สังคม

“เจนสุดา-ไฮโซข้าวโพด” เปิดใจนาทีเผชิญหน้า “เวย์-นานา” เผยความเป็นเพื่อนสิ้นสุดลงแล้ว ลั่นเวรกรรมมีอยู่จริง

25 พ.ค. 2569

377 views

“เจนสุดา” เปิดใจสื่อครั้งแรก หลังขึ้นศาลคดี “เวย์-นานา” เผยความเป็นเพื่อนกับ “นานา” สิ้นสุดลงแล้ว ไม่มีอะไรอยากจะพูดคุยกันอีก ลั่นเวรกรรมมีอยู่จริง ด้าน “ไฮโซข้าวโพด” เผยจากรู้สึกรักดั่งญาติมิตร กลายเป็นคนเคยรู้จักกัน-สร้างบาดแผลในใจ ทำเปลี่ยนทัศนคติเรื่องคบเพื่อนใหม่

เจนสุดา ปานโต ศิลปินนักแสดงชื่อดัง และไฮโซข้าวโพด สมิตินันทน์ สองตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายในคดีเวย์และนานา ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนภายหลังมาฟังพิจารณาคดีนัดพร้อมของศาลอาญาในวันนี้ (25 พ.ค. 2569)

โดยเฉพาะเจนสุดาซึ่งถือว่าเป็นการเปิดใจกับสื่อมวลชนครั้งแรกหลังเกิดคดีความขึ้น โดยเปิดเผยว่า ตื่นเต้นอย่างมาก เพราะเป็นการขึ้นศาลครั้งแรกในชีวิต แต่อย่างน้อยการต่อสู้ครั้งนี้ยังมีเพื่อนที่ร่วมจับมือกันและทีมทนายที่เข้มแข็ง โดยตนเองมีมูลค่าความเสียหายประมาณ 40 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดขอสงวนที่จะเปิดเผย เพราะเป็นเรื่องทางคดี แต่ที่ผ่านมาไม่มีการติดต่อจากฝั่งจำเลยเพื่อชดใช้หนี้และความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

สำหรับความรู้สึกหลังจากที่ตนเจอหน้านานาเป็นครั้งแรกภายในห้องพิจารณาคดีนั้น รู้สึกเชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีอยู่จริง เหมือนกำลังนั่งเก้าอี้ดูเวรกรรมกำลังทำงาน จึงไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย เท่าที่สังเกตแววตาของนานาแล้วดูเครียดอย่างมาก มีบางจังหวะที่ตนเองกับนานาสบตากันบ้าง แต่ไม่ได้อยากจะทักอะไร เพราะความเป็นเพื่อนระหว่างตนเองกับนานาขาดกันไปแล้ว ไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะทักอะไรอีก

ส่วนตัวมองว่าคดีนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการ เพราะยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนพาเขาเข้ามาอยู่ในจุดนี้ เขาเป็นคนพาตัวเองเดินเข้ามาอยู่ในจุดนี้เอง ส่วนที่มีกระแสข่าวลือว่า ได้มีผู้เสียหายบางรายได้รับเงินคืนแล้ว คุณเจนสุดาระบุว่าไม่ทราบเรื่องดังกล่าว โดยตนจัดการเฉพาะเรื่องของตัวเองก่อน โดยยังคาดหวังว่าจะได้เงินคืนกลับมา เพราะเงินที่สูญไปนั้นล้วนแต่เป็นเงินที่ได้มาจากการทำมาหากินอย่างสุจริต ขณะเดียวกันก็คาดหวังว่า ผู้เสียหายทุกคนก็จะได้รับเงินคืนเช่นเดียวกัน ถ้าฝั่งจำเลยจะติดต่อเรื่องขอเงินคืนจริง ขอให้ประสานงานผ่านทนายความ แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะมีการประสานชดใช้หนี้แต่อย่างใด

เจนสุดายังได้เปิดเผยถึงที่ผ่านมาที่โพสต์ระบายอย่างต่อเนื่องว่า เป็นเพราะความรู้สึกอยากระบาย แต่ไม่ได้มีเวทีอะไรให้ออกมาพูด เลยเลือกที่จะระบายนิดหน่อยลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว

พร้อมยังได้เปิดเผยความในใจว่า ครั้งหนึ่งฝั่งจำเลยเคยบอกว่าเป็นพี่สาว ซึ่งตนเองไม่ได้มีพี่น้องมาก่อน ที่ตัดสินใจให้เงินไปก็เพราะมองว่าเป็นพี่สาว แต่ยืนยันว่าในวันนี้ไม่ได้เป็นเพื่อนและไม่รู้จักอะไรกันอีกแล้ว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ได้บทเรียนว่า อย่าไว้วางใจใครเลย เชื่อตัวเอง เชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราเอง

สำหรับกลุ่มเพื่อนดาราด้วยกันนั้น ทุกคนต่างให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะทุกคนรู้อยู่ว่ากำลังเผชิญกับอะไร ถือเป็นเรื่องที่หนักหนาสำหรับชีวิตของทุกคน ทำได้เพียงแต่จับมือกันแน่นๆ และให้กำลังใจกัน

เจนสุดายังได้กล่าวทิ้งท้ายอีก คงไม่มีอะไรที่จะพูดถึงเขาอีกแล้ว แม้แต่คำเดียวก็ไม่มี ไม่อยากจะบอกอะไรถึงเขาอีกเลย ยอมรับว่าที่ผ่านมาพยายามที่จะอโหสิกรรมและจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะแบกความโกรธไว้ก็หนักตัวเราเอง ตอนนี้ทำได้เพียงแค่พยายามเดินหน้าทำงานของตัวเองไปให้ดีที่สุด อย่างน้อยที่สุดเชื่อว่าเราสามารถสร้างใหม่ได้ เพราะเราก็เคยสร้างมันมาแล้ว

ด้านไฮโซข้าวโพด เปิดเผยว่า วันนี้มีความรู้สึกเปลี่ยนไปแบบ 360 องศา จากอดีตที่เคยรักมาก ไว้ใจมาก และผูกพันกันดั่งญาติสนิทในครอบครัว แต่ในวันนี้พวกเค้ากลับกลายเป็นเพียงคนที่เคยรู้จักกันและเป็นคนที่สร้างความเจ็บปวดให้ตนเอง ครอบครัว รวมถึงเพื่อนๆ ทุกคนอย่างที่สุด

ส่วนบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีมีความอึดอัดเป็นอย่างมาก ตนเองได้พยายามมองหาและอยากจะสบตากับเวย์และนานา ซึ่งจากการสังเกตพบว่า ฝั่งนานามีท่าทีที่หลบสายตาและดูมีความทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด มีปะสายตากันบ้างประมาณ 2 รอบ ส่วนเวย์มีสบตาตอบกลับมาประมาณ 2-3 วินาที รวมทั้งมีท่าทีที่ยิ้มแย้ม

สำหรับการเรียกร้องเงินคืนและกระบวนการทางกฎหมาย ตนเองยังคงมีความหวังว่าจะได้รับเงินคืน และเชื่อมั่นอย่างที่สุดว่าความยุติธรรมรวมถึงกฎแห่งกรรมมีอยู่จริงในโลก หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ดีก็ควรจะเกิดขึ้น

ด้านกระแสข่าวที่ว่า อีกฝ่ายพยายามจะประกาศขายบ้านหรูมูลค่ากว่า 69 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาคืนนั้น ตนเองไม่ได้รับทราบความคืบหน้าเรื่องนี้เลยและไม่มีการติดต่อแจ้งข้อมูลใดๆ มายังฝั่งตนเองทั้งสิ้น

ไฮโซข้าวโพดยังได้ทิ้งท้ายว่า โชคดีมากๆ ที่มีกลุ่มเพื่อนที่น่ารัก คอยโทรศัพท์หาและส่งข้อความให้กำลังใจในกรุ๊ปไลน์อยู่ตลอดเวลา ทั้งคุณเจนนี่ คุณพอลล่า ที่ช่วยซัปพอร์ตทำให้รู้สึกเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ตนเองในวัย 40 กว่าปี ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเลือกคบเพื่อน โดยต่อจากนี้คงต้องเน้นคัดกรองเฉพาะเพื่อนที่มีคุณภาพและจริงใจต่อกันจริง ๆ เท่านั้น เพื่อไม่ให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก


คุณอาจสนใจ