน์ สั่งการ พันตำรวจเอกเจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผู้กำกับ สภ.เมืองปัตตานี ไปเยี่ยมให้กำลังใจ ดาบตำรวจอดุลย์ ที่บาดเจ็บถูกยิงขาทั้ง 2 ขา กระสุนทะลุขา แพทย์โรงพยาบาลปัตตานีได้ทำการรักษาขณะนี้อาการปลอดภัย


ขณะที่เด็กหญิงวัย 2 เดือน เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกบริเวณหน้าท้อง แพทย์ระบุสามารถให้นมได้ตามปกติ และนำตัวเข้าพักรักษา อาการโดยรวมปลอดภัย มีญาติและแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด


ขณะที่พิธีศพของนางฟาตีเมาะ ทางญาติได้ทำพิธีฝังศพ เมื่อเวลา 22.00 น. มีญาติพี่น้องเพื่อนครู รวมไปถึงนักเรียนและตำรวจร่วมพิธีจำนวนมาก ท่ามกลางความโศกเศร้าของผู้ที่มาร่วมในครั้งนี้


ดาบตำรวจอดุลย์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ปกติหน้าที่ไปรับส่งลูกจะเป็นหน้าที่ของภรรยา ซึ่งเป็นครู แต่ช่วงนี้ภรรยาลาคลอด อีกทั้งโรงเรียนเพิ่งเปิดเทอมได้เพียง 1 สัปดาห์ ตนเองจึงเป็นคนไปรับลูกแทน เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเฝ้าสังเกตพฤติกรรมมาระยะหนึ่งแล้ว และอาจมีคนในพื้นที่รู้ว่าตนเป็นตำรวจ แม้จะใช้รถเก๋งของภรรยา และไม่เคยแวะที่อื่นระหว่างทางก็ตาม


ดาบตำรวจอดุลย์ เผยว่า ที่ผ่านมาระมัดระมัดตัวอยู่ตลอดเวลา แต่วันเกิดเหตุขณะขับรถมาตามเส้นทาง จู่ๆ ได้ยินเสียงกระจกแตก ตอนแรกคิดว่ากระจกรถระเบิด กระทั่งมีเสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ภรรยาจึงถามว่า เกิดอะไรขึ้น ทำให้ตนมั่นใจทันทีว่าถูกยิง จึงรีบเร่งเครื่องขับหลบหนีเข้าไปภายในโรงเรียน เพราะหากจอดรถ เชื่อว่าคนร้ายอาจเข้ามายิงซ้ำแน่นอน


เมื่อขับรถไปถึง ตนเองรีบลงจากรถทันที เพราะเชื่อว่าถ้าคนร้ายเห็นจะยิงตนก่อน คงไม่ทำร้ายลูกและภรรยา จากนั้นพยายามตั้งสติรีบช่วยภรรยาและลูก แต่ปรากฎว่าภรรยาไม่ตอบสนองแล้ว จึงรีบขอให้ครูบริเวณนั้นช่วยดูลูกที่กำลังร้องไห้ด้วยความตกใจ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ เป็นความสูญเสียที่หนักหนามาก แต่หลังจากนี้ชีวิตยังต้องเดินหน้าตอ่ไป เพื่อลูกทั้ง 4 คน พร้อมยืนยันว่าจะพยายามทำหน้าที่พ่อให้ดีที่สุด และสู้ต่อไปเพื่อครอบครัว


ขณะที่ความคืบหน้าในการติดตามกลุ่มคนร้าย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนคดีความมั่นคง เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่ม นายบุครี เจะหะ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 14 หมาย นายอับดุลเลาะ มะแด อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 8 หมาย และ นายมะกอเซ็ง หม้าแอ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตาหมายจับ 6 หมาย


ซึ่งทั้งสามคนเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่ทางการมีความพยายามติดตามจับกุมมากที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมาได้ก่อเหตุหลายคดี ซึ่งล่าสุดมีความเชื่อมโยงกับการก่อเหตุลอบยิง ดาบตำรวจ มะยากี ดีเย๊าะ อายุ 50 ปี ตำรวจชุดมวลชนสัมพันธ์ สภ.ราตาปันยัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เสียชีวิตขณะขับรถส่วนตัวเดินทางกลับบ้านหลังจากออกเวร เหตุเกิดในพื้นที่ ตำบลสาคอบน อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา


ซึ่งแนวทางการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้เคลื่อนไหวก่อเหตุในพื้นที่ อำเภอยะรัง ยะหริ่ง มายอ สายบุรี และ อำเภอเมือง สำหรับแรงจูงใจในการลอบยิงเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 เหตุการณ์ภายในเดือนเดียว พบว่ากลุ่มก่อความไม่สงบพยายามตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหลายรายก่อนหน้านี้ รวมถึงการแสดงศักยภาพ ว่าทางกลุ่มยังคงก่อเหตุต่อเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ได้มีการแจ้งเตือน ก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีการลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อสร้างสถานการณ์


ขณะที่ กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า ประณามคนร้ายที่ก่อเหตุ กับผู้บริสุทธิ์ ว่าเป็นพฤติกรรมโหดเหี้ยม ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ โดยย้ำฝ่ายความมั่นคง เร่งไล่ล่าติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด


เพจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค4 ส่วนหน้า) ได้ประณามคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิด มีการแต่งกายคล้ายผู้หญิงสวมฮีญาบ จำนวน 4 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ 2 คัน ก่อนใช้อาวุธปืนลอบยิง บริเวณใกล้โรงเรียนประสานวิทยามูลนิธิ


บอกว่าเป็นการกระทำอันโหดเหี้ยม ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์ และขัดต่อหลักศาสนาอย่างร้ายแรง เนื่องจากผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายคือครอบครัวที่กำลังใช้ชีวิตตามปกติ เป็นทั้งพ่อ แม่ และมีเด็กทารกอยู่ในเหตุการณ์ ท่ามกลางความสะเทือนใจของประชาชนในพื้นที่


การก่อเหตุลักษณะนี้ ไม่เพียงมุ่งทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ยังสร้างความสูญเสียแก่ผู้บริสุทธิ์ กระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของสังคม และสะท้อนถึงความไร้มนุษยธรรมของผู้ก่อเหตุอย่างชัดเจน


ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าฝ่ายความมั่นคง จะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด


นอกจากนี้ ยังโพสต์อีกข้อความให้สังคมร่วมกันประณามคนร้าย ระบุว่า "เสียงปืนเพียงไม่กี่นัด... พรากชีวิตแม่คนหนึ่ง ทำร้ายพ่อคนหนึ่ง และฝากบาดแผลไว้กับเด็กทารกที่ไม่รู้อะไรเลย นี่ไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือ... ความโหดร้ายต่อผู้บริสุทธิ์ที่สังคมต้องร่วมกันประณาม"

แท็กที่เกี่ยวข้อง  คนร้าย ,ยิงตำรวจ

คุณอาจสนใจ

Related News